เมื่อเวลา 13.30น. วันที่ 17 พฤศจิกายน ที่มติชนอคาเดมี “สโมสรศิลปวัฒนธรรม” จัดเสวนาหัวข้อ “ธรรมเนียมพระบรมศพ และพระศพเจ้านาย สมัยรัตนโกสินทร์”
ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ กล่าวว่า หลักฐานเกี่ยวกับพระเมรุที่พอเห็นเป็นชิ้นเป็นอัน พบในช่วงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่ไม่ได้หมายความว่าก่อนหน้านั้นไม่มี เชื่อว่าคงมีธรรมเนียมพระเมรุสืบเนื่องมาก่อนหน้านั้นเพียงแต่ไม่มีหลักฐานชัดเจนแบบสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเท่านั้น และในช่วงต่อมาก็มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น รวมถึงงานพระบรมศพ ร.9 ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่ไม่เหมือนกับสมัยก่อน แต่ยังไม่ทิ้งหลักเดิมและจุดมุ่งหมายของพระราชพิธี โดยในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พบเพียงบันทึกในส่วนพระราชพิธี แต่บันทึกมุมมองของคนในเหตุการณ์พบไม่มากนัก ที่เคยอ่านมีเพียง 2 ชิ้นเท่านั้น คนไทยไม่ชอบจดบันทึก ตนจึงบันทึกเหตุการณ์วันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมาไว้ เพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ ซึ่งได้ตีพิมพ์ใน มติชนสุดสัปดาห์ เพื่อให้ทุกคนได้เห็นและรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ศ.พิเศษ ธงทอง กล่าวว่า พระมหากษัตริย์ในสมัยรัตนโกสินทร์มีเพียงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เพียงพระองค์เดียวที่สวรรคตในต่างประเทศ และมีการถวายพระเพลิงพระบรมศพที่ประเทศอังกฤษ จนสงครามโลกสงบก็อัญเชิญพระบรมอัฐิกลับมา ส่วนใหญ่สวรรคตในไทยและในพระบรมหาราชวังทั้งสิ้น โดยมีเพียง ร.5 และ ร.9 ที่สวรรคตนอกพระราชวัง สำหรับในหลวง ร.9 เสด็จสวรรคตที่โรงพยาบาลศิริราชได้อัญเชิญพระศพขึ้นพิมานเพื่อสรงน้ำพระศพเป็นการภายในพระราชสำนักพระราชวัง มีเพียงเจ้านายและผู้ที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเป็นพิเศษ และข้าราชการผู้ใหญ่ตำแหน่งสำคัญ
“บทบาทของประชาชนในงานพระบรมศพขนาดใหญ่เป็นเรื่องที่ค่อยๆ มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในยุคหลัง รวมถึงการเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพในพระบรมหาราชวังเพิ่งเกิดขึ้นในสมัย ร.6 สำหรับในงาน ศพ ร.5 มีบันทึกของ ร.6 ระบุว่า มีการเสนอในที่ประชุม โดยพระยาดำรงราชานุภาพ เสนอว่าน่าจะเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะ ให้สมฉายา พระปิยมหาราช โดยตอนนั้นกำหนดให้ประชาชนเข้าไปถวายสักการะเพียงเดือนละ 2 วันคือวันที่ 1 และวันที่ 15 ของเดือนเท่านั้น ในงานพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นครั้งแรกที่มีการให้ประชาชนถวายดอกไม้จันทน์ในการถวายพระเพลิงด้วย
ส่วนงานสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโภาพัณณวดี เป็นครั้งแรกที่เปิดให้ประชาชน ได้ถวายน้ำสรงที่เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ดังนั้นในวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา จะพบว่า ประชาชนเข้าแถวแต่เช้าเพื่อถวายน้ำสรง ที่ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง รวมถึงการเปิดให้ประชาชนเป็นเจ้าภาพร่วมเพิ่งเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 9 ในงานสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เช่นกัน”
ฟังเสวนาฉบับเต็มที่เฟซบุ๊ก Matichon Online

