ผศ.ดร.พีรศรี เดินเท้าเล่าปมลึก ‘มิวเซียมสยาม’ เจาะยิบพัฒนาการพื้นที่รอบท่าเตียนยุค ร.6

18.02.23 | 14:50 น.

ผศ.ดร.พีรศรี เดินเท้าเล่าปมลึก ‘มิวเซียมสยาม’ เจาะยิบพัฒนาการพื้นที่รอบท่าเตียนยุค ร.6

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่มิวเซียมสยาม ท่าเตียน กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเทศกาล Knowledge Book Fair  ‘อ่านเต็มอิ่ม’ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักพิมพ์มติชน, สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD, มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรุ้ พร้อมด้วยพันธมิตรจำนวนมาก โดยเมื่อเวลาราว 09.30 น. มีกิจกรรม วอล์กกิ้ง ทัวร์ ‘มหัศจรรย์มิวเซียมสยาม’ โดย ผศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีผู้สนใจร่วมลงทะเบียนเป็นจำนวนมากในทุกเพศทุกวัย

ผศ.ดร.พีรศรีกล่าวว่า การศึกษาอาคารไม่ได้ดูแต่ตัวตึก แต่ดูพื้นที่ตั้งและเลยไปถึงพื้นที่ตั้งรอบๆ การทัวร์จึงเริ่มที่อาคารมิวเซียมสยามก่อน โดยอาคารนี้สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 เพิ่อเป็นที่ตั้งของกระทรวงพาณิชย์ 80 ต่อมา เปลี่ยนเป็นมิวเซียมสยาม ซึ่งออกแบบโดย มาริโอ ตามานโญ สถาปนิกชาวอิตาลี เดิมเคยเป็นป้อมสมัยอยุธยา ก่อนกลายเป็นวังเจ้านายสมัยรัชกาลที่ 3 และเป็นที่ตั้งกระทรวงพาณิย์สมัยรัชกาลที่ 6 กระทั่งเป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ หรือมิวเซียมสยาม

จากนั้น เดินเท้าไปยังโรงเรียนบาลีในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ชื่อโรงเรียนสุขุมาลย์ธรรมานุทิศ อาคารคอนกรีตทรงไทยประยุกต์สมัยรัชกาลที่ 7 ถัดไปคือสวนเจ้าเชตุ ชมตึก กรม รด.เก่า ซึ่งเป็นโรงทหารมหาดเล็กสมัยรัชกาลที่ 6 เปิดปี 2467 ใกล้เคียงกับอาคารกระทรวงพาณิชย์เดิม หรือ มิวเซียมสยาม

“ตรงนี้เป็นการพัฒนาเมืองสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งเจ้านายและผู้ดีออกไปอยู่วงนอก คือ ย่านดุสิต บางรัก สาทร ส่วนพื้นที่บริเวณนี้ก็ไม่ได้ถูกทอดทิ้ง แต่เปลี่ยนวังที่พ้นอายุเป็นสถานที่ราชการ” ผศ.ดร.พีรศรีกล่าว

Advertisement

ต่อมา คณะวอล์กกิ้งทัวร์ เดินลัดวัดโพธิ์ ไปถึง ‘ประตูนกยูง’

“สมัยรัชกาลที่ 3 มีท่าน้ำวัดโพธิ์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีซุ้มประตูสวยงาม ให้ภิกษุสงฆ์สรงน้ำบริเวณท่าดังกล่าว แต่ทั้งหมดหายไปแล้ว ตอนนี้เหลือแต่ชื่อซอยประตูนกยูง สำหรับชื่อซุ้มมาจากหัวซุ้มด้านหนึ่งซึ่งเป็นรูปนกยูง อีกด้านหนึ่งเป็นนกเหยี่ยว แต่ไม่หลงเหลือแล้วแม้แต่ภาพถ่าย” ผศ.ดร.พีรศรีกล่าว

ผศ.ดร.พีรศรี ยังพาชมบริเวณท่าเตียนซึ่งเคยมีวังพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม ซึ่งหายไปแล้วเช่นกัน เพราะทรงสิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังหนุ่ม ทายาทขาย ทุกวันนี้กลายเป็นที่ตั้งของตึกแถว

จากนั้นวนไปยังโรงเรียนราชินี กล่าวถึงพัฒนาการการศึกษาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ต่อมา เดินเท้าถึง สน.พระราชวัง

“สน.พระราชวัง เป็นอาคารที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 พร้อมกับการสร้างสะพานซึ่งสถาปนิกตะวันตกออกแบบเป็นชุดที่มีคลองกว้างๆ มีสะพานข้ามสวยๆ ลงมาถึงทางแยก เลี้ยวซ้ายไปโรงเรียนราชินี เลี้ยวขวาไปถนนสนามไชย เพราะฉะนั้น สน.นี้จึงออกออกแบบเป็นสี่เหลี่ยมคางหมูเพื่อรับกับมุมมองตรงนี้” ผศ.ดร.พีรศรีกล่าว