ธงทอง-ปวีณา ถอดรหัส ‘อำนาจนำพระนั่งเกล้า’ ยก ร.3 ‘มองโลกกว้าง’ ซูมการเมืองระหว่างบรรทัด
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (พช.)พระนคร เขต พระนคร กรุงเทพฯ ศูนย์ข้อมูลมติชนร่วมกับสำนักพิมพ์มติชนจัดกิจกรรม TALK & WALK นิทรรศการ ‘เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม’
โดยเมื่อเวลา 13.00 น. ในช่วง BOOKTALK ‘อำนาจนำพระนั่งเกล้าฯ : การเมืองวัฒนธรรมของชนชั้นนำต้นรัตนโกสินทร์’ เป็นการเสวนาโดย ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ราชสำนัก และ น.ส.ปวีณา หมู่อุบล เจ้าของผลงานหนังสือ ‘อำนาจนำพระนั่งเกล้า :การเมืองวัฒนธรรมของชนชั้นนำต้นรัตนโกสินทร์’
ศ.พิเศษ ธงทอง กล่าวว่า คำว่าการเมืองในความหมายอย่างกว้าง อยู่กับโลกมนุษย์มาช้านานทุกสังคม รวมถึงสังคมไทย ไม่ใช่แค่นโยบายทางการเมืองที่มาแข่งขันกัน
“ในสมัยรัชกาลที่ 1 ต่อเนื่องรัชกาลที่ 2 มีการชิงไหวชิงพริบระหว่างกลุ่มคนที่มีอำนาจมากน้อยเหลื่อมล้ำ เราพบว่าเมื่อรัชกาลที่ 2 เสวยราชสมบัติหลังรัชกาลที่ 1 สวรรคต ใช้คำว่าปราบดาภิเษก ไม่ใช่บรมราชาภิเษก กรณีกบฏเจ้าฟ้าเหม็น ซึ่งรัชกาลที่ 3 ในเวลานั้นทรงมีบทบาทสำคัญในการชำระคดี ก็เป็นความสั่นคลอนทางการเมืองระยะหนึ่งที่เห็นได้ชัด แต่ยังมีการเมืองอีกมากมายที่เราเห็นไม่ชัด แต่อยู่ระหว่างบรรทัดของเอกสาร ผมอ่านหนังสือพิมพ์ทุกวันนี้ การเมืองหวั่นไหวมาก ไม่รู้มีกี่คดี ถ้าสมัยนั้นมี นสพ. หรือพงศาวดารกระซิบ คนคงพูดกันอุตลุดเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต”
ศ.พิเศษ ธงทอง กล่าวว่า เมื่อรัชกาลที่ 3 ขึ้นครองราชย์ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เมื่อ 200 ปีมาแล้ว ในทางตำรา ทรงเป็นโอรสพระเจ้าแผ่นดินก็จริง แต่เป็น ‘พระองค์เจ้า’ ไม่ได้ทรงเป็นเจ้าฟ้า สิทธิธรรมในการเป็นพระเจ้าแผ่นดินไม่ได้ชนะเจ้าฟ้ามงกุฎ (รัชกาลที่ 4) แต่ในเวลานั้น กฏมณเทียรบาล การสืบสันตติวงศ์ที่เขียนเป็นตัวหนังสือ ไม่เคยมี การสืบราชสมบัติสมัยอยุธยาก็ไม่ชัดเจน การเป็นพระองค์เจ้า หรือเจ้าฟ้า อาจไม่สำคัญเท่าการมีอำนาจจริง สิ่งนี้เป็นเงื่อนไขสำคัญ อย่างไรก็ตาม พระองค์ไม่ได้ทรงโค่นล้มสิ่งที่ปัจจุบันอาจเรียกว่าเป็นกลุ่มก้อนที่เป็นภัยคุกคาม 27 ปีที่รัชกาลที่ 3 ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ทรงวางพระองค์พอเหมาะพอสม ภาษาปัจจุบันคือ ไม่ได้ทรงวางแผนสืบทอดอำนาจ ทรงห่วงความเป็นไปในบ้านเมือง ว่าสุดท้ายอะไรเป็นประโยชน์มากที่สุด
“27 ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 3 จึงเป็น 27 ปีที่น่าสนใจ ว่าทรงบริหารพระราชอำนาจอย่างไร มีกลุ่มก้อนต่างๆ คือใครบ้าง การวางพระองค์ของรัชกาลที่ 4 ก็น่าสนใจ การตั้งธรรมยุติกนิกาย มองว่าเป็นพระราชกรณียกิจด้านพระศาสนาแท้ก็กล่าวเช่นนั้นได้ แต่อีกมุมหนึ่งก็อาจมีคนตั้งข้อสังเกตว่ามีนัยยะทางการเมืองหรือไม่” ศ.พิเศษ ธงทอง กล่าว

ด้าน นางสาวปวีณา กล่าวว่า รัชกาลที่ 3 ทรงมีพระอัจฉริยภาพ อ่านคน อ่านสถานการณ์ดี ทรงเติบโตมาในราชสำนักรัชกาลที่ 1 ที่ชนชั้นนำยุคนั้นเร่งฟื้นฟูบ้านเมือง โดยเฉพาะแนวคิดทางปัญญา พุทธศาสนา ส่วนสภาพสังคม-เศรษฐกิจ สยามยุคนั้น มีการค้าขายกับต่างชาติมากขึ้น ไม่ใช่กับเฉพาะชาวจีน แต่รวมถึงชาวตะวันตกด้วย การค้าขายเจริญทั้งทางเรือ และภาคพื้นทวีป
“รัชกาลที่ 3 ทรงมองโลกกว้างไกล ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สยามยุคนั้นไม่ใช่เมืองปิด แต่เป็นเมืองท่าทางการค้าที่สำคัญ
เมื่อครั้งทรงขึ้นครองราชย์ ได้รับการทูลเชิญจากเสนาบดี พระสงฆ์ ภาษาวิชาการ คือ เอกชนนิกรสโมสรสมมติ คือได้รับการยอมรับจากหมู่ชน สะท้อนศักยภาพของพระองค์ว่าทรงมีความสามารถโดดเด่น โดยไม่ได้ใช้พระเดช แต่ใช้พระคุณด้วย” นางสาวปวีณากล่าว
จากนั้น ในเวลาประมาณ 14.40 น. เข้าสู่ช่วงกิจกรรม WALKTOUR นิทรรศการ ‘เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม’ โดย กับ ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ และนายยุทธนาวรากร แสงอร่าม ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พช. พระนคร ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

