Advantech ชู Physical AI และ Edge Computing ตอกย้ำยุคใหม่ของการประยุกต์ใช้ AI ระดับอุตสาหกรรม

4.06.26 | 14:46 น.
Advantech

Advantech ชู Physical AI และ Edge Computing ในงาน Edge AI Conference 2026 ตอกย้ำยุคใหม่ของการประยุกต์ใช้ AI ในระดับอุตสาหกรรม

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ไทเป ไต้หวัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมนานาชาติ “Advantech Edge AI Conference” จัดโดยบริษัท แอดวานซ์เทค จำกัดหรือ Advantech ผู้นำระดับโลกด้านระบบอัจฉริยะสำหรับ IoT และแพลตฟอร์ม Embedded ที่ศูนย์ประชุม Hua Nan Bank International เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีผู้นำอุตสาหกรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และพันธมิตรในระบบนิเวศ AI เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง โดย นาย K.C. Liu ประธานกรรมการบริษัท Advantech ได้ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกในระบบนิเวศ AI ได้แก่ NVIDIA, Qualcomm Technologies, Inc. และ Intel นำเสนอทิศทางล่าสุดของเทคโนโลยี Edge Computing หรือ และ Physical AI พร้อมสะท้อนให้เห็นว่าการนำ Edge AI ไปใช้งานในระดับองค์กรและอุตสาหกรรมกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการขยายตัวอย่างเป็นรูปธรรม

Advantech

นายเคซี หลิว กล่าวตอนหนึ่งในการปาฐกถาหัวข้อ “Edge Computing & AI-Powered WISE Solutions” ว่า AI กำลังก้าวจากระบบคลาวด์สู่ Edge และพัฒนาจากการเป็นเพียงเทรนด์ทางเทคโนโลยีไปสู่หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในทุกอุตสาหกรรม

Advantech กำลังปรับบทบาทจากผู้ให้บริการฮาร์ดแวร์และเทคโนโลยี ไปสู่การเป็นผู้สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม ผ่านกรอบการทำงาน WEDA (WISE-Edge Developer Architecture) การบูรณาการระบบนิเวศ และความสามารถด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ร่วมกัน เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถยกระดับ AI ให้เป็นกลไกหลักในการดำเนินงานและการตัดสินใจทางธุรกิจ

Physical AI ก้าวสู่การใช้งานจริง พร้อม WEDA เป็นสถาปัตยกรรมหลักของ Edge AI เมื่อ Edge AI มีความพร้อมมากขึ้น AI จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการฝึกโมเดลบนคลาวด์หรือ Generative AI อีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่ยุคของ Physical AI ซึ่งสามารถรับรู้ คิดวิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติได้จริง ส่งผลให้ AI มีบทบาทในการตัดสินใจและการดำเนินงานอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรมแบบเรียลไทม์

Advertisement

ด้าน นายมิลเลอร์ จาง ประธานกลุ่มธุรกิจ Embedded บริษัท แอดวานซ์เทค (President of Advantech Embedded Sector) กล่าวว่า Advantech ได้ขยายการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการผลิตอัจฉริยะ การแพทย์ ค้าปลีก พลังงาน อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ AMR หุ่นยนต์อัตโนมัติ และ Humanoid Robotics เพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว Advantech ได้เปิดตัวสถาปัตยกรรมหลักและโมดูลสำคัญสำหรับ Physical AI Robotics ซึ่งผสานเทคโนโลยี Edge Computing การรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์หลายประเภท และ Robotic Suite Software Development Kit เพื่อช่วยเร่งการพัฒนาและนำหุ่นยนต์ไปใช้งานในภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ Advantech ยังทำงานร่วมกับพันธมิตรในระบบนิเวศเทคโนโลยี ได้แก่ NVIDIA, Qualcomm, Intel, AMD และ NXP เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มรุ่นใหม่ โดยอาศัย WEDA Developer Architecture ในการสร้างโซลูชันแบบบูรณาการที่รองรับการทำงานข้ามแพลตฟอร์ม พร้อมความสามารถในการเร่งการพัฒนา AI Agents เพื่อผลักดันการใช้งานจริงและการขยายผลในระดับอุตสาหกรรม

ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้าน Physical AI และ Edge Computing
ภายในงานยังมีผู้บริหารจากพันธมิตรชั้นนำในระบบนิเวศ AI ระดับโลก อาทิ NVIDIA, Qualcomm Technologies และ Intel เข้าร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และทิศทางของอุตสาหกรรม

ด้านนาย Deepu Talla รองประธานและ ผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Robotics และ Edge AI บริษัท NVIDIA กล่าวถึงแนวคิด Three-Computer Framework ของ NVIDIA ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของ Physical AI โดยผสานการทำงานของ NVIDIA Omniverse, Isaac Sim, Metropolis และ NemoClaw เพื่อสร้างกระบวนการที่ครบวงจรตั้งแต่การฝึกโมเดล การจำลองสถานการณ์ ไปจนถึงการใช้งานจริง

“บทบาทของ Manager AI Agents ที่ช่วยเพิ่มความสามารถด้านการวิเคราะห์และการประสานงานในกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ การจัดการ SOP และการดำเนินงานของโรงงาน เช่น แนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่โรงงานอัจฉริยะของ Advantech ในฐานะกรณีศึกษาที่สะท้อนศักยภาพของ Physical AI ในอนาคต

ด้านนาย Nakul Duggal รองประธานบริหาร และผู้จัดการทั่วไปกลุ่มAutomotive Industrial และEmbedded IoT และ Robotics บริษัทควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อิงค์กล่าวว่า Edge Computing และเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันการเติบโตของ Industrial AI และ Physical AI ในระดับอุตสาหกรรมด้วยการประยุกต์ใช้ Qualcomm Dragonwing™ Industrial Processors ร่วมกับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ เช่น 5G และ Wi-Fi 8 องค์กรสามารถนำระบบอัจฉริยะไปติดตั้งและประมวลผลได้โดยตรงที่ Edge รองรับการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ ลดความหน่วง และสนับสนุนการดำเนินงานอัตโนมัติ โดย Qualcomm Technologies และ Advantech จะยังคงร่วมมือกันเพื่อผลักดันนวัตกรรมด้านหุ่นยนต์และการประยุกต์ใช้ Physical AI ต่อไป

ขณะที่นาย Dan Rodriguez – Corporate Vice President และ General Manager, Network และ Edge Solutions Groupบริษัท Intel Corporation กล่าวถึงความร่วมมือระหว่าง Intel และ Advantech ในการขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ผ่านระบบนิเวศแบบเปิด สถาปัตยกรรม Native Edge AI และแพลตฟอร์มหุ่นยนต์อัจฉริยะ ซึ่งช่วยเร่งการนำ AI ไปใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม เดินหน้าผลักดัน Physical AI ผ่าน 4 ปัจจัยสำคัญสู่การใช้งานในภาคอุตสาหกรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าน.ส.ลินดา ไช่ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และ ประธานกลุ่มธุรกิจระบบอัจฉริยะ Advantech ได้ร่วมกับ NVIDIA และ Omron แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ 4 ปัจจัยสำคัญในการผลักดัน Physical AI สู่ภาคอุตสาหกรรม

น.ส.ลินดา ไช่ กล่าวว่า การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของแพลตฟอร์ม AI ทำให้ Physical AI เปลี่ยนผ่านจากแนวคิดสู่การใช้งานจริง ขณะที่การบูรณาการกับระบบ OT และความสามารถในการขยายการใช้งานยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม Advantech ยังได้นำ Three-Computer Framework ของ NVIDIA มาประยุกต์ใช้ในการสร้างกระบวนการทำงานแบบ Closed-Loop ครอบคลุมการฝึก AI การจำลองสถานการณ์ และการนำไปใช้งานจริง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตั้งและขยายระบบ เพื่อตอบโจทย์ความซับซ้อนของสภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรม Advantech ได้พัฒนา “AI Foundry” จำนวน 7 โมดูลมาตรฐาน เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถเร่งการเปลี่ยนผ่านจากการทดสอบแนวคิด (Proof of Concept) ไปสู่การใช้งานในวงกว้างได้รวดเร็วยิ่งขึ้นในอนาคต “AI Factory Brain” จะเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนโรงงานจากระบบอัตโนมัติแบบคงที่ ไปสู่ระบบอัจฉริยะที่สามารถเรียนรู้และปรับตัวได้อย่างต่อเนื่องผ่าน AI Agents

“Physical AI ไม่ใช่เรื่องของการทำให้เกิดขึ้นได้หรือไม่อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการขยายการใช้งานให้เกิดขึ้นได้เร็วเพียงใด” น.ส.ลินดา กล่าว