“สุจิตต์” ฟันธง ดราม่าโขนไทย-เขมร เหตุตก ‘หลุมดำ’ ยุคล่าเมืองขึ้น พ้อ อย่าปล่อยตามยถากรรม

8.06.16 | 01:58 น.

กรณีเกิดกระแสในโซเชียลเน็ตเวิร์กซี่งมีการเผยแพร่ภาพและข้อความเกี่ยวกับโขนไทยและกัมพูชาโดยมีการถกเถียงกันเรื่องที่มาและความเป็นเจ้าของการแสดงดังกล่าว ซึ่งเวปไซต์พนมเปญโพสต์ ของกัมพูชาระบุว่า กระแสดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสื่อไทยนำเสนอข่าวว่ากระทรวงวัฒนธรรม ประเทศไทยเตรียมเสนอการแสดงโขนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ต่อองค์กรการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก

นาย สุจิตต์ วงษ์เทศ นักค้นคว้าด้านประวัติศาสตร์ และคอลัมนิสต์ในเครือ “มติชน” กล่าวว่า โขน มีพัฒนาการจากหนังใหญ่เรื่องรามายณะ ซึ่งเป็นวรรณกรรมอินเดียโบราณ เพื่อยอพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดิน ที่ทรงเป็นประดุจ อวตารของพระนารายณ์ มาปราบยุคเข็ญให้บ้านเมืองร่มเย็น คำเรียกชื่อโขนละครมีรากจากตระกูลชวา-มลายู ว่า “เลกอง” เขมรเรียก “ละโขนละคอน” ส่วนไทยใช้ว่า “โขนละคอน” ปัจจุบันสะกดเป็น “โขนละคร” ซึ่งแม้จะมาจากวรรณกรรมอินเดีย แต่ท่วงท่ามาจากพื้นเมือง คือ เต้นกับฟ้อน ที่มาจาก “ท่ากบ” และ “ท่ายืดยุบ” ซึ่งในอินเดียไม่มี ถือเป็นวัฒนธรรมในอุษาคเนย์ หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีรากเหง้าความเป็นมาร่วมกัน จะแยกโดดๆไม่ได้ว่าเป็นสมบัติของใครของมัน เช่นเดียวกับดนตรี-นาฏศิลป์ประเภทอื่นๆในภูมิภาคนี้ ซึ่งล้วนเป็น “วัฒนธรรมร่วม”ของทุกชาติพันธุ์ กรณีโขนไทย-เขมร ต่างรับส่งอิทธิพลให้กันและกัน ถือเป็นเจ้าของร่วมกัน นอกจากนี้ หากศึกษาหลักฐานทางโบราณคดีจะพบว่าไทยและกัมพูชามีบรรพชนร่วมกันอีกด้วย

“โขน เป็นวัฒนธรรมร่วมของอาเซียน มีในหลายประเทศ อาจเรียกชื่อต่างๆกันตามท้องถิ่น แต่หลักฐานพบเก่าสุดในกัมพูชา แล้วส่งแบบแผนให้ไทย, ลาว, พม่า ฯลฯ จึงควรเป็นมรดกร่วมกัน ถ้าพิจารณาเฉพาะไทยกับกัมพูชา จะพบว่ามีบรรพชนร่วมกัน อยู่บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลาง เห็นได้จากกรุงศรีอยุธยาเป็นมรดกจากวัฒนธรรมกัมพูชา ผ่านรัฐละโว้ ที่ ลพบุรี พระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยายุคแรกๆตรัสภาษาเขมรในชีวิตประจำวัน แต่เปลี่ยนเป็นภาษาไทยในสมัยหลัง แล้วยกย่องภาษาเขมรเป็นราชาศัพท์” นายสุจิตต์กล่าว

นายสุจิตต์ ยังกล่าวอีกว่า ความขัดแย้งอันสืบเนื่องจากวัฒนธรรมระหว่างไทย-กัมพูชา สะท้อนถึงมรดกตกค้างจากยุคอาณานิคม ทางแก้ไขควรร่วมกันชำระประวัติศาสตร์ และก้าวข้ามผ่านความขัดแย้ง เพราะเมื่อครั้งยังไม่มีรัฐชาติ ต่างก็เป็น “คน” เหมือนกัน ไม่ได้แบ่งแยกตามเขตแดนประเทศเหมือนทุกวันนี้

“คนไทยกับคนกัมพูชา ยังดราม่าทางวัฒนธรรมอยู่เรื่อยๆ และอีกนาน สะท้อนให้เห็นความขัดแย้งทางวัฒนธรรมที่เป็นมรดกตกค้างจากยุคอาณานิคม ซึ่งทุกฝ่ายไม่ยอมถอนตัวออกจากหลุมดำอำมหิต อาเซียน ต้องร่วมมือด้านสังคมวัฒนธรรมด้วย ไม่ใช่มีด้านเดียวที่เศรษฐกิจ แล้วปล่อยด้านสังคมวัฒนธรรมไปตามยถากรรม จึงมีประเด็นปะทะกันทางโซเชียล อยู่เนืองๆ ความขัดแย้งจะลดลงต้องร่วมกันชำระประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ ให้พ้นจากการครอบงำของแนวคิดอาณานิคมยุคล่าเมืองขึ้น โดยเริ่มต้นที่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อหลายแสนหลายหมื่นหลายพันปีมาแล้ว เป็นแผ่นดินเดียวกันตั้งแต่ภาคพื้นทวีปกับกลุ่มเกาะ และเป็นคนเหมือนกัน แต่ยังไม่มีชื่อชาติพันธุ์ หรือมีแล้วแต่ไม่มีหลักฐานจะรู้ได้ ยังไม่มีรัฐชาติ แต่นับถือเหมือนกันในศาสนาผี มีความสืบเนื่องทางวัฒนธรรมจนปัจจุบัน เช่น กินข้าว, กับข้าวเน่าแล้วอร่อย, ขวัญ, พิธีศพ, พิธีเลี้ยงผีขอฝน, อยู่เรือนเสาสูง ฯลฯ ร้องรำทำเพลง โขนละคร เหมือนกันหมดทั้งอาเซียน เพราะเป็นวัฒนธรรมร่วม ไม่มีใครเป็นเจ้าของฝ่ายเดียวหรือพวกเดียว” นายสุจิตต์กล่าว

Advertisement