ทัวร์บ้านจอมพลฟื้นปูชนียบุคคลยุคกบฏบวรเดช สู่คาเฟ่สุดชิคสไตล์โมเดิร์นคลาสสิค
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ The Marshal Social Club พญาไท มีการจัดงาน Matichon Book Launch 9 เล่ม ก้าวต่อไปของสำนักพิมพ์มติชน 6 เวทีเสวนาจากการรวมตัวของ 13 นักเขียน นักวิชาการและนักแปลระดับประเทศ กับหนังสือ 9 เล่มใหม่จากสำนักพิมพ์มติชน เพื่อเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่สร้างสัมพันธ์ระหว่างนักเขียน นักแปล คนทำหนังสือ และนักอ่านเข้าด้วยกัน โดยมีเนื้อหาสาระ อาทิ ประวัติศาสตร์ ตัวตนคนทำหนังสือ มานุษยวิทยา วรรณกรรมคลาสสิก-วรรณกรรมไทย ประวัติศาสตร์ศิลปะ-โบราณคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมส่วนหนึ่งของงานคือการพาทัวร์บ้านจอมพลฟื้น (The House of Marshal Fuen) โดย นายอพิสิทธิ์ ธีระจารุวรรณ รองผอ.ศูนย์ข้อมูลมติชน
นายอพิสิทธิ์ กล่าวว่า The Marshal Social Cafe เดิมคือบ้านของจอมพลอากาศฟื้น รณนภากาศ ฤทธาคนี อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งเป็นปูชนียบุคคลของกองทัพอากาศไทย และยังมีส่วนเกี่ยวข้องเหตุการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญ เช่น กบฏบวรเดช และกบฏแมนฮัตตัน
ตัวบ้านเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2498 แล้วเสร็จใน พ.ศ.2500 รูปแบบของสถาปัตยกรรมเป็นแบบ Art Deco มีอายุยาวนานเกือบ 70 ปี ตกแต่งภายในด้วยสไตล์ Modern Classic ไม้สักทองและหินอ่อน

สำหรับประวัติของจอมพลฟื้น เรียบเรียงโดยทายาทจอมพลฟื้น ระบุว่า จอมพลอากาศฟื้น รณนภากาศ ฤทธาคนี เกิดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2443 ณ วังหม่อมเจ้าแดง ในตระกูลทหารซึ่งรับใช้แผ่นดินมาตั้งแต่บรรพบุรุษคุณปู่ของท่านขุนอาจอัคนักรเป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นายฟุ้ง บิดาเป็นข้าราชการพลเรือนในตำแหน่งวิศวกรโยธาในพลเอกสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ มารดาชื่อพุดตาน เกิดในสกุลจุณณะเวส

เมื่อเยาว์วัยได้รับการอุปถัมภ์เลี้ยงดูโดยเจ้านายสตรีพระองค์หนึ่งให้ได้ศึกษาวิชาการเรือนของชาววังในวังหลวงท่านเจ้าเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยและเรียนที่โรงเรียนนายร้อยทหารบก (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า) รับราชการทหารครองยศร้อยตรีในกองทัพบก และเป็นทหารพรานที่กองพลที่ 9 จังหวัดจันทบุรีต่อมาสมัครเป็นศิษย์การบินโรงเรียนการบินกองบินทหารบกเป็นนักบินประจำกองบินทหารบกในปี พ.ศ. 2466 หมายเลขนักบิน 136 (สำหรับกองบินทหารบกได้รับการยกฐานะเป็นกรมอากาศยานกรมทหารอากาศและเป็นกองทัพอากาศในปี พ.ศ. 2480)

สอบคัดเลือกได้ที่ 1 เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบกและสำเร็จการศึกษาเป็นอันดับที่ 1 ในปี พ.ศ. 2474 ได้รับตำแหน่งเป็นนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำกรมยุทธการทั้งเป็นครูสอนวิชายุทธวิธีที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกอีกด้วย จนเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 และต่อมาเกิดกบฏบวรเดชปี พ.ศ. 2477 ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ในกองบัญชาการปราบกบฏได้รับความชอบในระดับหนึ่งประกอบกับท่านสอบได้ที่ 1 ในโรงเรียนเสนาธิการทหารบกจึงได้ทุนไปเรียนต่อวิชาการบินชั้นสูงและหลักสูตรครูการบินที่ Central Flying School ณ ประเทศอังกฤษปี พ.ศ. 2477-2480 ได้นำความรู้ยุทธวิธีการบินรบที่ทันสมัยมาพัฒนากองทัพอากาศให้เจริญก้าวหน้าซึ่งเป็นประโยชน์ในการสงครามที่ประเทศไทยต้องเผชิญในเวลาต่อมาจากการเรียกร้องดินแดนคืนจากฝรั่งเศสอินโดจินช่วงตุลาคม 2483-มกราคม 2484 ฝรั่งเศสเครื่องบินมาทิ้งระเบิดหลายจังหวัดในภาคอีสานรัฐบาลจึงเข้าสงครามกับอินโดจีนฝรั่งเศสเรียกว่าสงครามกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศสในความนี้ท่านเป็นผู้บังคับการกองบินใหญ่ภาคใต้ (ยศนาวาอากาศโท) ได้นำกำลังเข้าทำการสู้รบทางอากาศแม้เครื่องบินรบไทยจะด้อยกว่าของฝรั่งเศส แต่กองทัพอากาศซึ่งได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสามารถบินรบได้ชัยชนะจนเป็นที่ประจักษ์ความวาระหนึ่งของนาวาอากาศโทขุนวณนภากาศ (ยศในขณะนั้น)

เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2484 ได้นำฝูงปืนพิบูลสงครามประกอบด้วยเครื่องบินโจมตีและเครื่องบินคุ้มกันจำนวน 19 ลำ ไปโจมตีสนามบินยุทธศาสตร์นครวัดและเมื่อเสร็จภารกิจแล้วท่านได้แยกจากฝูงบินไปถ่ายรูปโดยลำพังเพื่อพิสูจน์ทราบผลการทำลายช่วงนั้นเองฝรั่งเศสได้ส่งเครื่องบินขับไล่เข้าชิงโจมตีท่านเกิดการบินรบทางเทศหรือที่เรียกว่า Dog Fight ลักษณะ 4:1 ซึ่งถือว่าเป็นการสู้รบที่เรียกครั้งหนึ่งในประวัติการรบของกองทัพอากาศท่านก็สามารถปฏิบัติภารกิตได้สำเร็จและบินกลับมายังฐานทัพได้อย่างปลอดภัยความองอาจกล้าหาญอย่างหาตัวจับได้ยากในการรบทางอากาศหลายครั้งทำให้ท่านได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญในเวลาต่อมา
สงครามอินโดจีน ฯ สิ้นสุดลงโดยญี่ปุ่นเข้ามาไกล่เกลี่ยและไทยได้ดินแดนที่ฝรั่งเศสได้ยึดเอาไปเมือปี พ.ศ. 2456 คืนมาเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรไทยอีกวาระหนึ่งญี่ปุ่นมีแผนยึดคาบสมุทรอินโดจีนจากวรรดินิยมตะวันตก อังกฤษ ฝรั่งเศสทั้งแผนร่วมกับเยอรมนีจึงขอเดินทัพผ่านไทยในขั้นต้นไทยในให้ผ่านจึงรบกัน แต่ต่อมารัฐบาลไทยใคร่ครวญแล้วเข้าร่วมวงศ์ไพบูลย์กับญี่ปุ่นและประกาศสงครามกับสัมพันธมิตรตะวันตกและจีนในขณะนั้นท่านได้รับตำแหน่งเสนาธิการทหารอากาศบัญชาการรบ ในภาคเหนือสนับสนุนกองทัพพายัพ เข้ายึดบางส่วนของจีนตอนใต้
กองทัพพายัพสามารถรุกคืบตามแผน เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพาลงในญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้ไทยตกอยู่ในฐานะผู้แพ้ด้วย แต่มีขบวนเสรีไทยเป็นหน่วยใต้ดินที่ช่วยพันธมิตรอย่างอื่น ๆ โดยที่รัฐบาลรับรู้และมีทหารไทยเข้าร่วมด้วยเมื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่จึงกลายเป็นว่าขบวนการเสรีไทยชนะด้วยเป็นผลทางการเมืองระหว่างประเทศของไทย แต่เนื่องด้วยไทยรวมวงศ์ไพบูลย์กับญี่ปุ่นไทยจะต้องคืนดินแดนที่ยึดจากฝรั่งเศสให้ฝรั่งเศสไป

ด้วยความสามารถในการรบและการบัญชาการรบ จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศเมื่อพ.ศ. 2492 นอกจากนั้นยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกระทรวงสาธารณสุข และรองนายกรัฐมนตรี เป็นต้น

