Google Cloud ประกาศแต่งตั้ง ‘สรุจ ทิพเสนา’ ดำรงตำแหน่ง Country Manager ประจำประเทศไทย

23.06.26 | 18:15 น.

Google Cloud ประกาศแต่งตั้ง ‘สรุจ ทิพเสนา’ ดำรงตำแหน่ง Country Manager ประจำประเทศไทย

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน  Google Cloud ประกาศแต่งตั้ง นายสรุจ ทิพเสนา ดำรงตำแหน่ง Country Manager ประจำประเทศไทย โดยจะรับผิดชอบการกำหนดกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาด (Go-to-Market) การสร้างความสัมพันธ์และขับเคลื่อนความร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตร ตลอดจนการดำเนินงานทางธุรกิจในประเทศ ในบทบาทนี้ คุณสรุจจะทำงานร่วมกับองค์กรทั่วประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการนำพอร์ตโฟลิโอ AI อันทรงพลังและมีประสิทธิภาพของ Google Cloud มาใช้เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Agentic Era โดยสรุจจะรายงานตรงต่อ Mark Micallef กรรมการผู้จัดการ Google Cloud ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายสรุจมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในด้านเทคโนโลยีระดับองค์กร, Cloud, Cybersecurity, AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ก่อนเข้ารับตำแหน่งที่ Google Cloud คุณสรุจสั่งสมประสบการณ์จาก STelligence บริษัทด้าน AI และการวิเคราะห์ข้อมูลของไทย ซึ่งเขาดำรงตำแหน่ง Executive Director และ Chief Technology Officer (CTO) โดยมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้องค์กรต่าง ๆ นำ AI และเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขความท้าทายทางธุรกิจ นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยี AI สำหรับชุดข้อมูลด้านกฎหมายและการกำกับดูแลการปฏิบัติตามข้อกำหนด และล่าสุดได้เป็นผู้นำการนำ AI ไปใช้งานในโครงการระดับชาติอย่าง TH2OECD ของประเทศไทย

ก่อนหน้านี้ นายสรุจเคยดำรงตำแหน่งผู้นำระดับสูงที่ Microsoft ประเทศไทย ในสายงาน Cloud, Cybersecurity และ Generative AI โดยเคยดำรงตำแหน่ง Deputy Managing Director ของ Cloud Solution Unit และ Chief Information Security Officer (CISO) ในบทบาทดังกล่าว เขามีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้องค์กรไทยนำแพลตฟอร์ม Cloud มาใช้เสริมความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ตามแนวทาง Zero Trust และประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับการดำเนินธุรกิจ

ในช่วงเริ่มต้นเส้นทางอาชีพ คุณสรุจเคยร่วมงานกับ Telcordia Technologies โดยมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาและยกระดับระบบโทรคมนาคม รวมถึงโครงการระบบการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Number Portability: MNP) ในหลายประเทศ ซึ่งทำให้เขาได้สั่งสมประสบการณ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับประเทศ และการดำเนินโครงการเทคโนโลยีในระดับนานาชาติ

ยิ่งไปกว่านั้น นายสรุจยังเคยร่วมงานกับ UN ESCAP ในโครงการพัฒนาระบบวิจัยด้านกฎหมายและการกำกับดูแลที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมีส่วนสำคัญในการประยุกต์ใช้ AI เพื่อช่วยให้ข้อมูลด้านกฎระเบียบและนโยบายสาธารณะที่มีความซับซ้อนสามารถเข้าถึง และนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่ครอบคลุมทั้งบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก โครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ องค์กรไทย สตาร์ทอัพ และองค์กรระหว่างประเทศ คุณสรุจจึงมีมุมมองที่รอบด้านและโดดเด่นในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศไทย ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่น ความยืดหยุ่น และขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

Advertisement

Mark Micallef กรรมการผู้จัดการ Google Cloud ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การลงทุนมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐของเราในประเทศไทย รวมถึงการเปิดตัว Cloud Region แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของเราในการสนับสนุนประเทศไทยและลูกค้าในประเทศ ในก้าวต่อไปของการเติบโต โครงสร้างพื้นฐานระดับโลกจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับความร่วมมือที่แข็งแกร่งในระดับท้องถิ่น ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่โดดเด่นและประสบการณ์ในการช่วยให้องค์กรไทยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล คุณสรุจจึงเป็นกำลังสำคัญที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมของเรา เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับสรุจสู่ Google Cloud และเชื่อมั่นว่าเขาจะมีบทบาทสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรในระบบนิเวศดิจิทัลของไทย พร้อมสนับสนุนให้องค์กรไทยสามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรม”

นายสรุจ ทิพเสนา Country Manager, Google Cloud ประเทศไทย กล่าวว่า “จากประสบการณ์ที่ได้ทำงานร่วมกับองค์กรไทยในด้าน AI และ Cybersecurity มาอย่างต่อเนื่อง ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อองค์กรสามารถสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมที่ล้ำสมัย การกำกับดูแลข้อมูลที่รัดกุม และความไว้วางใจ ประเทศไทยมีศักยภาพและพลังขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งในการกำหนดทิศทางอนาคตดิจิทัลของภูมิภาค และ Google Cloud พร้อมเป็นพันธมิตรที่เปิดกว้างและทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อร่วมขับเคลื่อนการเติบโตดังกล่าว ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า พันธมิตร และระบบนิเวศดิจิทัลของไทย เพื่อสนับสนุนให้องค์กรต่าง ๆ สามารถเร่งการนำ AI มาใช้อย่างมีความรับผิดชอบ พร้อมต่อยอดนวัตกรรมได้อย่างมั่นใจ”

ความเป็นผู้นำของ Google Cloud ในอุตสาหกรรมได้รับการขับเคลื่อนด้วยขีดความสามารถด้าน AI แบบครบวงจร ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน AI โมเดลชั้นนำอย่าง Gemini ความสามารถด้านการจัดการข้อมูล โซลูชันด้านความปลอดภัยแบบ Multicloud เครื่องมือและแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนา ตลอดจน Agents และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมและเติบโตในยุค Agentic Era ได้อย่างเต็มศักยภาพ หัวใจสำคัญของระบบนิเวศดังกล่าวคือ Gemini Enterprise ซึ่งเปรียบเสมือนระบบปฏิบัติการสำหรับ Agentic Enterprise ช่วยให้องค์กรทุกขนาดสามารถยกระดับการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร และสร้างโอกาสทางธุรกิจรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบัน องค์กรชั้นนำจำนวนมากจากหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วประเทศไทยต่างเลือกใช้ Google Cloud เพื่อรับมือกับความท้าทายทางธุรกิจและส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ผู้ใช้งานหลายล้านคน โดยครอบคลุมทั้งสมาชิกหลักของโครงการ PanyaThAI ของ Google Cloud และสตาร์ทอัพที่ผ่านโครงการ Google for Startups Accelerator ในหลากหลายอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ

ธนาคารและบริการทางการเงิน: กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารกสิกรไทย (KBTG), กลุ่มทิสโก้ไฟแนนเชียล, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET), ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน และไทยสมุทรประกันชีวิต

ธุรกิจค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค: ซีเอ็ดยูเคชั่น (SE-ED), เซ็นทรัล รีเทล, ทีดี ตะวันแดง, ไทยวาโก้, บริษัท ช้อป โกลบอล อีคอมเมิร์ซ จำกัด, ไมเนอร์ โฮเทลส์, แสนสิริ และ สยามพิวรรธน์
กลุ่มบริษัทหลากหลายอุตสาหกรรม การศึกษา และโทรคมนาคม: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กัลฟ์ เอดจ์ และ แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS), ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป

ธุรกิจดิจิทัลและสตาร์ทอัพ: จิซทิกซ์ (Giztix), บิทาซซ่า (Bitazza), ฟินโนมีนา (Finnomena), สคูลดิโอ (Skooldio) และเอชดีมอลล์ (HDmall)