Advantech เปิดตัว ‘AI Factory Brain’ ร่วมกับ NVIDIA ขับเคลื่อนโรงงานอัจฉริยะยุค Agentic AI และ Physical AI
เมื่อวัน 1 มิถุนายน ที่ไทเป ไต้หวัน บริษัท แอดวานซ์เทค (Advantech) ผู้นำระดับโลกด้าน Edge Computing และ Edge AI Platforms ประกาศขยายความร่วมมือกับ NVIDIA เปิดตัวสถาปัตยกรรมโรงงานอัจฉริยะรูปแบบใหม่สำหรับยุค Agentic AI และ Physical AI ภายในงาน “Advantech Edge AI Conference” ที่ Hua Nan International Conference Center โดยนำ NVIDIA NemoClaw, NVIDIA Factory Operations Blueprint, NVIDIA RTX PRO, NVIDIA Jetson Thor และ WISE-Edge Developer Architecture (WEDA) ของ Advantech มาผสานการทำงาน เพื่อช่วยให้ภาคการผลิตสามารถนำ AI มาใช้ในกระบวนการปฏิบัติงานของโรงงานแบบเรียลไทม์ รองรับความต้องการด้านความยืดหยุ่นในการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
งาน Advantech Edge AI Conference 2026 ได้รับความสนใจจากพันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้าองค์กร และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจากหลากหลายภาคส่วนทั่วโลก โดยมีผู้เข้าร่วมงานภายในสถานที่กว่า 800 คน และมียอดรับชมการถ่ายทอดสดออนไลน์รวม 5,403 ครั้ง สะท้อนถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อการประยุกต์ใช้ Edge AI และ AI ในภาคอุตสาหกรรม

นาย Miller Chang ประธาน Advantech Embedded Sector กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่าง Advantech และ NVIDIA ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับโรงงานอัจฉริยะด้วย AI ผ่านการผสาน NVIDIA AI Factory Brain เข้ากับระบบนิเวศ Edge AI และ WEDA ของ Advantech ที่ขับเคลื่อนด้วย NVIDIA NemoClaw และแพลตฟอร์ม NVIDIA Full-Stack Edge AI Computing ทำให้เกิดการบริหารจัดการอัจฉริยะในระดับโรงงานผ่าน AI Agents การควบคุมและประสานงานระบบแบบ Software-Defined Orchestration ตลอดจนการดำเนินงานอัตโนมัติ ซึ่งจะเป็นต้นแบบสำคัญสำหรับการพัฒนาโรงงานแห่งอนาคตในยุค Physical AI”
AI Factory Brain ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้วย NVIDIA Factory Operations Blueprint
Advantech เปิดตัว AI Factory Brain ซึ่งเป็นระบบ Multi-Agent อัจฉริยะที่มี Factory Manager Agent เป็นศูนย์กลาง โดยพัฒนาบน NVIDIA Factory Operations Blueprint (FOX) ทำหน้าที่เป็นชั้นสติปัญญากลางของโรงงาน สามารถตรวจสอบความผิดปกติ ระบุสาเหตุที่เป็นไปได้ และประสานงานระหว่าง AI Agents และผู้ปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

ระบบดังกล่าวสร้างขึ้นบน NVIDIA Accelerated Computing Platforms ร่วมกับอุปกรณ์ Edge รุ่น MIC และ ICAM ที่ขับเคลื่อนด้วย NVIDIA IGX Thor, NVIDIA Jetson Thor และ NVIDIA Jetson Orin โดยสามารถรวบรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์จากระบบองค์กร เช่น SAP, MES และ WMS รวมถึงข้อมูลจาก Edge Sensors เพื่อสนับสนุนการทำงานของ AI Agents ทั่วทั้งโรงงาน ผ่าน NVIDIA NemoClaw, NVIDIA Omniverse, NVIDIA Metropolis และ NVIDIA Isaac Sim ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอัตโนมัติ ปรับปรุงการใช้พลังงาน และยกระดับตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่ OEE, Yield และ MTTR
Edge Agentic AI ยกระดับการตรวจสอบคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต
Advantech นำเสนอ ICAM-540 Camera และแพลตฟอร์ม MIC-743-AT ที่ขับเคลื่อนด้วย NVIDIA Jetson Orin NX และ NVIDIA Jetson Thor ตามลำดับ เพื่อรองรับ AI-Driven AOI Inspection และการติดตั้ง On-Premises LLM/VLM Chatbot ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับข้อบกพร่อง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสนับสนุนการดำเนินงานของโรงงานอัจฉริยะผ่านการสื่อสารด้วยภาษาธรรมชาติ
Physical AI เชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์และคลังสินค้าอัตโนมัติ
แพลตฟอร์ม AIR-427A ที่ขับเคลื่อนด้วย NVIDIA IGX Thor และแพลตฟอร์ม AFE-A702 ที่ขับเคลื่อนด้วย NVIDIA Jetson Thor ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการประมวลผล AI ประสิทธิภาพสูงสำหรับ Forklifts, Humanoid Robots, AMRs และ MMRs โดยช่วยให้สามารถนำทางอัตโนมัติ ควบคุมการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ จัดการวัสดุอย่างชาญฉลาด และประสานงานบนสายการผลิตได้อย่างยืดหยุ่น ขณะเดียวกัน AI Agents ยังสามารถทำความเข้าใจบริบทของกระบวนการทำงาน ปรับลำดับความสำคัญของการผลิต และช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานได้แบบเรียลไทม์
ยกระดับความปลอดภัยและการกำกับดูแลระดับองค์กร
สถาปัตยกรรมดังกล่าวรองรับการกำกับดูแลและความปลอดภัยระดับองค์กรผ่าน NVIDIA NemoClaw ซึ่งรวมถึง NVIDIA OpenShell Secure Runtime และ Policy Frameworks เพื่อรองรับการควบคุมการเข้าถึงและการบริหารจัดการระบบอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ แพลตฟอร์ม MIC-735-IT และ AIR-427A ที่ขับเคลื่อนด้วย NVIDIA IGX Thor ยังรองรับ FuSa-Ready AI Computing สำหรับ Humanoid Robotics และ Autonomous Industrial Systems ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของระบบและความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
พิสูจน์การใช้งานจริงผ่านโรงงานของ Advantech
Advantech ได้นำสถาปัตยกรรมดังกล่าวไปทดสอบใช้งานจริงภายในโรงงานของบริษัทผ่าน AI Agent Pilots จำนวน 2โครงการที่พัฒนาบน NVIDIA NemoClaw
โครงการแรก คือ iEnergy Agent ซึ่งนำระบบบริหารจัดการพลังงานอัตโนมัติมาใช้ โดยเชื่อมโยงข้อมูลตารางการผลิตเข้ากับ Vision AI และระบบ SCADA แบบเรียลไทม์ เพื่อควบคุม HVAC และระบบแสงสว่าง โดยคาดว่าจะสามารถลดการใช้พลังงานรวมของโรงงานได้ 10% เมื่อมีการใช้งานเต็มรูปแบบ

อีกโครงการคือ Production Line Efficiency Agent ซึ่งใช้ Vision AI ในการเก็บข้อมูลจากสายการผลิตแบบเรียลไทม์ วิเคราะห์ข้อมูลด้านประสิทธิภาพ ตรวจจับความผิดปกติและคอขวดในกระบวนการผลิต พร้อมจัดทำข้อเสนอแนะและรายงานการปฏิบัติงานในแต่ละกะ โดยหลังจากใช้งานมาเป็นเวลาประมาณ 6 เดือน สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของสายการประกอบได้ 12%

นาย Miller Chang กล่าวอีกว่าท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาด Edge AI ทั่วโลก ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 196.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2034 และเติบโตเฉลี่ย 23.8% ต่อปี (CAGR) ความต้องการนำ AI ไปใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านการผลิตอัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ และการบริหารจัดการทรัพยากรแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน Edge AI เพื่อรองรับการประมวลผลข้อมูล ณ จุดปฏิบัติงาน ลดความหน่วงของระบบ และเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจทางธุรกิจ

