เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต เปิดเผยว่า ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของคณะทูตและทหารฝรั่งเศสในอยุธยายุคพระนารายณ์มหาราชเมื่อกว่า 330 ปีมาแล้ว
“ในช่วง 3 ปีท้ายของรัชสมัยอันยาวนานเกือบ 32 ปีของพระนารายณ์ที่ทรงนิยมประทับเกือบตลอดปีที่พระราชวังเมืองลพบุรี แทนพระราชวังหลวงกรุงศรีอยุธยาได้มีคณะทูตฝรั่งเศสเดินทางมาสร้างสัมพันธไมตรีกับอยุธยา 2 คณะด้วยกัน คณะทูตชุดใหญ่คณะแรก นำโดย เชอวาริเยร์ เดอ โชมองต์ เดินทางราว 7 เดือนมาถึงอยุธยาเดือนตุลาคม 1685 /พ.ศ.2228 คณะทูตชุดนี้อยู่ในอยุธยาสองเดือนครึ่ง จึงกลับไปฝรั่งเศสพร้อมนำคณะทูตอยุธยาชุดโกษาปานขึ้นเรือเดินทางไปด้วย คณะทูตฝรั่งเศสชุดที่สอง นำโดย เมอซิเออร์ เดอ ลา ลูแบร์ และเมอซิเออร์ เซเบเรย์ มาถึงสยามเมื่อปลายเดือนกันยายน 1687/พ.ศ.2230 พร้อมนำคณะทูตอยุธยาชุดโกษาปานกลับมาด้วย คณะทูตชุดนี้มีทหารฝรั่งเศสมาด้วยถึง 636 คน แต่เสียชีวิตระหว่างการเดือนทางทางเรือ 7 เดือนถึง 144 คน มีทหารเหลือถึงอยุธยา 492 คน คณะทูตชุดที่ 2 นี้อยู่ในอยุธยา 3 เดือน ยุง คือศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของคณะทูตและทหารชาวฝรั่งเศส” ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์กล่าว
ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า บาทหลวงเดอ ชัวซีย์ ซึ่งมากับคณะทูตฝรั่งเศสชุดแรก ได้ประสบการณ์อย่างยิ่งในการพักที่เรือนพักรับรองริมแม่น้ำเจ้าพระยาคืนแรกในสยามจาก ยุงตัวเล็กๆ ที่ชุกชุม จน “เรานอนกันไม่ค่อยหลับทั้งคืน”
นิโกลาส์ แชรแวส ผู้เขียนเรื่องธรรมชาติและการเมืองของอยุธยาสมัยพระนารายณ์พิมพ์ขายในฝรั่งเศสเมื่อต้นปี 1688 บรรยายว่า กองทัพยุงเริ่มราวีตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดินจนถึงรุ่งเช้า สิ่งที่น่ารำคาญคือเสียงหึ่งๆ ของมัน แล้วถ้าถูกยุงกัด มันจะเจ็บๆ คันๆ ตรงนั้น เวลานอนต้องเอาผ้ามัสลินหนาๆ ห่มคลุมตัวสามสี่ชั้นจึงจะพ้นยุง หรือใช้การสุมควัน
“ประสบการณ์ของคณะทูตฝรั่งเศสชุดแรก ทำให้มีการเตรียม มุ้ง ไว้พร้อมเพื่อการมีชีวิตที่ดีขึ้นของคณะทูตฝรั่งเศสชุดที่สอง เมื่อคณะทูตฝรั่งเศสมาถึงเมืองบางกอก คอนสแตนติน ฟอนคอล ก็นำมุ้งมาให้ทหารฝรั่งเศสคนละ 1 หลัง โดยระบุว่าเป็นของพระนารายณ์พระราชทานมา ซึ่งทำให้ทหารฝรั่งเศสได้อยู่กันอย่างสบาย ถึงกระนั้น ทูตเซเบเรย์ได้บันทึกไว้ว่า แม้ทหารจะมีมุ้งและได้ทานอาหารอย่างดีและอย่างอุดมสมบูรณ์ แต่ก็ยังตายด้วยความไข้ และติดต่อไปยังนายทหารอีกด้วย มุ้ง เป็นสิ่งที่มีราคาแพง ไม่ใช่ว่าประชาชนในอยุธยาทั่วไปทุกคนจะมีได้ คนทั่วไปจึงต้องนอนแบบไม่มีมุ้ง” ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์กล่าว

