วิจารณ์หนังทริลเลอร์สองรส : A Cure for Wellness และ Elle

25.02.17 | 04:04 น.
วิจารณ์หนังทริลเลอร์สองรส : A Cure for Wellness และ Elle

วิจารณ์หนังทริลเลอร์สองรส : A Cure for Wellness และ Elle

cureforwellnessposter

A Cure for Wellness

หนังเรื่องนี้ตัวอย่างหนังน่าดู แค่เห็นตัวอย่างก็รู้ว่าน่าจะเป็นหนังแนวลึกลับระทึกขวัญ ดูชื่อผู้กำกับ ถือเป็นผู้กำกับแนวหน้าคนหนึ่งของวงการ กอร์ เวอร์บินสกี้ แม้จะกำกับหนังไม่กี่เรื่อง ฝีมือกำกับ The Ring (2003) ของเขาก็ไม่ใช่ย่อย แต่ผลงานที่ทำให้ใครๆ รู้จักเขาได้แก่ The Pirates of the Caribbean ทั้งสามภาค เขาหายหน้าหายตาจากวงการไปนาน หลังกำกับ The Lone Ranger (2013) หนังฮีโร่คาวบอยใส่หน้ากากพิทักษ์ความยุติธรรม ที่ไม่ประสบความสำเร็จ

เวอร์บินสกี้ หันกลับมาหาหนังเขย่าขวัญลึกลับแนวจิตวิทยา A Cure For Wellness ซึ่งได้จัสติน เฮย์ท ที่เคยเขียนบท Revolutionary Road (2008) และ The Lone Ranger มาร่วมทีม

หนังเล่าเรื่องล็อคฮาร์ท (เดน เดอฮาน จากหนัง The Amazing Spider-Man 2) ผู้บริหารหนุ่มผู้ทะเยอทะยานในวงการค้าหุ้น ถูกส่งให้ไปตามซีอีโอของบริษัทซึ่งไปรักษาตัวยังสถานบำบัดแสนจะห่างไกลที่เทือกเขาประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเขาแจ้งว่าจะนำผู้ป่วยกลับ เขาถูกขัดขวางไม่ให้พบเจ้านาย ท่ามกลางสถานบำบัดรักษาที่สวยงามแต่ดูลึกลับ ล็อคฮาร์ทได้พบแฮนนาห์ (มีอา ก็อธ) คนไข้สาวเคสพิเศษที่บอกเขาว่า “ไม่เคยมีใครไปจากที่นี่” ระหว่างทางกลับไปพักผ่อน เขาประสบอุบัติเหตุ จนกลายเป็นคนไข้ของสถานบำบัด ผู้อำนวยการโวลเมอร์ (เจสัน ไอแซ็กส์) วิเคราะห์ว่านอกจากการบาดเจ็บทางกายแล้ว เขามีอาการทางจิตที่ควรได้รับการรักษา ล็อคฮาร์ทติดอยู่กับสถานที่นี้ และได้เห็นความไม่ชอบมาพากลที่ชวนให้ขนหัวลุก เขาจะหนีได้หรือไม่ ในเมื่อคนทั้งเมืองเหมือนรู้เห็นเป็นใจกับสถานที่แห่งนี้ เพราะเป็นแหล่งรายได้สำคัญของเมือง

พล็อตเรื่องน่าสนใจ หนังใส่ประเด็นที่ชวนขนลุกและเสียวสันหลังเข้าไปมากมาย การรักษาที่ดูแปลกๆ และสร้างความระทึกใจ เช่นการบำบัดพระเอกในแท็งค์น้ำขนาดใหญ่ การค้นพบความลับในชั้นหวงห้ามที่มีร่างผู้ป่วยลอยเหมือนศพอยู่ในตู้แช่ การสร้างความเสียวสยองแก่คนดู ด้วยฉากจับพระเอกกรอฟันและถอนฟันโดยปราศจากยาชา แต่ความน่าสยองเหล่านี้ดูไม่เกี่ยวอะไรกับเนื้อเรื่องหลัก เหมือนใส่เข้าไปเพื่อให้คนดูเกิดความระทึกเท่านั้น

Advertisement

บรรยากาศของหนังออกแนวหลอนๆ อึมครึมและน่าสงสัยตลอดทั้งเรื่อง เอาสัตว์อย่างปลาไหลมาช่วยสร้างอารมณ์คนดูให้ขยะแขยงและขนลุก ทิวทัศน์ภายนอกสถานพยาบาลแม้จะสวยงาม แต่ก็ชวนสยอง คนไข้มีแต่คนแก่ๆ เด็กสาวคนไข้คนเดียวคือ แฮนนาห์ ก็แสนจะไม่สวย แถมท่าทางเหมือนคนไม่เต็มเต็ง หมอ พยาบาลก็มีสีหน้าที่ไม่เป็นมิตร ผู้กำกับสามารถคุมโทนของหนังให้ลึกลับและไม่น่าไว้วางใจได้ตลอดทั้งเรื่อง ดึงคนดูให้อยู่ในอารมณ์เดียวกับล็อคฮาร์ทคือหวาดระแวงและเชื่อว่ามีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลในสถานที่แห่งนี้ แต่หนังไปไม่สุดแห่งความเป็นหนังระทึกขวัญ แม้ตัวเดินเรื่องคือเดอฮานจะแสดงได้ดีและกดดันคนดูให้รู้สึกร่วมไปกับเขาก็ตาม

โดยรวมหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่พอดูได้ แต่อย่าคาดหวังมาก เนื้อเรื่องดี นักแสดงใช้ได้ เสียงประกอบระทึก นำเสนอน่าสนใจ แต่การเล่าเรื่องเยิ่นเย้อและไม่มีทิศทาง เป็นหนังเขย่าขวัญที่ครึ่งๆ กลางๆ ส่วนดีที่สุดของหนังคืองานภาพ กอร์บินสกี้มีชื่อในเรื่องนี้ ฉากงานแต่งงานในสถานพยาบาลที่คนไข้ใส่เสื้อคลุมสีขาว ถือโคมไฟยืนรายรอบชั้นบนชั้นล่างอาคาร เป็นอีกฉากที่งานกำกับศิลป์สวยมาก จนคนดูน่าจะประทับใจ และจำงานภาพสวยงามเหล่านี้ได้มากกว่าจำเนื้อหาหนังที่ออกแนว “น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง”

elle

Elle

สารภาพตามตรงว่าไม่เคยชอบหรือสนใจหนังพล็อตเรื่องหวาดเสียวต่อศีลธรรมแบบนี้เลย ส่วนรางวัลออสการ์นักแสดงหญิงยอดเยี่ยมปีนี้ ก็เทใจให้ นาตาลี พอร์ตแมน จากเรื่อง Jackie อย่างเต็มประตู

แต่พอรู้ว่า Elle หนังที่เมื่อออกฉายที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ได้คำจำกัดความว่า “ภาพยนตร์ข่มขืนแนวตลก” ได้รางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมจากเวทีลูกโลกทองคำ ซ้ำ อิซาเบลล์ อูแปร์ ดารานำฝ่ายหญิงยังคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเวทีเดียวกัน ทำให้อดไม่ได้ที่ต้องหันมาดู

อูแปร์ เป็นดาราที่อายุมากแล้ว ฝีมือจัดจ้านขนาดเคยได้รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ถึงสองครั้ง จากเรื่อง Violette Noziere (1978) และ The Piano Teacher (2001) เรื่องหลังเธอรับบทครูเปียโนผู้เข้มงวด ที่หลังเลิกงานชอบไปร้านหนังสือโป๊ และแอบมีอะไรกับลูกศิษย์หนุ่มแบบวิปริต หนังมีฉากที่ทำให้คนดูอือฮามาก เมื่อนางเอกหยิบกระดาษเปื้อนน้ำกามขึ้นมาดม จนถึงฉากกรีดอวัยวะเพศตัวเองด้วยมีดโกน

แล้ว อูแปร์ ก็กลับมาเล่นหนังคาวโลกีย์เหมือนเดิมอีก ในหนังของผู้กำกับ พอล เวอร์โฮเวน ผู้มีสไตล์ทำหนังที่มีเนื้อหารุนแรงและเกี่ยวกับเรื่องเพศ เช่น RoboCop (1997) Basic Instinct (1992) Showgirls (1995) เขาเคยถูกประท้วงที่ฮอลแลนด์ (ประเทศบ้านเกิด) เพราะกำกับฉากข่มขืนเกย์ในหนังเรื่อง Spetters (1980) ผู้กำกับวัยปู่ (เวอร์โฮเวนอายุ 79 ปี) และดาราหญิงวัยย่า (อายุ 64 ปี) โคจรมาพบกันในหนังอื้อฉาวที่บางคนบอกว่าเป็นหนังตลกแบบ Black Comedy เรื่อง Elle ซึ่งดัดแปลงจากนิยาย Oh ของฟิลิปป์ จิอาน ตีปีพิมพ์ปี 2012

อูแปร์ รับบทมิเชล สาวใหญ่วัยย่ามาดดูดีเกินอายุจริง เป็นผู้บริหารหญิงบริษัทผลิตเกม ซึ่งไม่ค่อยจะลงรอยกับลูกน้อง มีอดีตเลวร้ายที่พ่อเป็นฆาตกรโหดไล่ฆ่าเพื่อนบ้าน โดยมีเธอในวัยเด็กเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย แอบเล่นชู้กับสามีเพื่อนสนิท มีสามีที่เลิกกันแต่ยังคงคบหากันแบบเพื่อน พอสามีจะมีแฟนใหม่วัยเอ๊าะ ก็กลั่นแกล้งแฟนใหม่สามีแบบเนียนๆ

มิเชลถูกข่มขืนอย่างรุนแรงโดยโจรสวมหน้ากากสกี แต่เธอไม่แจ้งความ ซ้ำบอกกับเพื่อนเธอว่า “ไม่กลัวโรคจิต ฉันเอาอยู่ ฉันถนัด” วิธีการจัดการกับปัญหาของเธอ น่าจะไม่ใช่วิธีของคนที่มีอารมณ์ปกติ เธอเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเหยื่อที่ถูกข่มขืน ซึ่งควรเศร้าหมอง ระทมทุกข์ เป็นอย่างอื่นไปอย่างสิ้นเชิง

นี่เป็นหนังที่ฝรั่งอาจมองว่าตลกร้าย แต่สำหรับคนไทยเรื่องนี้ค่อนข้างหมิ่นเหม่ศีลธรรม มีฉากที่มีนัยยะเรื่องเพศหลายฉาก ตั้งแต่มิเชล (ซึ่งเป็นหญิงวัยย่าแล้ว เพราะมีลูกชายที่มีลูกอ่อน) แอบส่องกล้องดูสามีเพื่อนบ้านและช่วยตัวเอง ฉากดึงถังขยะในที่ทำงานมารองรับน้ำกามขณะจะทำอะไรกับสามีเพื่อน ต้องยอมรับว่า อูแปร์ตีบทแตกกระจุย สามารถถ่ายทอดความซับซ้อนของตัวละครได้อย่างสุดแสบ วางสีหน้าเรียบเฉย แต่พร้อมจะจัดการกับคนทุกคน ที่เธอไม่สบอารมณ์ สิ่งที่ทำเป็นการแก้แค้น หรือเติมเต็มความพึงพอใจที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใต้สำนึก เธอทำให้เกิดความรู้สึกว่าการถูกข่มขืนอาจเป็นการไปกระตุ้นต่อมความวิปลาสบางอย่างภายในจิตใจ ที่ปะทุออกมาเป็นผลที่ยากจะคาดเดา

Elle เป็นหนังที่แสดงพลังอำนาจของผู้หญิง ที่ปั่นหัวหรือทำอะไรกันผู้ชายก็ได้ที่อยู่รายรอบตัว โดยไม่มีใครต่อต้านหรือรู้เท่าทัน เธอเดินเกมและกำหนดเกมของตัวเอง แต่ Elle ไม่ใช่เป็นหนังที่เหมาะกับทุกคน แน่นอนอยู่แล้วว่าเป็นหนังที่ห้ามผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าชม นี่เป็นหนังตลกร้ายที่ขำไม่ออก และอาจเหมาะกับคอหนังอาร์ทหรือคอหนังต่างประเทศมากกว่า

หนังเรื่องนี้ไม่น่าถูกจริตคนไทยทั่วไป ยอมรับว่า อิซาแบล์ อูแปร์ แสดงได้ Bitch มาก ความจริงบทมิเชลนี้เคยถูกส่งให้ดาราฮอลลีวูดหลายคน ที่ทราบมามี นิโคล คิดแมน ชารอน สโตน มาริยง กอดิยาร์ แต่ไม่มีใครยอมรับบทนี้ ด้วยวัย 64 ของเธอ อูแปร์เหมาะสมกับบทหญิงแก่ที่มีราคะจริต และที่ผ่านมา เธอก็เคยรับบทแรงจัดและไม่ธรรมดากับหนังสไตล์นี้อยู่แล้ว แต่การแสดงอย่างถึงแก่นครั้งนี้ จะพาเธอไปถึงรางวัลออสการ์นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมหรือไม่ ก็คงจะต้องรอฟังผลในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้