ไทยเฮ! ได้คืนแน่ 4 โพธิสัตว์ประโคนชัย พิพิธภัณฑ์สหรัฐ ลงมติถอนจากบัญชี รอส่งข้ามทวีป

28.04.25 | 14:02 น.

สืบเนื่องกรณี ดร.ดำรง ลีนานุรักษ์ อดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับ San Francisco Asian Art Museum ( SFAAM) จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาถอนสถานะการครอบครอง ประติมากรรมสัมฤทธิ์ ‘ประโคนชัย’ 4 องค์ เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อส่งคืนไทย ตามคำร้องต่อศาล โดยหน่วยสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ (Homeland Security Investigations: HSI) และอัยการกลางตามมกฎบัตรของพิพิธภัณฑ์

ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 เมษายน ดร.ดำรง เปิดเผยต่อ ‘มติชน’ ว่า การลงมติดังกล่าวเสร็จสิ้นลงแล้ว เมื่อวันที่ 23 เมษายน หลังเริ่มต้นในช่วงเวลาราว 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย และจบลงในวันเดียวกัน โดยตนได้รับทราบว่าขั้นตอนการถอดถอนโบราณวัตถุ 4 ชิ้นนั้นออกจากบัญชีการถือครอง เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยกระบวนการต่อไปจะเป็นการประสานงานระหว่างกรมศิลปากร กระทรวงการต่างประเทศ และทางพิพิธภัณฑ์ที่สหรัฐอเมริกา คือ San Francisco Asian Art Museum ( SFAAM) เพื่อดำเนินการขนส่งกลับประเทศไทย สำหรับการประกาศอย่างเป็นทางการโดย SFAAM คาดว่าจะมีการแถลงในสัปดาห์หน้า

ด้านนายทนงศักดิ์ หาญวงษ์ นักวิชาการอิสระ กลุ่ม ‘สำนึก 300 องค์’ และหนึ่งในคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย กล่าวว่า มติดังกล่าวเป็นไปตามการคาดการณ์ นับเป็นปฐมบทที่เป็นกรณีตัวอย่าง โดยถือเป็นผลดีต่อการติดตามโบราณวัตถุคืนจากพิพิธภัณฑ์ในหสรัฐอีก 6 แห่งที่อาจใช้เป็นหลักการหรือแนวทางเดียวกัน

ภาพจาก พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชียแห่งซานฟรานซิสโก San Francisco Asian Art Museum (SFAAM)

“San Francisco Asian Art Museum เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ในกรณีศึกษา การทวงคืนโบราณวัตถุ ทั้งกระบวนการทางกฏหมาย ทั้งกระบวนการติดตามคืน ทั้งความร่วมมือกับประเทศไทย” นายทนงศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ประติมากรรมสัมฤทธิ์ประโคนชัย 4 องค์ดังกล่าว อยู่ในรายการโบราณวัตถุ 32 รายการที่รัฐบาลไทยส่งหนังสือไปยังรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ แบบความร่วมมือรัฐต่อรัฐ ตั้งแต่ พ.ศ. 2562 โดยหน่วยสืบสวนเพิ่มความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ (Homeland Security Investigations: HSI) และอัยการกลางนำขึ้นสู่ศาล ขอหมายเรียก โดยอยู่ในขั้นตอนการเจรจา กับพิพิธภัณฑ์ 7 แห่ง ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า โบราณวัตถุชุดนี้ เป็นการซื้อหาจากชาวบ้านที่ลักลอบขุด และส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ส่งไปให้บริษัท Spink and Son ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยนายดักลาส แลชฟอร์ด (Dauglash Latchford) ตามมาด้วยขบวนการเสนอขายระดับโลก ด้วยความร่วมมือกับนางเอ็มมา ซี บังเกอร์ (Emma C. Bunker) ซึ่งเขียนหนังสือเกี่ยวกับประติมากรรมชุดนี้รวมถึงโบราณวัตถุอื่นๆ ในลักษณะกึ่งแคตตาล็อก กึ่งวิชาการ 2-3 เล่ม ต่อมานายดักลาส แลชฟอร์ด ถูกฟ้องร้อง แต่เสียชีวิตลงก่อนขึ้นศาล

Advertisement