“วิศัลย์” ยก 4 เหตุผลไม่เห็นด้วย อุทยานศรีเทพปฏิเสธการแสดงดนตรีของมูลนิธิสุกรี
วันที่ 3 มิถุนายน ความคืบหน้ากรณีที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ปฏิเสธการแสดงดนตรีวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตราและการแสดง คุณน้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ ศิลปินดนตรีพื้นบ้านวงกันตรึม ที่อาจารย์สุกรี เจริญสุข ประธานมูลนิธิสุกรีฯ จะนำมาเปิดการแสดงที่ศรีเทพในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ โดยให้เหตุผลว่า “ไม่ใช่วัฒนธรรมในพื้นที่แห่งนี้” กระทั่งนำไปสู่การยกเลิกโปรแกรมการแสดงดังกล่าวทั้งหมดนั้น
ล่าสุด นายวิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงของทางอุทยานศรีเทพ ที่ปฏิเสธการจัดแสดงดนตรีดังกล่าว ถึงขณะนี้ก็อยากรับฟังคำชี้แจงของทางอุทยานศรีเทพเช่นเดียวกันว่า มีเหตุผลอะไร แต่ทั้งนี้หากเป็นไปตามที่ปรากฏเป็นข่าว ตนก็มีความเห็นรวม 4 ข้อด้วยกัน ได้แก่ ข้อ 1 ความเป็นศรีเทพมรดกโลก ซึ่งศรีเทพที่เรากำลังโหยหา อยากให้ทุกคนได้มาเยี่ยมเยือนมาสัมผัสแหล่งวัฒนธรรมของมวลมนุษยชาติ อยากให้มาจับจ่ายใช้สอย เพราะฉะนั้นกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะใดเป็นสิ่งที่ต้องการอยู่แล้ว เพราะจะได้มีกิจกรรมขึ้นตลอดทั้งปี ซึ่งก็จะเป็นการสมประโยชน์ในความเป็นมรดกโลก เพื่อให้คนในพื้นที่ในท้องถิ่นได้รับประโยชน์ ฉะนั้นการจัดกิจกรรมเหมาะสมอยู่แล้วที่จะต้องจัด
นายวิศัลย์กล่าวว่า ข้อ 2 ในการจัดแสดงดนตรีซิมโฟนีออร์เคสตราของ อ.สุกรีที่ผ่านมา มีการจัดแสดงขึ้นในแหล่งมรดกโลกหลายแห่ง ฉะนั้นการที่อุทยานศรีเทพอ้างว่า ไม่ใช่วัฒนธรรมของพื้นที่จึงไม่น่าจะฟังขึ้น ทั้งนี้ ดนตรีซิมโฟนีก็ไม่ใช่ของคนไทย เป็นของต่างประเทศ การแสดงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแสงสีเสียง การร่ายรำระบำศรีเทพ ฯลฯ ก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เรารังสรรค์ขึ้นมาทั้งหมด เพราะฉะนั้นการอ้างไม่ใช่วัฒนธรรมที่มีอยู่ในแถบพื้นที่นี้ก็คงไม่ถูกต้อง นอกจากนี้คนพื้นที่ในอำเภอศรีเทพ ส่วนหนึ่งก็เป็นคนภาคอีสาน อพยพมาอยู่ค่อนข้างเยอะ ฉะนั้นการแสดงดนตรีกันตรึมก็ไม่น่าจะขัดแย้งกับวัฒนธรรมของคนในพื้นที่
ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์กล่าวว่า ข้อ 3 การที่อุทยานศรีเทพใช้เหตุผลตามข่าว คิดว่าน่าจะมีมุมมองหรือใจที่ค่อนข้างจะคับแคบเกินไป เพราะเมืองโบราณศรีเทพ นอกจากเป็นทรัพย์สินของคนเพชรบูรณ์แล้ว ยังเป็นของมวลมนุษยชาติอีกด้วย ก็ควรรับฟังความคิดเห็นและคำนึงถึงผลประโยชน์ที่เราจะได้รับ ไม่ใช่คำนึงถึงแต่เรื่องการอนุรักษ์เพียงด้านเดียว ฉะนั้นจึงต้องมาชั่งน้ำหนักกันสำหรับการแสดง หลายอย่างที่เกิดขึ้นในพื้นที่อุทยานศรีเทพ ก็ไม่ใช่เป็นการไปทำลายโบราณสถาน มีแต่ส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และทะนุบำรุงโบราณสถานให้ดียิ่งขึ้น
นายวิศัลย์กล่าวอีกว่า ข้อ 4 ซึ่งเป็นข้อสุดท้าย ต้องอย่าลืมว่าเมืองโบราณศรีเทพเป็นสมบัติของคนเพชรบูรณ์ และของประชาชนคนไทยทั้งชาติ การทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์คิดว่าต้องได้รับการสนับสนุน ไม่ควรจะถูกปิดกั้นหรือกีดกันในลักษณะแบบนี้ ก็ขอร้องวิงวอนให้ทางอุทยานฯศรีเทพซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายนั้น การใช้อำนาจควรคำนึงถึงผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่คำนึงถึงตามกฎหมายที่ท่านถือไว้แต่เพียงอย่างเดียว
“ทั้ง 4 เหตุผลผมคิดว่าน่าจะเป็นคำอธิบายและแสดงความคิดเห็น ตามข้อมูลที่ปรากฏตามข่าวหรือสื่อ แต่ทั้งนี้สำหรับเหตุผลที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรนั้น ผมก็รอรับฟังคำชี้แจงอยู่เช่นกัน” ประธานสภาวัฒนธรรม จ.เพชรบูรณ์กล่าวและว่า นอกจากจะรอการชี้แจงให้เคลียร์แล้วว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร แต่หากเป็นเหตุผลเหมือนกับที่ปรากฏทางสื่อ ตนไม่เห็นด้วยและขอให้นำไปคิดหรือทบทวนใหม่
เมื่อถามว่า มีการข้อสังเกตหรือข้อคิดเห็นในบางมุมว่า เป็นความละเอียดอ่อนในการนำแสดงกันตรึมมาแสดงที่ศรีเทพ เพราะปัจจุบันกำลังมีข้อขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน ในเรื่องการเคลมวัฒนธรรม นายวิศัลย์กล่าวว่า คงไม่ใช่ประเด็นเพราะดนตรีพื้นบ้านกันตรึม ประเทศเพื่อนบ้านไม่มี ซึ่งกันตรึมเป็นดนตรีพื้นบ้านที่แพร่หลายในภาคอีสานใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นวัฒนธรรมร่วมที่กรมศิลป์เองก็รู้ดี ถึงวัฒนธรรมร่วมไม่ว่าจะเป็นไทย, เขมร, ลาว และบางส่วนของพม่า จึงไม่น่าจะรังเกียจ การจะเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นคงไม่ถูกต้อง
“แม้กระทั่งทางกรมศิลป์เองเวลาพูด ก็มักจะหยิบยกคำพูดเรื่องศิลปะเขมรโบราณตลอดเวลา ซึ่งคนที่ไม่ใช่คนของกรมศิลป์ก็พยายามที่จะให้เปลี่ยนจากเขมรโบราณมาเป็นขอม ซึ่งกันตรึมก็ไม่ได้เกี่ยวกับเขมร ไม่ได้เกี่ยวกับขอม เป็นการแสดงดนตรีพื้นบ้านของคนอีสาน โดยเฉพาะทางอีสานใต้ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ซึ่งได้รับการแพร่หลาย จนกลายเป็นของวัฒนธรรมของคนไทยไปแล้ว เหมือนมโนราห์ทางภาคใต้ ที่กลายเป็นวัฒนธรรมที่เราสามารถเสนอให้เป็นมรดกโลกของประเทศไทย” นายวิศัลย์กล่าว
เมื่อถามว่ามีเสียงชาวเพชรบูรณ์แสดงความเสียดายที่พลาดโอกาสได้ชมการแสดงไปแล้ว นายวิศัลย์กล่าวอีกว่า “ก็อยากวิงวอนขอให้ อ.สุกรี เจริญสุข ช่วยทบทวนและช่วยพิจารณานำกลับมาแสดงที่ จ.เพชรบูรณ์เหมือนเดิม ซึ่งผมเองก็เสียดายที่เราพลาดโอกาสจะได้ชมดนตรีซิมโฟนีออร์เคสตรา ซึ่งยากที่จะได้รับชม เพราะเป็นดนตรีวงใหญ่และค่าใช้จ่ายสูงต้องใช้ทุนเยอะ
“นอกจากนี้ยังมีการแต่งเพลงให้กับเมืองศรีเทพโดยเฉพาะ ซึ่งตรงนี้น่าเสียดายมาก เพราะเราจะได้เพลงในลักษณะวงซิมโฟนีออร์เคสตราโดยเฉพาะ และเห็นว่าหลังจากยกเลิกโปรแกรมที่อุทยานศรีเทพ ก็ถูกย้ายไปแสดงที่ จ.นครสวรรค์แทน และมีการแต่งเพลงให้ จ.นครสวรรค์ด้วย” นายวิศัลย์กล่าวย้ำและว่า “ตรงนี้ จ.เพชรบูรณ์พลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดายและน่าเสียใจมาก นอกจากการได้ดูได้เห็นได้รับชม ได้มีกิจกรรมดึงดูดคน และยังได้เพลงของเมืองศรีเทพขึ้นมาด้วย เราขาดโอกาสเหล่านี้ไปหมดเลย”…

