ไหลเรือ, ลอยกระทง นาฏกรรมแห่งรัฐจารีต โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

23.10.18 | 14:36 น.
ขบวนไล่เรือ ส่งน้ำ สมัยอยุธยา (คาดว่าไปบางขดาน) ภาพพิมพ์โดยอองรี อาบราฮัม ชาเตอแลง นักเขียนแผนที่ชาวฮอลันดา รวมอยู่ในหนังสือซึ่งพิมพ์ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในปี พ.ศ. 2262 (ตรงกับกลางรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ) (ภาพจากห้องสมุดส่วนบุคคล ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช)

ลอยกระทง เป็นนาฏกรรมแห่งรัฐ ของรัฐนาฏกรรมสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ต้องทำประจำปีเพื่อการเมืองการปกครอง อันมีระเบียบขั้นตอนซับซ้อน และเหลื่อมล้ำ ตามลำดับที่สูงที่ต่ำ ผู้ใหญ่ผู้น้อย

เป็นกิจกรรมสืบเนื่องจากพิธีกรรมดั้งเดิมขอขมาผีน้ำผีดิน มีในช่วงน้ำนองกับน้ำทรงขึ้นสูงสุด เรียก “เดือน 11 น้ำนอง เดือน 12 น้ำทรง” เพื่อวิงวอนร้องขอให้น้ำลด ชาวนาจะได้เก็บเกี่ยว ได้ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ เฉลิมฉลองปีนักษัตรใหม่ที่ใกล้เข้ามา เดือน 1 เรียก เดือนอ้าย

เทียบปัจจุบัน คือ ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พบหลักฐานเก่าทั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำโขง มีลำดับกว้างๆ ดังนี้ แข่งเรือ, ไล่เรือส่งน้ำ, ลอยโคมดอกบัว (หรือลอยกระทง)

ลายเส้นฝีมือช่างในคณะสำรวจชาวยุโรปที่เดินทางเข้ามาสำรวจแม่น้ำโขง ระหว่าง พ.ศ. 2409-2411 เมื่อปลายแผ่นดิน ร.4 ถึงต้นแผ่นดิน ร.5 (ขวา) ลายเส้นฝีมือชาวยุโรป พิมพ์ครั้งแรก ราว พ.ศ. 2416 สมัย ร.5
ไหลเฮือ, ส่วงเฮือ ของชุมชนบ้านเมืองสองฝั่งโขง โดยคาดเดาจากลักษณะของภาพ

แข่งเรือ, ส่วงเฮือ

แข่งเรือ ลาวว่า ส่วงเฮือ เป็นพิธีกรรมเสี่ยงทายทำนายสถานการณ์ข้างหน้าของพืชพันธุ์ว่านยาข้าวปลาอาหาร จะได้เตรียมรับมือทันท่วงที (ต่อมามีการพนันด้วย)

ราชสำนักอยุธยามีนาฏกรรมแห่งรัฐ แข่งเรือมเหสีกับพระเจ้าแผ่นดิน แล้วมีคำทำนายความอุดมสมบูรณ์ (มีในกฎมณเฑียรบาล)

Advertisement

ไล่เรือ, ไหลเฮือ

ไล่เรือ ลาวว่า ไหลเฮือ เป็นพิธีกรรมขอขมาผีน้ำผีดิน โดยการลอยเครื่องเซ่นไปตามน้ำไหลด้วยแพหยวกกล้วย หรือกระบอกไผ่

ต่อมาพัฒนาเป็นเรือขนาดต่างๆ และขบวนเรือของราชอาณาจักร แล้วเพิ่มความหมายว่าบูชาพระพุทธเจ้าเสด็จจากดาวดึงส์ (วันพระเจ้าเปิดโลก) และบูชารอยพระพุทธบาทที่หาดทรายริมแม่น้ำนัมมทานที

นานเข้าชุมชนลุ่มน้ำโขงก็ปรับเปลี่ยนประดับประดาด้วยไฟหลากสีเรียก ไหลเฮือไฟ (เช่น งานที่ จ. นครพนม) เรียกทั่วไปตามภาคกลางว่า ไหลเรือไฟ

สมัยต้นอยุธยา มีบอกในกฎมณเฑียรบาล เป็นพระราชพิธีฤดูน้ำหลาก ตั้งแต่เดือน 11 (ตุลาคม-พฤศจิกายน) หลังออกพรรษา มีไล่เรือ ส่งน้ำ ล่องลงไปทางใต้ ทำพิธีที่ บางขดาน บริเวณสะดือดิน มีน้ำวน (อยู่ใต้ขนอนหลวง วัดโปรดสัตว์ ทางเหนือบ้านเลน บางปะอิน)

มีเห่เรือ ร้องขอขมาผีน้ำ (ขณะเรือจอดนิ่งทำพิธีกรรม ไม่ได้พายเคลื่อนที่) แล้ววิงวอนนาคบันดาลให้น้ำลดไหลลงบาดาล เพื่อชาวบ้านจะได้เก็บเกี่ยวข้าว