สมฤทธิ์ ซัด ผู้บริหารอุทยานฯศรีเทพ ไม่เก็ทปมชาติพันธุ์ มึนเบรกโชว์ ‘กันตรึม’ ลั่น เหตุผลฟังไม่ขึ้น
สืบเนื่องจาก รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข ผู้ก่อตั้งและอดีตคณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยสาเหตุยกเลิกการแสดงของ ‘น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์’ เนื่องจากได้รับแจ้งจากอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพว่า ‘เพลงกันตรึม’ ไม่ใช่วัฒนธรรมในพื้นที่ซึ่งหมายถึงวัฒนธรรมทวารวดี จนขอถอนการแสดงออก และย้ายการแสดงไปที่พาสาน ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ แทนนั้น
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน นายสมฤทธิ์ ลือชัย นักประวัติศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมอุษาคเนย์ ให้สัมภาษณ์ต่อ ‘มติชน’ ต่อกรณีดังกล่าวว่า ตนเห็นข่าวและสอบถามไปทางเจ้าหน้าที่กรมศิลป์ฯพื้นที่แถวนั้นว่า มันเกิดอะไรขึ้น เขาก็บอกว่าไม่ทราบหตุผลที่ไม่ให้ มันคืออะไรตนก็อยากฟังเหตุผลจากอุทยานฯศรีเทพ
“ฟังจากที่อาจารย์สุกรี เจริญสุข พูดวันแรก ผมก็ยังไม่กล้าแสดงความคิดเห็น แต่ประเด็นคือถ้าเขาบอกว่ากันตรึม มันไม่เกี่ยวข้องกับศรีเทพ ผมคิดว่าอันนี้เป็นปัญหาใหญ่มากของเจ้าหน้าที่รัฐที่ดูแลโบราณสถาน เพราะว่าคุณตีความวัฒนธรรมไม่แตก
อย่าลืมว่าศรีเทพมีทั้งทวารวดีและอิทธิพลขอมอยู่ที่นั่น เพราะฉะนั้นศรีเทพมันก็เป็นการทับซ้อนกันของทวารวดี มอญ กับ อาณาจักรเมืองพระนคร คือ ขอม แล้วตอนหลังพวกลาวมาอยู่ ก็กลายเป็นสยามและประเทศไทย คุณลองดูสิ ถ้าคุณเข้าใจประเด็นความหลากหลาย คุณก็จะไม่ปฏิเสธว่า ความเป็นเขมรมันอยู่ในศรีเทพ” นายสมฤทธิ์ระบุ
นายสมฤทธิ์กล่าวต่อว่า การที่เขาไม่อนุญาต ตนคิดว่าเรื่องนี้มันมีปัญหาอยู่ 2 เรื่อง คือ ประเด็นแรก คือ ผู้บริหารอุทยานฯศรีเทพ จะต้องมีปัญหาในเรื่องของความรู้และความเข้าใจอย่างมาก ประเด็นที่ 2 ในแง่ของการบริหารจัดการ ตนคิดว่าการที่อาจารย์สุกรี เอาวงออร์เคสตร้ามาแสดง มันคือการประชาสัมพันธ์ให้ศรีเทพเป็นที่รับรู้ไปทั่ว แต่ตอนนี้ถ้าคุณไปปฏิเสธ การประชาสัมพันธ์อันนี้มันก็จะหมดไป
“สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือผลกระทบต่อตัวผู้บริหารอย่างแรง เชื่อผมเถอะ เพราะว่าถ้าคุณจะปฏิเสธด้วยเหตุผล เช่น ไปตั้งเวทีต้องห่างจากโบราณสถาน เราควรตั้งขยับออกมา ด้วยเหตุผลการบริหารจัดการทำนองนี้ มันต้องมีอยู่ แต่อันนี้มันไม่ได้เกี่ยวเลย มาบอกว่าเกี่ยวกับน้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ เขาเป็นนักร้องกันตรึม
แสดงว่าคุณไม่เข้าใจว่าเขมร หรือ ขอม คืออะไร แล้วคุณไม่รู้หรือว่า เอาเข้าจริงแล้ว ขอม เขมร หรือ มอญทวารวดี เขาเป็นกลุ่มเดียวกัน คือ ‘ออสโตรเอเชียติก’ เป็นกลุ่มที่พูดภาษาเดียวกันที่เขาเรียกว่า ‘มอญ-เขมร’ จึงเป็นปัญหาที่ผู้บริหารมีปัญหาอยู่ 2 เรื่องนี้ คือ ขาดความรู้ความเข้าใจ และ การบริหารจัดการ ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น” นายสมฤทธิ์ชี้
นายสมฤทธิ์กล่าวว่า ตอนแรกตนไม่กล้าแสดงความคิดเห็น เพราะอยากจะฟังเขาก่อน แต่พอมาสืบดูแล้ว คนกรมศิลป์ที่อยู่แถวนั้น เขาก็บอกงงอยู่เหมือนกันว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าเป็นเหตุผลนี้จริงมันฟังไม่ขึ้น

“คิดคิดว่ากันตรึม อยู่แถวบุรีรัมย์ ศรีสะเกษใช่ไหม นี่คุณกำลังขีดพื้นที่วัฒนธรรมแบบรัฐสยาม หรือ รัฐไทย ว่าเป็นอีสานใต้ อีสานเหนือ คือ เขาคงไม่คิดว่าตรงนี้จะมีขอม หรือ เขมร คุณก็ไปดูศรีเทพสิ มันมีปรางค์ขอมอยู่ไม่ใช่หรือ ทั้ง 2 ปรางค์ใหญ่อยู่นั่น อันนี้ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการห้ามด้วยเหตุผลอันนี้ แต่ถ้าเหตุผลอื่น เช่น มันกระทบต่อโบราณสถานอะไรก็ว่าไป ซึ่งฟังแล้วมันก็ไม่ใช่อีก แต่ไปอ้างเรื่องของวัฒนธรรมที่ไม่เกี่ยวข้อง อันนี้ผมมองว่าน่าจะเป็นการอ้างที่ไม่สมเหตุสมผล แล้วผมก็คิดว่าอันนี้จะเป็นผลเสียต่อผู้ที่ปฏิเสธเสียมากกว่า” นายสมฤทธิ์เผย
นายสมฤทธิ์กล่าวว่า คุณต้องเข้าใจว่าพื้นที่ของเราที่เรียกว่า ‘ประเทศไทย’ มันไม่มีพื้นที่ตารางนิ้วไหนเลย ที่มันปลอดจากความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรม ซึ่งคุณต้องเข้าใจประเด็นนี้ก่อน ฉะนั้นวัฒนธรรมพื้นถิ่น ท้องถิ่น ภาค ประเทศ มันก็ล้วนเกิดจากความหลากหลายผสมปนเปกัน
“ฉะนั้น คุณจะมาจำกัดว่ากันตรึม เป็นเรื่องของอีสานใต้ มันไม่เกี่ยวกับศรีเทพ ที่เพชรบูรณ์ ทั้งที่อดีตมีหลักฐานทางโบราณคดียืนยันว่ามันเกี่ยว แต่เราโดนกล่อมเกลาว่าเราเป็นไทย จนไม่คิดว่าเราเป็นอื่น แล้วพอพูดถึงเขมร มอญ เจ๊ก แขก มันมีความเป็นอื่นทันที แต่โน (No) ทุกอย่างที่เราพูดมันอยู่ในบ้านเรา มันอยู่ในตัวเราทั้งนั้น” นายสมฤทธิ์ทิ้งท้าย

