นำชม ‘บ้านจอมพลฟื้น’ 70 ปีสู่คาเฟ่สุดเก๋ อุ่นเครื่อง Matichon Book Launch

27.02.22 | 12:00 น.

ทัวร์บ้านจอมพลฟื้นปูชนียบุคคลยุคกบฏบวรเดช สู่คาเฟ่สุดชิคสไตล์โมเดิร์นคลาสสิค

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ The Marshal Social Club  พญาไท มีการจัดงาน Matichon Book Launch 9 เล่ม ก้าวต่อไปของสำนักพิมพ์มติชน 6 เวทีเสวนาจากการรวมตัวของ 13 นักเขียน นักวิชาการและนักแปลระดับประเทศ กับหนังสือ 9 เล่มใหม่จากสำนักพิมพ์มติชน เพื่อเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่สร้างสัมพันธ์ระหว่างนักเขียน นักแปล คนทำหนังสือ และนักอ่านเข้าด้วยกัน โดยมีเนื้อหาสาระ อาทิ ประวัติศาสตร์ ตัวตนคนทำหนังสือ มานุษยวิทยา วรรณกรรมคลาสสิก-วรรณกรรมไทย ประวัติศาสตร์ศิลปะ-โบราณคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมส่วนหนึ่งของงานคือการพาทัวร์บ้านจอมพลฟื้น (The House of Marshal Fuen) โดย นายอพิสิทธิ์ ธีระจารุวรรณ รองผอ.ศูนย์ข้อมูลมติชน

นายอพิสิทธิ์ กล่าวว่า The Marshal Social Cafe เดิมคือบ้านของจอมพลอากาศฟื้น รณนภากาศ ฤทธาคนี อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งเป็นปูชนียบุคคลของกองทัพอากาศไทย และยังมีส่วนเกี่ยวข้องเหตุการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญ เช่น กบฏบวรเดช และกบฏแมนฮัตตัน

ตัวบ้านเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2498 แล้วเสร็จใน พ.ศ.2500 รูปแบบของสถาปัตยกรรมเป็นแบบ Art Deco มีอายุยาวนานเกือบ 70 ปี ตกแต่งภายในด้วยสไตล์ Modern Classic ไม้สักทองและหินอ่อน

Advertisement

สำหรับประวัติของจอมพลฟื้น เรียบเรียงโดยทายาทจอมพลฟื้น ระบุว่า จอมพลอากาศฟื้น รณนภากาศ ฤทธาคนี เกิดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2443 ณ วังหม่อมเจ้าแดง  ในตระกูลทหารซึ่งรับใช้แผ่นดินมาตั้งแต่บรรพบุรุษคุณปู่ของท่านขุนอาจอัคนักรเป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นายฟุ้ง บิดาเป็นข้าราชการพลเรือนในตำแหน่งวิศวกรโยธาในพลเอกสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ มารดาชื่อพุดตาน เกิดในสกุลจุณณะเวส

เมื่อเยาว์วัยได้รับการอุปถัมภ์เลี้ยงดูโดยเจ้านายสตรีพระองค์หนึ่งให้ได้ศึกษาวิชาการเรือนของชาววังในวังหลวงท่านเจ้าเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยและเรียนที่โรงเรียนนายร้อยทหารบก (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า) รับราชการทหารครองยศร้อยตรีในกองทัพบก และเป็นทหารพรานที่กองพลที่ 9 จังหวัดจันทบุรีต่อมาสมัครเป็นศิษย์การบินโรงเรียนการบินกองบินทหารบกเป็นนักบินประจำกองบินทหารบกในปี พ.ศ. 2466 หมายเลขนักบิน 136 (สำหรับกองบินทหารบกได้รับการยกฐานะเป็นกรมอากาศยานกรมทหารอากาศและเป็นกองทัพอากาศในปี พ.ศ. 2480)

สอบคัดเลือกได้ที่ 1 เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบกและสำเร็จการศึกษาเป็นอันดับที่ 1 ในปี พ.ศ. 2474 ได้รับตำแหน่งเป็นนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำกรมยุทธการทั้งเป็นครูสอนวิชายุทธวิธีที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกอีกด้วย จนเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 และต่อมาเกิดกบฏบวรเดชปี พ.ศ. 2477 ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ในกองบัญชาการปราบกบฏได้รับความชอบในระดับหนึ่งประกอบกับท่านสอบได้ที่ 1 ในโรงเรียนเสนาธิการทหารบกจึงได้ทุนไปเรียนต่อวิชาการบินชั้นสูงและหลักสูตรครูการบินที่ Central Flying School ณ ประเทศอังกฤษปี พ.ศ. 2477-2480 ได้นำความรู้ยุทธวิธีการบินรบที่ทันสมัยมาพัฒนากองทัพอากาศให้เจริญก้าวหน้าซึ่งเป็นประโยชน์ในการสงครามที่ประเทศไทยต้องเผชิญในเวลาต่อมาจากการเรียกร้องดินแดนคืนจากฝรั่งเศสอินโดจินช่วงตุลาคม 2483-มกราคม 2484 ฝรั่งเศสเครื่องบินมาทิ้งระเบิดหลายจังหวัดในภาคอีสานรัฐบาลจึงเข้าสงครามกับอินโดจีนฝรั่งเศสเรียกว่าสงครามกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศสในความนี้ท่านเป็นผู้บังคับการกองบินใหญ่ภาคใต้ (ยศนาวาอากาศโท) ได้นำกำลังเข้าทำการสู้รบทางอากาศแม้เครื่องบินรบไทยจะด้อยกว่าของฝรั่งเศส แต่กองทัพอากาศซึ่งได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสามารถบินรบได้ชัยชนะจนเป็นที่ประจักษ์ความวาระหนึ่งของนาวาอากาศโทขุนวณนภากาศ (ยศในขณะนั้น)

เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2484 ได้นำฝูงปืนพิบูลสงครามประกอบด้วยเครื่องบินโจมตีและเครื่องบินคุ้มกันจำนวน 19 ลำ ไปโจมตีสนามบินยุทธศาสตร์นครวัดและเมื่อเสร็จภารกิจแล้วท่านได้แยกจากฝูงบินไปถ่ายรูปโดยลำพังเพื่อพิสูจน์ทราบผลการทำลายช่วงนั้นเองฝรั่งเศสได้ส่งเครื่องบินขับไล่เข้าชิงโจมตีท่านเกิดการบินรบทางเทศหรือที่เรียกว่า Dog Fight ลักษณะ 4:1 ซึ่งถือว่าเป็นการสู้รบที่เรียกครั้งหนึ่งในประวัติการรบของกองทัพอากาศท่านก็สามารถปฏิบัติภารกิตได้สำเร็จและบินกลับมายังฐานทัพได้อย่างปลอดภัยความองอาจกล้าหาญอย่างหาตัวจับได้ยากในการรบทางอากาศหลายครั้งทำให้ท่านได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญในเวลาต่อมา

สงครามอินโดจีน ฯ สิ้นสุดลงโดยญี่ปุ่นเข้ามาไกล่เกลี่ยและไทยได้ดินแดนที่ฝรั่งเศสได้ยึดเอาไปเมือปี พ.ศ. 2456 คืนมาเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรไทยอีกวาระหนึ่งญี่ปุ่นมีแผนยึดคาบสมุทรอินโดจีนจากวรรดินิยมตะวันตก อังกฤษ ฝรั่งเศสทั้งแผนร่วมกับเยอรมนีจึงขอเดินทัพผ่านไทยในขั้นต้นไทยในให้ผ่านจึงรบกัน แต่ต่อมารัฐบาลไทยใคร่ครวญแล้วเข้าร่วมวงศ์ไพบูลย์กับญี่ปุ่นและประกาศสงครามกับสัมพันธมิตรตะวันตกและจีนในขณะนั้นท่านได้รับตำแหน่งเสนาธิการทหารอากาศบัญชาการรบ ในภาคเหนือสนับสนุนกองทัพพายัพ เข้ายึดบางส่วนของจีนตอนใต้

กองทัพพายัพสามารถรุกคืบตามแผน เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพาลงในญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้ไทยตกอยู่ในฐานะผู้แพ้ด้วย แต่มีขบวนเสรีไทยเป็นหน่วยใต้ดินที่ช่วยพันธมิตรอย่างอื่น ๆ โดยที่รัฐบาลรับรู้และมีทหารไทยเข้าร่วมด้วยเมื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่จึงกลายเป็นว่าขบวนการเสรีไทยชนะด้วยเป็นผลทางการเมืองระหว่างประเทศของไทย แต่เนื่องด้วยไทยรวมวงศ์ไพบูลย์กับญี่ปุ่นไทยจะต้องคืนดินแดนที่ยึดจากฝรั่งเศสให้ฝรั่งเศสไป

ด้วยความสามารถในการรบและการบัญชาการรบ จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศเมื่อพ.ศ. 2492 นอกจากนั้นยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกระทรวงสาธารณสุข และรองนายกรัฐมนตรี เป็นต้น