สส.บูม ปลื้ม FEED MUSIC สร้างความตื่นรู้ ‘คัดแยกขยะ’ หวังทุกคนแคร์เรื่องวัสดุ-รัฐควรลงทุน EV
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่มิวเซียมสยาม เขตพระนคร กรุงเทพฯ FEED สื่อผู้นำเสนอคอนเทนต์แนวไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมร่วมสมัย ในเครือมติชน จัดงาน “FEED MUSIC 2024 : GREEN FEST” เทศกาลดนตรีในสวน ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมฟังดนตรีจากศิลปินชื่อดัง พร้อมเวทีทอล์กฟังสบายๆ แต่เนื้อหาสาระน่าสนใจ ระหว่างวันที่ 7 ธันวาคม-8 ธันวาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น.
เนื่องด้วยกระแสตอบรับงาน ‘FEED Retro 90’ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปี 2566 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ในปีนี้ ‘เครือมติชน’ จึงเดินหน้าสานต่อส่งมอบความสุขผ่านเสียงเพลงในช่วงท้ายปี 2567 ผ่านการจัดงาน FEED MUSIC 2024 ซึ่งมาในธีม Green Fest ขับเน้นไฮไลต์ของบรรยากาศการแสดงดนตรีในสวน จากศิลปิน 4 วง 4 สไตล์ ที่ผลงานมีคุณภาพและมีฐานแฟนเพลงเฉพาะกลุ่ม ได้แก่ YONLAPA, วงนั่งเล่น, Street Funk Rollers และปราโมทย์ วิเลปะนะ ท่ามกลางอากาศเย็นสบายของเดือนธันวาคม ยึดโยงเข้ากับกิจกรรมทอล์กในประเด็นรักษ์โลก โดยมี 2 กูรูตัวจริง ที่มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจ ได้แก่ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ในฐานะ ‘รุกขกร’ มืออาชีพ กล่าวในหัวข้อ ‘เมืองสีเขียว บทบาทของต้นไม้ในการสร้างสมดุลให้กับชีวิต’ และมารีญา พูลเลิศลาภ Miss Universe Thailand 2017 นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ในหัวข้อ ‘พลังเล็กๆ การเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อปกป้องโลก’
เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดงานวันที่ 2 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนหลากหลายช่วงวัย รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินเท้าเข้ามาร่วมอย่างต่อเนื่อง โดยเข้ามาเลือกซื้ออาหารร้านดัง พร้อมนั่งจับกลุ่มทานอาหาร ซึ่งมาทั้งเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อน ตลอดจนคู่รัก นอกจากนี้ ภายในงานยังมีโซน ‘Mini Book Fair’ โดย สำนักพิมพ์มติชน ที่ขนทัพจัดเต็มหนังสือประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม วรรณกรรม แรงบันดาลใจ วิทยาศาสตร์อ่านเพลิน มาวางจำหน่วยให้เลือกอ่านได้ตามใจชอบ พร้อมโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษ 15-50% และคอลเล็กชั่นของแถมสุดพิเศษเฉพาะในงานนี้

ขณะเดียวกัน ทีมงานเริ่มเตรียมเวที ติดตั้งอุปกรณ์เครื่องเสียงเตรียมความพร้อมสำหรับกิจกรรมค่ำวันนี้ กับวง Street Funk Rollers และปราโมทย์ วิเลปะนะ ที่จะมาสร้างความบันเทิงให้กับผู้ร่วมงานตลอดช่วงค่ำวันนี้ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. จนถึงเวลา 21.00 น.
ต่อมาเวลา 15.30 น. นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ หรือบูม ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 1 พรรคประชาชน (พระนคร-สัมพันธวงศ์-ป้อมปราบ-ดุสิต-บางรัก) เดินทางมาร่วมงาน โดยมี นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 พรรคประชาชน เดินทางมาสมทบ
เมื่อถามว่า มองการจัดดนตรีในสวนมีประโยชน์ต่อพื้นที่อย่างไรบ้าง?
นายปารเมศกล่าวถึงภาพรวมการจัดงานในปีนี้ ซึ่งถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ว่า ความจริงตนก็ได้มาร่วมงานตั้งแต่ปีที่แล้ว ในงานฟีดเรโทร ซึ่งวันนี้ก็มีโอกาสได้รับเชิญจากทางฟีด สื่อในเครือมติชน ซึ่งตนรู้สึกประทับใจมาก เพราะทราบว่าโครงการนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความตระหนักรู้เรื่อง Sustainable Energy และ Green Environment ให้ประชาชนตระหนักรู้เป็นวงกว้าง เกี่ยวกับการรักษ์โลก ว่าทำอย่างไรให้เราสามารถรักษาสิ่งแวดล้อมให้มีความสะอาดและยั่งยืนได้ต่อไป
เมื่อถามต่อว่า วันนี้มีเซเลบสายกรีนอย่างคุณมารีญา มาทอล์กเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมด้วย มีมุมมองต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตเมืองนี้อย่างไรบ้าง?
นายปารเมศกล่าวว่า จริงๆ ต้องบอกว่าเขตพระนครเป็นเขตอนุรักษ์ที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของวัฒนธรรม มีประวัติศาสตร์บ้านเมืองที่สำคัญเกิดขึ้นในเขตเมืองนี้เยอะมากมาย เป็นโอกาสดีที่เราจะช่วยกันประชาสัมพันธ์
“เพราะทุกวันนี้เราก็เห็นตัวอย่างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์น้ำท่วม ล้วนเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย เราจะต้องช่วยกันรักสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น ดูแลเอาใจใส่ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่เราใช้ แก้วพลาสติก หลอด ต้องพยายามลดการใช้
ที่ผ่านมาในช่วงเดือนพฤศจิกายน ทุกๆ หน่วยงานรวมถึงตัวผมเองก็ได้ร่วมรณรงค์ ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลลอยกระทง ที่ควรจะใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผมมองว่างานในวันนี้จัดขึ้นโดยวัตถุประสงค์ที่ดี อยากให้ทุกท่านได้ทราบถึงความตั้งใจอันดีของฟีดในเครือมติชน” นายปารเมศเผย

จากลอยกระทงที่ผ่านมา เห็นชัดว่าภาพรวมคนตื่นตัวมากขึ้นกับโลกและผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงหัวข้อในวันนี้ คุณมารีญาจะพูดถึงสิ่งที่คนตัวเล็กๆ สามารถทำได้ ตัวเองมีไอเดียอะไรที่คนตัวเล็กน่าจะสามารถช่วยโลกตอนนี้ที่กำลังเดือดปุดๆ ให้ร้อนน้อยลงได้บ้าง?
นายปารเมศกล่าวว่า จริงๆ อันนี้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้เลยว่าโลกของเราไม่ว่าขั้วโลกเหนือ หรือขั้วโลกใต้ มีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้โซนที่เป็นน้ำแข็งเริ่มละลาย มองเห็นได้ชัดเจนเลย
“โดยเฉพาะประเทศไทยเอง อย่างกรุงเทพฯ เป็นจังหวัดที่อยู่ในระดับ Sea-Level อยู่เสมอกับระดับน้ำทะเล เราเองก็อย่านิ่งนอนใจ คนตัวเล็กๆ อย่างเราเองก็มีสิ่งที่สามารถทำได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการช่วยกันคัดแยกขยะ ตอนนี้หน่วยงานกรุงเทพมหานครก็มีแนวคิดที่ช่วยให้คนคัดแยกขยะและทิ้งให้ถูกประเภท เพื่อคัดกรองขยะเอาไปทำโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้เชื้อเพลิงเป็นขยะ
สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องการความสามัคคีของประชาชน หากทุกท่านคัดแยกขยะ และรถที่ขนขยะก็คัดแยกประเภทอย่างถูกต้อง ก็สามารถนำสิ่งเหล่านี้ไปเป็นเชื้อเพลิงที่ดีได้
แต่ถ้าทุกคนทิ้งขยะโดยที่ไม่ได้คัดแยกอย่างถูกต้อง ปลายทางก็มีค่าเท่ากัน” นายปารเมศกล่าว
เรื่อง Zero Waste เป้าหมายที่ตั้งไว้ ที่ว่าไทยจะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065 ก็อาจจะไปไม่ถึง ถ้าทุกคนไม่ร่วมแรงตั้งแต่ต้นทาง?
นายปารเมศกล่าวว่า ไม่ว่าจะ Net Zero หรือ Carbon Neutrality เป็นเป้าหมายระดับใหญ่ระดับประเทศที่ต้องการความสามัคคี ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ประชาชน คนตัวเล็กตัวน้อย หรือแม้แต่ภาครัฐก็ต้องผลักดันร่วมกัน
“ผมเองก็อยู่ในคณะกรรมาธิการพลังงานของสภาผู้แทนราษฎร เห็นความสำคัญของเรื่องนี้อย่างมาก การที่เราจะใช้พลังงานไฟฟ้าสะอาดก็ต้องคำนึงถึงความสะอาดและความยั่งยืนด้วยว่าในอนาคตเราจะส่งต่อบ้านเราให้กับรุ่นลูกรุ่นหลานอย่างไร ปัจจุบันก็อยู่ในมือเรา อยู่ที่เราเลือกจะรักษาทรัพยากรที่เรามีอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด” นายปารเมศชี้
ล่าสุด กทม.มีการไปคุยกับเอกชนที่ทำโรงไฟฟ้า เปลี่ยนแบบใหม่ เอาขยะมูลฝอยมาทำให้เป็นพลังงานไฟฟ้า อยู่ที่เขตหนองแขม ถ้าเกิดในภาพรวมระดับใหญ่ระดับประเทศได้ คิดว่าเป็นอย่างไร?
นายปารเมศกล่าวว่า ความจริงตนก็ส่งเสริมให้มีโรงไฟฟ้าชีวมวลที่นำเชื้อเพลิงจากขยะไปปั่นเป็นไฟฟ้า แนวคิดที่ดี และล่าสุดเพิ่งไปเยี่ยมชมโรงงานที่จังหวัดภูเก็ตมา เป็นแนวคิดที่ดีมาก

เนื่องจากขยะในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีจำนวนมาก เราก็ควรร่วมกันคัดแยกตั้งแต่ต้นทางเพื่อลดขั้นตอนและความยุ่งยากของภาครัฐ ที่ต้องไปคัดแยกที่โรงขยะอีกทีหนึ่ง ถ้าเราช่วยกันหน่วยงานภาครัฐก็จะทำงานได้ง่ายมากขึ้น อยากให้เป็นสิ่งที่เราตระหนัก ไม่ว่าจะเป็นการลดใช้ไฟฟ้ามากเกินความจำเป็น การใช้ขยะ พลาสติก หลอด ควรจะหันมาใส่ใจเรื่องวัสดุให้มากขึ้น ขอฝากทุกคนไว้ในอนาคต“ นายปารเมศกล่าว
เมื่อถามว่า ถ้าเกิดว่ามีนวัตกรรมอะไรที่เกิดขึ้นใน กทม.ได้ หรือภาครัฐลงทุนแล้วจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนและสิ่งแวดล้อมดีขึ้น คิดว่าสิ่งนั้นควรจะเป็นอะไร?
นายปารเมศกล่าวว่า ตอนนี้ส่วนตัวให้ความสำคัญและสนใจเกี่ยวกับเรื่อง PM2.5 อย่างมาก
”ตอนนี้ผมในฐานะรองประธานกรรมาธิการการพลังงานก็อยากจะผลักดันเรื่องของยานยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่รถสาธารณะ รถตุ๊กตุ๊ก รถที่ใช้ในราชการ อยากที่จะให้เปลี่ยนเป็น EV เพื่อลดมลภาวะ
เพราะทุกวันนี้ โอ้โห! ถ้ามาวัดค่ากันเรียกว่าต้องเสี่ยงดวงกันแล้วแหละ วันไหนดี วันไหนไม่ดี เพราะนี่เป็นเรื่องภาพใหญ่ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ทางหน่วยงานรัฐบาลรวมถึงเอกชน ทยอยหันมาใช้รถพลังงานสะอาดมากขึ้น“
เปลี่ยนจากสันดาป ถ้าพอมีกำลัง หรืออย่างน้อยก็เปลี่ยนไส้กรองตามนนโยบายผู้ว่าฯชัชชาติ?
“(หัวเราะ) ใช่ครับ เพราะนี่คือเรื่องของอากาศบริสุทธิ์ที่ประชาชนทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในบ้าน หรือก้าวเท้าออกมานอกบ้านก็จะต้องใช้ทรัพยากรนี้ที่เราแบ่งปันร่วมกัน มันเป็นปัญหาภาพใหญ่ระดับประเทศเลย มากกว่าประเทศเราเองด้วยซ้ำ ก็เป็นประเด็นที่เราจะต้องไปเจรจาและหาทางออกร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย (ชายแดนเพื่อนบ้านมีปัญหาเรื่องหมอกควันจากการเผาที่พัดมาตามทิศทางลม)
เรื่องของการบังคับใช้กฎหมายและการเจรจาของรัฐบาล ที่จะไปคุยบูรณาการทุกๆ หน่วยงาน ในบางเรื่องที่เราจะต้องนำนวัตกรรมมาใช้โดยด่วน ก็อยากให้รีบผลักดันกฎหมาย มาคุยกันที่สภา ให้ความเห็นต่างๆ ส.ส.เองก็จะอภิปรายในข้อดีข้อเสีย และเราก็จะสามารถตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อมาศึกษาอย่างลงรายละเอียดได้ กฎหมายอะไรที่มันติดก็ควรจะแก้ไขเสีย” นายปารเมศกล่าว
จากนั้น ผู้บริหารเครือมติชน นำโดย นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) มอบหนังสือเป็นของที่ระลึกแก่นายปารเมศ โดยมี น.ส.ปานบัว บุนปาน ประธานกรรมการ ร่วมงานด้วย
บรรยากาศเวลา 17.00 น. เข้าสู่ช่วง Talk ในหัวข้อ “พลังเล็กๆ การเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อปกป้องโลก” โดย น.ส.มารีญา พูลเลิศลาภ Miss Universe Thailand ปี 2017 นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม และผู้ผลักดันแนวคิด “One Health” การเชื่อมโยงระหว่าง สุขภาพคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม มาร่วมกล่าวในหัวข้อ ‘พลังเล็กๆ การเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อปกป้องโลก’ เมื่อโลกอยู่ในขั้นวิกฤต มนุษย์จะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และพลังเล็กๆ ของเราจะช่วยโลก เปลี่ยนแปลงโลกให้ยั่งยืนได้อย่างไร
ต่อมาเวลา 18.00 น. มีการแสดงดนตรีในสวน เริ่มจากวง ‘Street Funk Rollers’ วงดนตรี 3 ชิ้น แนว Vintage Rock ยุค 90’s ที่มีส่วนผสมของดนตรีหลากหลายแนว อาทิ ฟังก์, บูลส์, เฮฟวี่ร็อก, บัลลาด ร็อก เจ้าของเพลงดังอย่าง ‘ง่ายดาย’ และ ‘วาสนาน้อยๆ’ ท่ามกลางแฟนเพลงยุค ‘อัลเทอร์เนทีฟ’ ตลอดจนคนรุ่นใหม่

จากนั้นเวลา 19.30 น. ‘ปราโมทย์ วิเลปะนะ’ นักร้อง-นักแต่งเพลง ผู้มีน้ำเสียงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์แห่งยุค Y2K (2000) ไม่ว่าจะเป็นเพลง คืนที่ดาวเต็มฟ้า, แค่บอกว่ารักเธอ, เสียงลมหายใจ, แค่คนอีกคน, ขอให้รักบังเกิด มาจนถึงผลงานใหม่ที่มียอดฟังหลายสิบล้านวิวในยูทูบอย่าง ‘Move On’ และ ‘ล้ำเส้น’
โดยภายในงานนอกจากดนตรีเพราะๆ จากศิลปินดัง เวทีทอล์กโชว์ให้ความรู้ และกิจกรรมให้ร่วมสนุกในช่วงเวลาตั้งแต่ 16.00 น. ยังมี ‘โซนอาหาร’ จากร้านเด็ดร้านดังมาเปิดให้บริการ ซึ่งผู้ร่วมงานต่างเดินเลือกซื้อมานั่งรับประทานบริเวณสวน ภายในมิวเซียมสยาม นั่งชิลพร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารจานเด็ด
อาทิ ติ่มซำ ‘เจด ดราก้อน’, ป๊อปคอร์น Major Cineplex, ปังเว้ยเฮ้ย By เจ๊แม็กเอง, โฮมเบเกอรี่ จากสวนดุสิตโฮมเบเกอรี่ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, อาหาร และเครื่องดื่ม น้ำมะพร้าว น้ำสมุนไพร จากครัวสวนดุสิต มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, เนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่น YAKIYAKI มีหลากหลายรสชาติให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น Chicken Thigh, Chicken fillet, Chicken Wings, Chicken Hearts, Negi, Okra, Japanese Wagyu Beef, Ustralian Beef, Mochi, Tamago, Shitake นอกจากนี้ ยังมีเมนูอร่อยๆ จากร้าน เจ๊ยุ้ย เผือกทอด เสาชิงช้า, อนันต์จะปั่นชาเย็น, ไส้กรอกและสเต๊ก GOD OF GRILL STEAK, ลูกชิ้นภูเขาไฟ แม่ประณาม เป็นต้น
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษ์โลก สร้างอนาคตที่ยั่งยืน มานั่งชิลบนสนามหญ้า ท่ามกลางลมหนาว รื่นรมย์ด้วยเสียงดนตรี อิ่มเอมกับอาหารจานเด็ด วันนี้ (8 ธ.ค.) วันสุดท้าย! ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. ที่มิวเซียมสยาม เข้าร่วมฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย เดินทางสะดวกด้วยโดยรถไฟฟ้า MRT ลงสถานีสนามไชย ทางออก 1 (ข้อมูลเพิ่มเติมที่: https://feedforfuture.co/feed-event/59599)

