เทศกาลหนังโตเกียว 2016 กลับมาแล้ว พร้อมโปรเจ็คท์พิเศษน่าสนใจมากมาย
กลับมาอีกครั้งสำหรับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียวครั้งที่ 29 ประจำปี 2016
โดยในเทศกาลปีที่แล้ว มีหนังไทยเดินทางไปร่วมประกวดถึงสองเรื่อง ได้แก่ “สแน็ป แค่..ได้คิดถึง” ของคงเดช จาตุรันต์รัศมี ที่เข้าฉายในสายการประกวดหลัก และ “มหาสมุทรและสุสาน” ของพิมพกา โตวิระ ที่เข้าฉายในสายเอเชี่ยน ฟิวเจอร์ และได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำสายการประกวดดังกล่าวมาครอง
ในปีนี้ ทางเทศกาลภาพยนตร์โตเกียวได้เริ่มเปิดชื่อหนังญี่ปุ่นสองเรื่องที่จะเข้าฉายในสายการประกวดหลักออกมาแล้ว เรื่องแรก คือ “Japanese Girls Never Die” ผลงานของไดโกะ มัตซุย ที่ฉายภาพให้เห็นถึงวิถีชีวิตของตัวละครสตรีชาวญี่ปุ่นในสามเจเนอเรชั่น

ส่วนอีกเรื่อง คือ “Snow Woman” ผลงานของผู้กำกับ-โปรดิวเซอร์-นักแสดงหญิง กิกิ ซูกิโนะ ซึ่งนำเอาเนื้อหาบทหนึ่งของหนังสือ “ผีญี่ปุ่น” อันโด่งดัง มาตีความใหม่

ขณะเดียวกัน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียวครั้งที่ 29 ยังมีโปรแกรมพิเศษอีกมากมาย อาทิ “Asian Three-Fold Mirror 2016: Reflections” โปรเจ็คท์รวมหนังสั้น 3 เรื่องจากผู้กำกับภาพยนตร์ชาวเอเชียสามคน โดยธีมหลักของภาพยนตร์ชุดนี้ คือ การเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างประเทศในทวีปเอเชียของบรรดาตัวละคร

หนังสั้นเรื่องแรกของโปรเจ็คท์นี้ คือ “SHINIUMA Dead Horse” ผลงานของบริลแลนเต้ เมนโดซ่า คนทำหนังชาวฟิลิปปินส์ที่เคยคว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาแล้ว ในหนังสั้นเรื่องนี้ เมนโดซ่าจะเล่าเรื่องราวของแรงงานข้ามชาติชาวฟิลิปปินส์ที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นอย่างผิดกฎหมาย และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นนานนับทศวรรษ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้และส่งตัวกลับประเทศบ้านเกิด
หนังสั้นเรื่องต่อมา คือ “Pigeon” ผลงานของผู้กำกับชาวญี่ปุ่น อิซาโอะ ยูกิซาดะ ที่บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่แห่งหนึ่งในประเทศมาเลเซีย ซึ่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองเคยถูกบุกเข้ายึดครองโดยกองทัพญี่ปุ่น แต่ในปัจจุบัน พื้นที่ดังกล่าวกลับกลายเป็น “บ้านหลังสุดท้าย” ที่เหล่าคนชราญี่ปุ่นวัยหลังเกษียณเดินทางเข้ามาพำนักพักพิงในช่วงเวลาท้ายๆ ของชีวิต
ปิดท้ายด้วย “Beyond The Bridge” หนังสั้นของโสโท กูลิการ์ ผู้กำกับหญิงจากกัมพูชา ที่เล่าเรื่องราวความรักซึ่งอยู่เหนือเวลาและเส้นแบ่งเขตแดน โดยมีฉากหลังเป็นเหตุการณ์สงครามกลางเมืองในประเทศกัมพูชาและสะพานมิตรภาพ “กัมพูชา-ญี่ปุ่น” ซึ่งถูกสร้างขึ้น ณ กรุงพนมเปญ
นอกจากนี้ ยังมีโปรแกรมพิเศษที่กลายเป็นจุดเด่นของเทศกาลภาพยนตร์โตเกียวไปแล้ว นั่นคือ โปรเจ็คท์ “CROSSCUT ASIA” ซึ่งทางเทศกาลร่วมกับเจแปน ฟาวเดชั่น เอเชีย เซ็นเตอร์ ได้นำหนังจากประเทศต่างๆ ของทวีปเอเชีย มาจัดฉายที่โตเกียว โดยในสองปีแรกเป็นคิวของภาพยนตร์ไทยและฟิลิปปินส์
ล่าสุด ในเทศกาลปีนี้ คณะผู้จัดงานได้เลือกหนังจากประเทศที่มีความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างอินโดนีเซียมาร่วมเทศกาล
โดยผลงานที่ถูกคัดเลือกเข้ามาจัดฉาย จะเป็นหนังของบรรดาผู้กำกับภาพยนตร์รุ่นใหม่ชาวอินโดนีเซีย ที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะของสังคมสมัยใหม่ในหลายแง่มุม อาทิ แง่มุมด้านศาสนา, ชาติพันธุ์, เพศสภาพ และความรักหลากรูปแบบ
รายชื่อภาพยนตร์ทุกเรื่องที่เข้าฉายในสายการประกวดของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียว 2016 จะถูกประกาศออกมาในวันที่ 26 กันยายนนี้
ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า จะมีชื่อของหนังไทยเรื่องใดรวมอยู่ด้วยหรือไม่?

