เปิด 5 เกร็ดประวัติตรุษจีน ต้อนรับปีงูไฟ ฉบับ ‘ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน’

16.01.25 | 11:52 น.

เปิด 5 เกร็ดประวัติตรุษจีน ต้อนรับปีงูไฟ ฉบับ ‘ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน’

‘เทศกาลตรุษจีน’ มรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของโลก และขุมทรัพย์แห่งความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการจับจ่ายทุกไตรมาส แต่นอกจากในแง่มุมของประเพณี พิธีกรรม และการเฉลิมฉลองอันเลื่องชื่อของโลกนี้

ท็อปส์ จับมือกับ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน หรือเฮียวิทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ร่วมสมัย และพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของแคมเปญ TOPS THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2025 พานั่งไทม์แมชชีนมาทำความรู้จักเทศกาล “ตรุษจีน” อย่างลึกซึ้ง

ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน
  • ทำไมปีใหม่ของคนจีนไม่ใช่วันที่ 1 มกราคม

ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน หรือเฮียวิทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ร่วมสมัย เล่าถึงความเป็นมาของตรุษจีน หรือปีใหม่ของชาวจีนว่า “หลายคนมักถามผมเสมอว่า ทำไมคนจีนจึงไม่กำหนดให้วันที่ 1 มกราคมเป็นวันตรุษจีนเหมือนวันปีใหม่สากล ตอบง่ายๆ ว่า เพราะวันที่ 1 มกราคม คือวันเริ่มต้นปีที่นับตามปฏิทินแบบสุริยคติ (Gregorian Calendar) แตกต่างกับปฏิทินแบบจันทรคติ (Lunar Calendar) ที่ชาวจีนยึดถือ ซึ่งปฏิทินแบบจันทรคตินี้จะกำหนดให้วันเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิเป็นวันแรกของปี สังคมจีนที่ให้ความสำคัญกับฤดูกาลเพาะปลูก จึงปักหมุดหมายให้การมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ หรือที่ในภาษาจีนเรียกว่า ชุนเจี๋ย เป็นวันเริ่มต้นศักราชใหม่”

  • เปิดที่มาของ ‘ตรุษจีน’ เทศกาลแห่งความกตัญญูกตเวที

ดร.วิทย์กล่าวต่อว่า ตรุษจีนถือกำเนิดขึ้นโดยเชื่อมโยงกับฤดูกาลเพาะปลูก หรือวันเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิเป็นวันแรกของปี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง เชื่อมโยงกับความเป็นสิริมงคล ตามปรัชญาในการใช้ชีวิตของชาวจีนอย่างหลักขงจื๊อ หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า หยูเจีย โดยหนึ่งในค่านิยมของปรัชญาขงจื๊อ ก็คือการแสดงความกตัญญูกตเวที ชาวจีนจึงถือว่าการเซ่นไหว้บรรพบุรุษเป็นสิ่งมงคลที่ต้องทำในวันตรุษจีน และนอกเหนือจากการแสดงความเคารพต่อบุพการี ยังต้องเสริมความมั่งมีศรีสุขให้กับชีวิตด้วย จึงมีการกราบไหว้เทพเจ้าเพิ่มเข้าไป ซึ่งเทพเจ้าที่คนจีนนิยมสักการะกันมากในเทศกาล ก็คือเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ

Advertisement

  • ถอดรหัส ‘ของไหว้’ สิ่งที่ขาดไม่ได้ในวันตรุษจีน

การเซ่นไหว้บรรพบุรุษและเทพเจ้า หนึ่งสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล คือ ‘ของไหว้’ ซึ่งมีวิธีคิดเชิงกุศโลบายที่ซ่อนอยู่ในสิ่งของเหล่านั้น เป็นต้นว่า สิ่งใดก็ตามที่มีลักษณะแสดงถึงความเป็นมงคล เช่น ตำลึงเงิน ตำลึงทอง หรือสิ่งใดก็ตามที่แสดงถึงความยืนยาว เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว ก็จะถูกนำมาใช้เป็นของไหว้ และนอกจากลักษณะภายนอกแล้วชาวจีนยังมีการใช้คำพ้องเสียงเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล เช่น ส้ม ภาษาจีนเรียกว่า เฉิง พ้องเสียงกับคำว่า เฉิงกง ที่แปลว่าสำเร็จ ปลา ภาษาจีนเรียกว่า ยวี๋ พ้องเสียงกับคำว่า ยวี๋ ที่แปลว่าเหลือกิน เหลือใช้ หรือแอปเปิล ภาษาจีนเรียกว่า ผิงกั่ว ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า ผิงอัน ที่แปลว่าปลอดภัย เป็นต้น”

  • ‘อั่งเปา’พร้อมกับความหมายที่ซ่อนอยู่

“เมื่อพูดถึงวันตรุษจีน สิ่งแรกที่คนจะนึกถึงเลยก็คือการให้อั่งเปา เพราะนอกจากจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ (มนุษย์กับฤดูใบไม้ผลิ) แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาแห่งการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกันเองด้วย วิธีคิดที่มาคู่กับความกตัญญูกตเวที ก็คือการจุนเจือบริวาร คนที่เป็นผู้ใหญ่ สามารถหารายได้ด้วยตัวเองได้แล้ว จึงนิยมมอบอั่งเปาให้กับบริวาร อาจเป็นลูกหลาน หรือผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อเป็นจรรโลงจิตใจให้ลดความตระหนี่ อย่างไรก็ดี กุศโลบายคำพ้องเสียงสะท้อนความเป็นมงคลก็ถูกนำมาใช้กับการให้อั่งเปาเช่นกัน ชาวจีนจึงไม่นิยมให้อั่งเปาตามจำนวนเงินที่มีเลข 4 เนื่องจากในภาษาจีน คำว่า ซื่อ ที่แปลว่า 4 ออกเสียงคล้ายคำว่า สื่อ ซึ่งมีความหมายไม่เป็นมงคล นอกจากนี้ ชาวจีนยังเชื่อในเลขคู่ ทำอะไรให้ทำเป็นคู่ เวลาให้อั่งเปา จึงนิยมให้เป็นเลขคู่”

  • เปิดตำราส่องเทศกาลตรุษจีนในประเทศไทย

“องค์ประกอบต่างๆ ในเทศกาลตรุษจีน ทั้งการกราบไหว้บรรพบุรุษ การบูชาเทพเจ้า ของไหว้ และอั่งเปา ล้วนเป็นแนวปฏิบัติดั้งเดิมที่มาจากชาวจีน ที่ถูกส่งต่อมายังประเทศไทย เนื่องจากแผ่นดินของเราโอบรับความแตกต่างทางวัฒนธรรม และมีสัดส่วนของหัวเฉียว หรือชาวจีนโพ้นทะเลที่กระจายไปอยู่ตามประเทศต่างๆ หลากหลายชาติพันธุ์ ทั้งจีนแต้จิ๋ว จีนกวางตุ้ง จีนฮกเกี้ยน และไหหลำ ฯลฯ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นชาติพันธุ์ใดก็ตาม พวกเขาก็ยังคงยึดถือในวัฒนธรรมจีนดั้งเดิม ทั้งนี้ ด้วยความที่ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ เรามีพืชพรรณธัญญาหารมากมาย คนเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ในไทยจึงค่อนข้างให้ความสำคัญกับการเซ่นไหว้ในเทศกาลตรุษจีน โดยนิยมไหว้หมู เห็ด เป็ด ไก่ พร้อมด้วยผลไม้และของมงคลต่างๆ อย่างเต็มที่ การเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนในไทยจึงยิ่งใหญ่ และเป็นที่นิยมไม่แพ้ต้นอารยธรรมอย่างจีนแผ่นดินใหญ่เลยทีเดียว”

  • ตรุษจีนวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ในมุมมองของ ดร.วิทย์

จุดเริ่มต้นของเทศกาลตรุษจีน มาจากการเฉลิมฉลองฤดูกาลแห่งการเพาะปลูก ก่อนเติมเต็มด้วยความเชื่อและค่านิยมมากมาย จนกลายเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน

ดร.วิทย์กล่าวว่า หากจะถามว่าตรุษจีนวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ผมเชื่อว่าเทศกาลนี้จะยังคงมีอยู่ต่อไป แต่อาจมีวิวัฒนาการเพิ่มเติมไปตามยุคสมัย เช่น บางคนไม่ทานเนื้อสัตว์ ในอนาคตอาจมีคนคิดทำชุดของไหว้แบบมังสวิรัติ หรือบางคนก็เริ่มคิดในเชิง Practical มากขึ้น ว่าของไหว้ที่ถวายเทพเจ้าไปแล้วจะนำไปใช้ทำอะไรต่อ ของไหว้ก็อาจจะเปลี่ยนรูปแบบเป็นของที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อได้มากขึ้น

ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน

“แต่ไม่ว่าในวันข้างหน้าวิวัฒนาการของตรุษจีนจะเป็นอย่างไร แก่นสารของเทศกาลตรุษจีนก็ยังคงเป็นเช่นเดิม คือการแสดงความเคารพต่อธรรมชาติและบรรพบุรุษ และแม้ปัจจุบัน จีนจะส่งจรวดไปสำรวจดาวอังคารได้แล้ว แต่ชาวจีนก็ยังให้ความสำคัญกับรากเหง้าของตน และยังคงประกาศว่าวันหยุดแห่งชาติคือเทศกาลตรุษจีนดังเช่นในอดีต” ดร.วิทย์กล่าวทิ้งท้าย