กรณีนายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ อดีตศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ เปิดเผยระหว่างการบรรยายและถ่ายทอดองค์ความรู้การจัดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Phuket 2025 ที่จังหวัดภูเก็ต โดยได้ประกาศลาออกจากการเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี 2554 เนื่องด้วยเหตุผลการเป็นคนที่พูดจาที่โผลงผาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การเป็นศิลปินแห่งชาติ และเป็นความตั้งใจเดิมที่จะลาออกจากทุกตำแหน่ง เมื่ออายุ 70 ปี โดยจากนี้ขอใช้เวลาท่องเที่ยวนั้น
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวว่า การลาออกจากศิลปินแห่งชาติ เป็นเจตนาของอ.เฉลิมชัย ซึ่งตั้งใจไว้แล้วว่า จะลาออกตอนอายุ 70 ปี โดยอ.เฉลิมชัย ได้ส่งหนังสือลาออกให้ทางวธ. จริง ซึ่งตนและ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการวธ. ก็ได้ทัดทาน และบอกกับอ.เฉลิมชัย ว่ายังไม่อยากให้ลาออก เพราะยังมีศักยภาพในการทำงาน แต่ทางอ.เฉลิมชัย ยืนยันเจตนาเดิม เพราะต้องการอิสระในการทำงาน เพื่อความสบายใจ และการที่ลาออกไม่ได้หมายความว่า จะไม่ได้ช่วยงานทางวธ.
นายประสพ กล่าวต่อว่า อ.เฉลิมชัย แสดงความประสงค์ที่จะลาออก โดยไม่อยากให้กระทบต่อหน่วยงานที่ยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ซึ่งเจตนาการลาออกครั้งนี้เป็นเจตนาดี ไม่ได้เกิดจากความน้อยใจอะไรทั้งสิ้น และหากอ่านข้อความในหนังสือลาออกก็จะเข้าใจได้อย่างชัดเจน ผมและรัฐมนตรีว่าการวธ. พยายามพูดคุย แต่ทางอ.เฉลิมชัยก็ยืนยันความประสงค์เดิม เพราะเป็นความตั้งใจส่วนตัว ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับกระทรวง หรืออะไรทั้งสิ้น ทั้งนี้การลาออกจากศิลปินแห่งชาติ ถือเป็นสิทธิของศิลปิน จากนี้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.)ในฐานะที่เป็นฝ่ายเลขานุการการประกาศยกย่องศิลปินแห่งชาติ และสำนักงานกระทรวงวัฒนธรรมในฐานะที่เป็นฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งมีอำนาจในการประกาศยกย่องศิลปินแห่งชาติ จะรายงานเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(กวช.)เพื่อรับทราบการลาออกของอาจารย์เฉลิมชัยต่อไป ทั้งนี้ เมื่ออาจารย์ได้ลาออกแล้ว ก็จะส่งผลให้ต้องยุติการจัดสวัสดิการและประโยชน์ตอบแทนในฐานะศิลปินแห่งชาติ ตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายประสพ กล่าวต่อว่า กรณีที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และกระทรวงวัฒนธรรม ไม่ได้แจ้งข่าวการลาออกของอาจารย์ต่อสาธารณะ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวของอาจารย์และเป็นความสมัครใจของอาจารย์เอง จึง ให้เกียรติอาจารย์ รอให้อาจารย์เป็นผู้ประกาศเผยแพร่ต่อสาธารณะ ในนามกระทรวงวัฒนธรรมรู้สึกเสียดายที่อาจารย์ตัดสินใจลาออกจากความเป็นศิลปินแห่งชาติ เพราะอาจารย์ได้สร้างคุณูปการต่อวงการศิลปะของประเทศไทยและเป็นแบบอย่างที่ดีของการเป็นศิลปินแห่งชาติเป็นอย่างมาก รวมทั้งอาจารย์ก็เป็นแรงบันดาลใจของเด็ก เยาวชน และศิลปินรุ่นหลังได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นความสมัครใจและความตั้งใจของอาจารย์ กระทรวงคงต้องเคารพในความตั้งใจและการตัดสินใจของอาจารย์ และเชื่อมั่นว่าอาจารย์จะยังคงทำประโยชน์ต่อวงการศิลปะและประเทศไทยต่อไป รวมถึงขอความกรุณาจารย์เป็นที่ปรึกษาและช่วยงานต่างๆตามความเหมาะสมในโอกาสต่อไป
“วธ. ก็รู้สึกเสียดาย เพราะอ.เฉลิมชัย เป็นคนที่ทุ่มเทกับการทำงาน มีผลงานเป็นที่ยอมรับ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับศิลปิน รวมถึงมีการช่วยเหลืองานของทางกระทรวงฯ เป็นอย่างดี แต่เมื่อเป็นความตั้งใจของอ.เฉลิมชัย ทางวธ.ก็คงไม่สามารถที่จะทัดทานได้ ซึ่งเท่าที่พูดคุยกับอ.เฉลิมชัย ยังย้ำว่า พร้อมที่จะช่วยเหลืองานวธ. เช่นเดิม เพียงแต่ไม่อยากมีตำแหน่ง และอยากมีอิสระในการทำงาน” ปลัดวธ. กล่าว

