แม่แฟง ตัวจริงในปวศ. เจ้าของโรงโสเภณีกระฉ่อนกรุงยุค ร.4 กำไรฉ่ำสร้างวัดดัง ‘คณิกาผล’

26.01.25 | 17:19 น.

กระแสเปรี้ยงมาก หลังออนแอร์เพียงไม่กี่ตอน สำหรับซีรีส์ย้อนยุคกระตุกต่อมขำที่ชวนฮาตั้งแต่ชื่อ อย่าง ‘คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์’ ทางช่อง 3HD โดยมี โบว์ เมลดา ที่ชาวเน็ตฟันธงว่า เหมือนเล่นเป็นตัวเอง! ด้วยความน่ารัก สดใส ใบหน้าดาเมจแรง รับบท นิทรา นางเอกสาวดาวรุ่งที่ไม่ได้ย้อนเวลาไปเป็นลูกพระยานาหมื่น แต่กลับย้อนไปเป็น ‘บุญตา’ หญิงยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่ชะตาฟ้าลิขิตให้ตกเป็น ‘โสเภณี’ ในสำนัก ‘แม่แฟง’ ซึ่งรับบทโดย จอย รินลนี ผู้ตีบทแตกไม่แพ้กัน

แม่แฟง ที่ว่านี้ เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ ถูกบันทึกไว้ว่า คือผู้สร้าง ‘วัดใหม่ยายแฟง’ หรือที่รู้จักกันต่อมาในนาม ‘วัดคณิกาผล’

รูปหล่อ ‘ยายแฟง’ ในอาคารหลังอุโบสถวัดคณิกาผล (ภาพจาก ‘ศิลปวัฒนธรรม’)

สำนักแม่แฟง หรือ ยายแฟง มีโลเกชั่นให้บุรุษทั้งหลายเช็คอินฟินๆ กันในย่านเยาวราช ถือเป็นแหล่งเที่ยวของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในกรุงเทพฯ ยุครัชกาลที่ 4 เพราะภายนอกภายในช่างดูดี ตกแต่งหรูหราราวบ้านช่องห้องหอคหบดี


ครั้นกิจการอู้ฟู่นับเงินทองแบบฉ่ำๆ แม่แฟง ก็ไม่ลืมทำบุญสุนทาน โดยการสร้างวัดวาอาราม นามว่า วัดใหม่ยายแฟง หรือ วัดคณิกาผล หมายถึงผลที่ได้จากนางคณิกาคือหญิงโสเภณี ตั้งอยู่บนถนนพลับพลาไชยในปัจจุบัน เป็นอารามในพุทธศาสนามหานิกาย ประเภทวัดราษฎร์ ความโด่งดังของสำนักแม่แฟง ส่งผลให้เกิดวลีหยอกเย้าติดปากผู้คน ดังในความทรงจำของขุนวิจิตรมาตรา ว่า ‘ยายฟักขายข้าวแกง ยายแฟงขาย… ยายมีขายเหล้า’

Advertisement

กิจการของแม่แฟง สืบทอดลงมาถึงลูกสาว นามว่า ‘แม่กลีบ’ ซึ่งก็เจริญรุ่งเรืองด้วยดี แม่กลีบจึงอุทิศสวนดอกไม้ให้สร้างวัด ต่อมาลูกชายของแม่กลีบ หลานยายแฟง คือ พระดรุณรักษา (กัน สาครวาสี) ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในรัชกาลที่ 4 แม่กลีบจึงถวายวัดแด่พระองค์ รัชกาลที่ 4 จึงพระราชทานนามว่า ‘วัดกันมาตุยาราม’ มีความหมายว่าวัดที่มารดาของนายกันเป็นผู้สร้าง


โรงโสเภณีสำนักแม่แฟง หรือยายแฟงนี้ วีระยุทธ ปีสาลี เจ้าของวิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต เรื่อง ‘ชีวิตยามค่ำคืนในกรุงเทพฯ พ.ศ. 2427-2488’ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งถูกนำมาเรียบเรียงใหม่เป็นหนังสือชื่อ ‘กรุงเทพฯ ยามราตรี’ ระบุว่า โสเภณีรูปแบบเก่าที่มีลักษณะ ‘นางประจำสำนัก’ ซึ่งสำนักที่โด่งดังที่สุดก็คือ ‘สำนักยายแฟง’

กิจการโรงหญิงหากิน หรือโสเภณีเฟื่องฟูมากจนมีการจัดเก็บภาษี ในพิกัดท้องตราอาการเรือนโรงร้านหมายเลขที่ 5 ระบุว่า กำหนดที่จะเก็บอาการเรือน โรง ร้าน ตึก แพนั้น ถ้าเป็นเรือน โรง ร้าน ตึก แพในกรุงเทพฯ ที่ให้เช่าไว้สินค้าแลตั้งบ่อนเล่นเบี้ย เขียนหวย หรือคนเช่าอยู่ก็ดี หรือไม่ได้เช่าเป็นแต่เอาไว้สินค้าของตัวเองก็ดี และเรือนโรง ร้าน ตึก แพ หญิงหาเงินเหล่านี้ อยู่ในท้องที่โปลิศลาดตระเวน ก็ให้เทียบเก็บอากรเหมือนค่าเช่าคือ 12 ชักหนึ่งกึ่ง ถ้าไม่ได้อยู่ในท้องที่โปลิศลาดตระเวน ก็ให้นายอากรเก็บอากรเพียง 12 ชัก 1 เท่านั้น ถ้าอยู่แถวท้องตลาดปะปนอยู่ในระหว่างโรง ร้าน ตึก แพที่มีสินค้าขาย ต้องเรียกอากรเท่ากับโรง ร้าน ตึก แพมีสินค้าเหล่านั้นเหมือนกัน

ไม่เพียงเท่านั้น หญิงขายบริการเองก็ต้องเสียภาษีเช่นกัน โดยพระราชบัญญัติป้องกันสัญจรโรค รัตนโกสินทรศก 127 กำหนดว่า หญิงนครโสเภณีต้องได้รับอนุญาตจากทางราชการ ค่าธรรมเนียมสำหรับใบอนุญาตราคา12 บาท มีอายุ 3 เดือน เงินจำนวนดังกล่าวนับว่าสูงมากในยุคนั้น