คอลัมน์ Tast Test : iPhone 18 Pro / iPhone 18 Pro Max สัมผัสกับความเก่งของม่านชัตเตอร์

2.10.26 | 22:36 น.
iPhone 18 Pro

คอลัมน์ Tast Test : iPhone 18 Pro / iPhone 18 Pro Max สัมผัสกับความเก่งของม่านชัตเตอร์

เปิดตัวกันไปเรียบร้อย สำหรับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ที่แม้ว่า หน้าตาจะมีความคลึงกับรุ่น 17 หากแต่ในรายละเอียดนั้น ก็มีข้อแตกต่างอยู่


สำหรับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max นั้น โดยรวมๆแล้ว สเปคจะเหมือนกัน แตกต่างกันที่ขนาดของหน้าจอ โดย iPhone 18 Pro หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ส่วน iPhone 18 Pro Max หน้าจออยู่ที่ 6.9 นิ้ว

สำหรับชิปประมวลผล เป็น A20 Pro (CPU 6-core, GPU 7-core, Neural Engine 16-core แบบคู่) ซึ่งชิปจะวางแผ่นวงจรของชิปไว้ข้างๆหน่วยความจำ แทนที่จะวางซ้อนทับกันอยู่ที่ด้านบน ทำให้หน่วยความจำไม่ไปขวางเส้นทางการถ่ายเทความร้อนอีกต่อไป และยังช่วยให้ตัวชิปเชื่อมต่อโดยตรงเข้ากับ Vapor Chamber ทำให้ระบบระบายความร้อนทำงานได้ดีขึ้น

Advertisement

 

โดย Vapor Chamber เจเนอเรชั่นถัดไป ของ iPhone 18 Pro นั้น จะมีพื้นที่ผิวมากกว่า iPhone 17 Pro ถึง 3 เท่า ผสานกับวัสดุทองแดง Nanotwin ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรก ผลลัพธ์ที่ได้คือ ประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ

ในส่วนเรื่องกล้องนั้น ด้านหลัง ยังคงมีกล้อง 3 ตัว คือ กล้องหลัก (Fusion Main) มีความละเอียด 48MP มาพร้อมระบบรูรับแสงแบบปรับได้จริง f/1.48 ถึง f/4.0 (ปรับได้ 4 ระดับ: f/1.48, f/1.8, f/2.8, f/4.0)

อีกตัว เป็นกล้องมุมกว้าง (Ultra Wide) ความละเอียด 48MP ช่วยให้เก็บภาพมุมกว้างได้ละเอียดคมชัดยิ่งขึ้น รวมถึงการถ่ายภาพแบบ Macro

และสุดท้ายคือ กล้องซูม (Telephoto) ความละเอียด 48MP รองรับการซูมแบบ Optical Zoom 4x (ทางยาวโฟกัส 100mm) และรองรับการซูมแบบ Digital Zoom สูงสุด 40x

ส่วนกล้องหน้า (Front Camera) ความละเอียด 18MP มาพร้อมการปรับปรุงดีไซน์ให้ Dynamic Island มีขนาดเล็กลง เนื่องจาก Apple ได้ซ่อนเซนเซอร์อินฟราเรด (IR) ไว้ใต้หน้าจอ

ขณะที่ Variable Aperture หรือระบบปรับรูรับแสงได้จริง เป็นการนำกลไกฮาร์ดแวร์ “ม่านชัตเตอร์ใบมีด 6 ใบ” มาใส่ไว้ในเลนส์หลัก ซึ่งเป็นการเลียนแบบการทำงานของกล้องถ่ายภาพระดับโปร เพื่อให้ผู้ใช้สามารถปรับขนาดความกว้างของรูรับแสงได้ ตั้งแต่ f/1.48 ไปจนถึง f/4.0) ผลลัพธ์ที่ได้คือ การถ่ายภาพได้ด้วยกลไกฮาร์ดแวร์ แบบเดียวกับกล้องขนาดใหญ่ ที่ไม่ได้เป็นการนำเอไอมาแก้ภาพอีกต่อไป แต่ภาพที่สวยละมุนเกิดจากชิ้นเลนส์จริงๆ

หรือหากถ่ายภาพตอนกลางคืน ก็เปิดม่านรับแสงกว้างสุด ไม่ต้องใช้ Night Mode ถือนานได้เมื่อยมืออีกต่อไป

หรือถ้าเราเปิดโหมด Auto ตัวเครื่องก็สามารถคำนวณให้เองได้ตามความเหมาะสม แต่ถ้าเป็นสายปรับเองแบบแมนวล ในแอพพ์กล้อง ก็จะมีเมนู Pro controls ซึ่งเป็นเมนูในการควบคุมกล้องแบบใหม่ในแอพพ์กล้อง ที่ช่วยในการตั้งค่าต่างๆได้อย่างรวดเร็ว ปรับ white balance, ดูฮิสโตแกรม, เปลี่ยนความเร็วชัตเตอร์ เพื่อสร้าง motion blur หรือควบคุมรูรับแสงแบบแมนวลได้

ในส่วนของแบตเตอรี่นั้น iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้นแบบก้าวกระโดดครั้งใหญ่ด้วยดีไซน์ใหม่ที่ใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพของซิลิคอนอันทรงพลัง โดย iPhone 18 Pro สามารถเล่นวิดีโอได้สูงสุด 34 ชั่วโมง และใช้งานได้นานสูงสุด 23 ชั่วโมงเมื่อชาร์จเต็มโดยอ้างอิงจากโมเดลการใช้งานแบตเตอรี่แบบใหม่ที่ใช้ข้อมูลในชีวิตจริง

ส่วน iPhone 18 Pro สามารถเล่นวิดีโอได้สูงสุด 43 ชั่วโมง และใช้งานได้นานสูงสุด 29 ชั่วโมงเมื่อชาร์จเต็มโดยอ้างอิงจากโมเดลการใช้งานแบตเตอรี่แบบใหม่ที่ใช้ข้อมูลในชีวิตจริง สำหรับตัวเครื่องนั้น มี 4 สีให้เลือกคือ สีเบอร์กันดี (Burgundy) , สีธารน้ำแข็ง (Glacier) , สีเงิน (Silver) และ สีดำ (Black)ฃ

iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีความจุ 4 ขนาดให้เลือก คือ 256GB , 512GB , 1TB และ 2TB ด้วยราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 48,900 บาท และจบที่รุ่นท็อปสุดในรุ่น Max ที่ราคาตอนนี้ เหมือนจะทะลุ 1 แสนไปเรียบร้อยแล้ว

ก็ลองไปหาโปรโมชั่นจากบรรดาผู้ให้บริการมือถือ หรือร้านค้าไอทีต่างๆ ว่าจะมีราคาเครื่องเก่าแลกเครื่องใหม่ หรือผูกโปรอะไรกันบ้าง

แถมท้ายอีกนิดหน่อยว่า เคสที่ใช้ จากรุ่น 17 เหมือนจะใช้ได้กับรุ่น 18 แต่อาจจะไม่ได้พอดิบพอดี จะให้ดี ก็หาเคสสำหรับรุ่น 18 ไปเลยจะดีกว่า