Doctor Strange แฟนมาร์เวลไม่ควรพลาด!
ซุปเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลมีหลายแบบ สายวิทยาศาสตร์ก็เช่น Iron man, Hulk, Captain America, Spider Man สายเทพเจ้าเช่น Thor สายพลังจิตเช่น Scarlet Witch
ฤกษ์งามยามดีก็มีซุปเปอร์ฮีโร่สายไสยศาสตร์เวทย์มนตร์ออกมาคือ Dr. Strange เขาเป็นฮีโร่มาแปลก พื้นฐานเป็นศัลยแพทย์ประสาทอัจฉริยะ แต่ชีวิตพลิกผันให้ต้องกลายมาเป็นจอมเวทย์ระดับสูงสุดที่สามารถร่ายเวทย์มนตร์ ถอดจิตออกจากร่าง สร้างวงล้อแสงเพื่อเป็นทั้งอาวุธและเกราะป้องกันตัวเอง ทั้งยังควบคุมมิติ สร้างประตูทะลุมิติที่โผล่ไปที่ไหนในโลกก็ได้ หนำซ้ำยังสามารถควบคุมกาลเวลาได้อีกด้วย
Dr. Strange เป็นตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นโดย สแตน ลี และ สตีฟ ดิทโก จากมาร์เวลคอมมิกส์ ที่ปรากฏตัวใน Strange Tales ฉบับที่ 101 ที่วางจำหน่ายในปี 1963 โดยได้แรงบันดาลใจจากละครวิทยุเรื่อง Chandu The Magician
สกอตต์ เดอร์ริกสัน ผู้กำกับหนังเรื่องนี้โด่งดังจากการกำกับหนังสยองขวัญหลายเรื่อง The Exorcism of Emily Rose หนังต้นทุนต่ำที่ทำเงินทั่วโลก Sinister และ The Day the Earth Stood Still เป็นต้น
เนื้อเรื่องของหนังได้มีการดัดแปลงจากหนังสือไปบ้าง เช่นเปลี่ยนแอนเชียนวัน เจ้าสำนักคาร์มาทาชจากชายเป็นหญิง มอร์โด ตัวร้ายในคอมมิกส์กลายเป็นสหายของพระเอก และสร้าง ไคซีเลียส ตัวร้ายขั้นเทพขึ้นมา ซึ่งในคอมมิกส์ไม่มี
เนื้อเรื่องเป็นการเล่าความเป็นมาของซุปเปอร์ฮีโรคนใหม่ ดร.สตีเฟน สเตรนจ์ (เบเนดิคท์ คัมเบอร์แมตซ์) ศัลยแพทย์ประสาท ผู้ปราดเปรื่อง หยิ่งยโสและอัตตาสูง เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเส้นประสาทมือเสียหาย ไม่สามารถจะทำผ่าตัดได้อีก เขาได้ทราบมาว่า มีคนป่วยที่กระดูกสันหลังหักจนพิการ สามารถกลับมาเป็นปรกติ จากการไปรักษาตัวที่คามาร์ทาช กาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล
สเตรนจ์จึงดั้นด้นไปที่นั่น เพื่อรักษามือให้มีสภาพดังเดิม เขาได้รับความช่วยเหลือจาก มอร์โด (ซิวอิเทล เอจิโอเฟอร์ จากหนัง 12 Year a Slave) ซึ่งพาสเตรนจ์ไปพบ แอนเชียนวัน (ทิลดา สวินตัน ออสการ์หญิงสมทบยอดเยี่ยมจากหนัง Michael Clayton) จอมเวทย์เจ้าสำนัก ผู้กุมศาสตร์ลี้ลับ และเปิดมิติใหม่ให้กับสเตรนจ์
“งานที่คุณทำได้ช่วยชีวิตคนนับพัน ถ้าฉันจะบอกคุณว่า ความเป็นจริงนั้น นี่เป็นแค่เศษเสี้ยว ยังมีหนทางอื่นอีกที่จะช่วยผู้คน มากเกินที่คุณจะหยั่งรู้”
จากหมอประสาท อีโก้สูง ที่เชื่อว่าทุกอย่างอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ ตรรกกะและเหตุผล ขนาดประกาศว่า “ผมไม่เชื่อเรื่องบ้าบอเกี่ยวกับจักระ พลัง หรือแรงศรัทธาอะไรนั่นหรอก” กลายเป็นศิษย์ที่กระหายความรู้และก้าวเข้าสู่โลกเวทมนตร์และพลังเร้นลับ ที่ไม่ใช่เพื่อรักษาตัวเองแบบความตั้งใจแรก แต่เป็นการพิทักษ์โลกและช่วยเพื่อนมนุษย์จากการคุกคามของไคซีเลียส (แมคส์ มิคเคลเซน จาก Clash of The Titans และ Casino Royale) และดอร์มัมมู ปีศาจร้ายที่หวังจะกลืนกินโลกมนุษย์
เบเนดิคท์ คัมเบอร์แมตซ์ เป็นดาราไม่หล่อแต่มีมาดเท่ การแสดงของเขาการันตีได้จากรางวัลเอมมี่อวอร์ด จากซีรีส์เรื่อง เชอร์ลอค โฮม และเคยได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์จาก The Imitation Game บท Dr. Strange นอกจากสีหน้าจะเย่อหยิ่งเพราะมีสมองระดับอัจฉริยะแล้ว ยามเป็นจอมเวทย์ในชุดเสื้อคลุมตัวเบาสีแดง ห้อยสร้อยคอรูปตาหินลึกลับก็ดูดี แถมมุขตลกหน้าตายของเขาก็น่ารัก ที่น่าเสียดายคือนางเอกของเรื่อง ดร.คริสตีน พามเมอร์ (เรเชล แมคอดัมส์ จาก Spotlight) มีบทน้อยไปหน่อย
Dr. Strange เป็นหนังเกี่ยวกับ Supernatural และ Magic ดังนั้น CG ในหนังเรื่องนี้จึงวิจิตรอลังการมาก ฉากการต่อสู้ระหว่างจอมเวทย์ต่างๆ ทั้งบนพื้นดินและบนตึก หวือหวา บิดเบี้ยว และปรับเปลี่ยนจากสภาพจริงได้อย่างตื่นตาตื่นใจ มีส่วนคล้ายหนัง Inception แต่พัฒนาไปมากกว่า ต้องยอมรับว่าจุดเด่นของหนังเรื่องนี้คือเรื่องสเปลเชี่ยลเอฟเฟค ซึ่งทีมที่ทำงานนี้คือทีมเดียวกับที่เคยทำเรื่อง Guardians of the Galaxy
สรุปแล้วเป็นหนังแอคชั่นแฟนตาซีที่สนุกแบบโม้ๆ แฟนหนังมาร์เวลไม่ควรพลาด นอกจากฉากแอคชั่นที่มีงานภาพแปลกๆ และแทบจะต้องเอี้ยวคอดูแล้ว ปรัชญาและแนวคิดที่เป็นศาสตร์ตะวันออกในหนังเรื่องนี้ก็น่าสนใจ แต่อย่ามัวตีความ ดูแบบเอามันไม่ต้องคิดตามก็สนุกแล้ว
อย่าลืมดู end credit ท้ายหนังนะ มีตั้งสองช่วงแน่ะ

