โรงงานอัจฉริยะที่อู่ฮั่น ฐานการผลิตใหม่ของเสียวหมี่
หากเอ่ยถึงชื่อของ “เสียวหมี่” หลายคนก็น่าจะนึกถึงสมาร์ทโฟน หรือบรรดาข้าวของเครื่องใช้ใกล้ๆ ตัวไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า จนถึงรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถอีวีกันเลยทีเดียว
เหลย จวิน ผู้ก่อตั้ง ประธาน และซีอีโอ ของเสียวหมี่ ได้กล่าวถึงแผนยุทธศาสตร์ระยะ 5 ปี คือตั้งแต่ 2026-2030 ไว้ว่า บริษัทมีแผนที่จะลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา หรือ R&D สูงถึง 2 แสนล้านหยวน หรือราว 1 ล้านล้านบาท โดยเน้นย้ำว่าเงินจำนวนดังกล่าวไม่ใช่จำนวนน้อยๆ แต่เขาต้องกล้าตัดสินใจครั้งใหญ่ และใช้จ่ายในส่วนที่สำคัญที่สุด เพื่อเดินหน้าทำลายขีดจำกัดในเทคโนโลยีฐานรากที่สำคัญ เช่น ชิป ระบบปฏิบัติการ และปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ
สำหรับงบด้านการวิจัยและพัฒนาของเสียวหมี่ เมื่อปี 2025 อยู่ที่ราว 3.2-3.3 หมื่นล้านหยวน และปี 2026 นี้ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 4 หมื่นล้านหยวน
โดยปัจจุบัน เสียวหมี่มีพนักงานด้านการวิจัยและพัฒนาสูงถึง 24,871 คน ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท

และในปี 2023 เสียวหมี่ได้ยกระดับกลยุทธ์องค์กรเป็น Human x Car x Home คือ คน x รถ x บ้าน และเมื่อมีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2024 ทำให้เสียวหมี่สามารถเชื่อมโยงวงจรเทคโนโลยีได้อย่างสมบูรณ์ และกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีระบบนิเวศเทคโนโลยีที่ครอบคลุมที่สุดในโลก ซึ่งครอบคลุม 3 ส่วนคือ อุปกรณ์ส่วนตัว อุปกรณ์เคลื่อนที่ (ยานพาหนะ) และอุปกรณ์ในบ้าน
ทั้งนี้ เสียวหมี่ได้บุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับสากล โดยเร่งส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นแอร์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไปยังต่างประเทศ เปลี่ยนจากเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป ให้กลายเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่สามารถเข้าใจ ปรับตัว และช่วยสนับสนุนการใช้ชีวิตประจำวันได้ ด้วยปัญญาประดิษฐ์

เสียวหมี่มีโรงงานที่ผลิตสินค้าของตัวเองอยู่ที่กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน ซึ่งแห่งแรกเป็นโรงงานที่ผลิตสมาร์ทโฟน และอีกแห่งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า
ด้วยความขยายตัวของตลาดอย่างมาก ทำให้เสียวหมี่มาเปิดโรงงานแห่งที่ 3 ขึ้นที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ที่ถือว่าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภาคกลางของประเทศจีน
โดยโรงงานแห่งนี้จะเป็นโรงงานที่ใช้สำหรับผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะแห่งแรกของเสียวหมี่ ที่เริ่มก่อสร้างเฟสแรกตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2024 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2025 ใช้เวลาเพียงแค่ปีเดียวหลังจากเริ่มก่อสร้างจนถึงวันเปิด ซึ่งถือว่าเร็วมาก

ภายในโรงงานแห่งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 5 แสนตารางเมตร ประกอบไปด้วยห้องเวิร์กช็อปหลัก 6 แห่งด้วยกัน คือ แลกเปลี่ยนความร้อน, อิเล็กทรอนิกส์, ขึ้นรูป, ปั๊มขึ้นรูป, ยูนิตภายใน และยูนิตภายนอก
โดยจะมีห้องที่ไว้สำหรับทดสอบเรื่องความดังของเสียงแอร์ เพื่อให้แอร์ที่ได้นั้น มีความเงียบมากที่สุด การทดสอบด้านประสิทธิภาพการทำงานของแอร์ หรือแม้แต่ห้องทดสอบสำหรับการแพคแอร์เข้ากล่อง เพื่อให้แน่ใจว่าแอร์ที่ถูกส่งออกไปจะไม่ได้รับความเสียหายระหว่างการขนส่ง และห้องทดสอบต่างๆ อีกมากมาย เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าจะได้แอร์ที่มีคุณภาพจากเสียวหมี่ไปใช้งาน และแน่นอนว่าไม่ใช่แอร์ธรรมดา แต่เป็นแอร์อัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์การใช้งานในโลกยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ก็ยังมีอาคารวิจัยและพัฒนา ศูนย์ทดสอบ และคลังสินค้า พนักงานโรงงานจะมีอยู่ไม่เยอะ มีเป็นหลักร้อย เพราะไม่ได้ใช้แรงงานเยอะ แต่เป็นเครื่องจักรและหุ่นยนต์มากกว่า
โดยโรงงานจะใช้ระบบอัตโนมัติ 100 เปอร์เซ็นต์ในสายการผลิตหลัก และปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ในการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร ลดขยะ และลดการปล่อยคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์
รวมถึงระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะแบบ 3 มิติ ระบบการผลิตอัจฉริยะขั้นสูง และการตรวจสอบด้วยความแม่นยำสูง ที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ 100 เปอร์เซ็นต์
ทั้งหมดนี้ ทำให้สามารถประกอบแอร์เสร็จได้ 1 เครื่องเฉลี่ยทุกๆ 6.5 วินาที!

หลักๆ แล้ว ณ ตอนนี้ โรงงานแห่งนี้จะผลิตเพียงเครื่องปรับอากาศ Mijia เท่านั้น ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอื่นๆ อย่างตู้เย็น หรือเครื่องซักผ้าจะเป็นเฟสต่อๆ ไป ซึ่งความสามารถของโรงงานแห่งนี้ สามารถผลิตเครื่องปรับอากาศได้สูงสุดถึง 7 ล้านเครื่องต่อปีเลยทีเดียว
ทั้งนี้ การเปิดโรงงานเฟสแรกของโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะของเสียวหมี่ที่อู่ฮั่น ถือเป็นหมุดหมายที่สำคัญ เพื่อเป็นฐานการผลิตอัจฉริยะขนาดใหญ่แห่งที่ 3 ของบริษัท สู่การเป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ และการผลิตอัจฉริยะของโลก

