‘สัปปายะสภาสถาน’ เคยเกือบลดเหล็กเสาฐาน – คนสภาฯเชื่อ ถ้าไม่ต่อเติม ‘มรดกโลก’ ไม่เกินเอื้อม

11.07.25 | 18:45 น.

เลขาสภาฯ ย้อนคิดหลังสตง.ถล่ม ‘สัปปายะสภาสถาน’ เคยมีปม ขอลดขนาดเหล็กเสาฐาน – ด้าน ปธ.คณะอนุฯด้านศิลปะสร้างสรรค์ฯ เชื่อ ‘มรดกโลก’ ไม่เกินเอื้อม มองเป็น Destination ใหม่ สถาปัตยกรรมของชาติ

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ห้องประชุม 402-403 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา คณะอนุกรรมาธิการด้านศิลปะสร้างสรรค์ ในคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะ และวัฒนธรรม จัดเสวนาวิชาการ เรื่อง “สัปปายะสภาสถาน : ศิลปกรรมของชาติ”

บรรยากาศเวลา 12.30 น. มีการนำเยี่ยมชมบริเวณอาคารเรือนยอด ชั้น 11 ของอาคารรัฐสภา ท่ามกลางสมาชิกรัฐสภา ศิลปินผู้ออกแบบ ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการ ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีประสบการณ์ในการใช้อาคารรัฐสภา และนักวิชาการ ร่วมรับฟังการบรรยายอย่างลงลึก ก่อนกล่าวเปิดเวทีโดย นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา, นางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรมวุฒิสภา

จากนั้น ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้แทน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “สัปปายะสภาสถาน : คุณค่าและความงามของรัฐสภาไทย”

Advertisement

ว่าที่ร้อยตรีอาพัทธ์ กล่าวว่า ตนอยู่ในสายกฎหมาย การบรรยายเรื่องสถาปัตยกรรมค่อนข้างยากพอสมควร ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรก อาคารรัฐสภาในความจดจำของตน คือการเป็นเลขาธิการสภาผู้แทน ที่ตรวจรับอาคารรัฐสภาแห่งนี้ ครั้งสุดท้าย

“การตรวจรับในครั้งนั้น ทำให้ปัจจุบันผมมี 7-9 คำร้องอยู่ที่ ป.ป.ช. ตรวจรับแล้ว ก็ร้องเรื่องตรวจรับ ตรวจช้า ผู้รับจ้างไม่พอใจก็ฟ้องอีก ถ้าผมจำไม่ผิดมีการฟ้องอีกคดี 800 ล้าน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในการตรวจสอบ”

ว่าที่ร้อยตรีอาพัทธ์กล่าวต่อว่า คณะอนุกรรมาธิการนี้ เป็นคณะแรกๆ ที่ให้ความสำคัญมองการมองถึงศิลปกรรมอันทรงคุณค่า ซึ่งโดยหลักแล้ว ผู้ออกแบบก็วาดหวังว่าสิ่งที่ท่านสร้างจะสื่อสารอะไร ก็เหมือนเวลาเราพิจารณาร่างกฎหมาย ผ่านสภา ส.ว. ส.ส. ก็อาจจะมีรูปแบบเปลี่ยนไป ก่อนมีผลบังคับใช้

“ผู้ออกแบบ ออกแบบโดยความปราถนาดี แต่มีการเปลี่ยนแปลงแบบ กระทบกับเจตนารมณ์ที่ทำแต่เดิมหรือไม่ ท่านออกแบบว่าเป็น ‘สถานประกอบกรรมดี’ ของผู้ปฏิบัติงาน แม้ข้างล่างจะมี ‘นิติสงคราม’ มีการถกเถียง ก็เป็นเรื่องทางการเมือง แต่อย่างน้อยตั้งใจดี สะท้อนถึงความเป็นชาติไทยตามหลักของ ‘ไตรภูมิ’ หลักของ ‘เขาพระสุเมรุ’ มีเครื่องยอดข้างบนที่สื่อสาร รายล้อมไปด้วยรากฐานศิลปกรรมที่สะท้อนความสงบ สง่างาม พื้นฐานแนวคิด ‘ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว’

“ให้ผู้ที่เข้าใช้งานได้ตระหนัก มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่จะซึมซับ เพราะสถาปัตยกรรม จิตรกรรม หรือประติมากรรมที่มีในพื้นที่ รวมถึงต้นไม้ต่างๆ ไม่สามารถพูดได้” ว่าที่ร้อยตรีอาพัทธ์ ชี้

ว่าที่ร้อยตรีอาพัทธ์กล่าวต่อว่า สำนักงานฯ ของเราจึงพยายามสื่อสารให้ผู้เยี่ยมชมได้ซึมซับในสิ่งต่างๆ ไล่เรียงตั้งแต่ ทางเข้า ที่มีเสากระโดง เป็นการสื่อสารถึงพุทธศาสนา และบันไดขึ้นสู่เขาพระสุเมรุ รวมถึงศาลาแก้ว

สะท้อนแนวคิดพุทธศิลป์ในอดีต มี ‘ลานปลาอานนท์’ มีลานไฮก์ปาร์ก สะท้อนศิลปกรรมอีสานในโพเดียมที่ไว้พูด รวมถึงลานประชาชน ซึ่งก็มีผู้มาชุมนุมวันนี้ 3 ม็อบ กลับไปแล้ว 1 เหลืออีก 2 ม็อบ ไอลอว์ สนับสนุนนิรโทษกรรม และอีกม็อบ ค้านนิรโทษกรรม โดยเจ้าหน้าที่ก็พยายามแยก ไม่ให้เกิดการปะทะกัน

 

“ผมเองอยู่ตั้งแต่ เป็นเลขาฯ เมื่อก่อนไม่อยากเป็น เรียนตรงๆ ว่าไม่อยากยุ่งกับการตรวจรัฐสภา เพราะไปไหนก็เหมือนมีชนัก ไม่รู้จะถูกเรียกเมื่อไหร่ เวลามีการมอบรางวัลคุณธรรม ผมไม่กล้าไปรับ กลัวจะเป็นการด้อยค่ารางวัลของเขา เพราะมีชนักติดหลัง

“ฝนตก น้ำท่วม กลอนติดหรืออะไร นักข่าวก็จะทักว่าอาคาร 20,000 ล้าน ทำไมรั่ว ซึ่งเกิดจากการใช้งานตามปกติ ปัญหาที่ได้รับ มีตั้งแต่ ห้องน้ำไม่มีสายฉีด ต้องแก้ปัญหา เพราะเขาออกแบบให้เป็นสากล คือใช้กระดาษชำระ ทางเดินระหว่างช่องตึก ไม่มีแอร์ ก็มีการแก้ปัญหา ระหว่างตรวจรับ รวมถึงแผ่นระหว่างห้อง 3-4 ชั้น ตกลงกันไม่ได้”

“มีประเด็นว่าจะขอ ‘ลดขนาดเหล็กที่เป็นเสาฐาน’ ซึ่งมีผู้ไม่ยอม ก็เกิดประเด็น ทำให้หวนไปคิดว่า ถ้าลดขนาดเสาเหล็ก แผ่นดินไหวในวันนั้นจะเกิดอะไรหรือไม่ ซึ่งสุดท้ายไม่ได้ลดขนาด น้อยคนจะทราบ พอเกิดแผ่นดินไหว ผมนึกถึง สตง. นึกถึงท่านทั้งสองที่ท้วงเลย ซึ่งถ้าเกิด ก็เป็นโจทย์ที่ผมเองต้องรับเรื่อง” ว่าที่ร้อยตรีอาพัทธ์เผย

ว่าที่ร้อยตรีอาพัทธ์กล่าวต่อว่า สถาปัตยกรรม เป็นสิ่งที่เราสามารถสื่อสารได้ เพียงแต่ต้องทราบเจตนารมณ์ของผู้ออกแบบ โดยปัจจุบันเปิดให้มีการเยี่ยมชมได้ ซึ่งจะพาไปชมในจุดต่างๆ มีการอธิบายความเป็นมา ทั้งเครื่องยอดด้านบนสุด ในนั้นมีภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า และพระนารายณ์ปางอวตารต่างๆ ในการบำเพ็ญเพียร เช่น ปางชนะมาร เป็นต้น

ในตอนหนึ่ง ว่าที่ร้อยตรีอาพัทธ์กล่าวว่า ล่าสุดประธานและรองประธานฯ ให้นโยบายในการพยายามสื่อสารคุณค่า เพื่อให้ประชนชนได้รับทราบและตระหนักความสำคัญของอาคารรัฐสภา

ผมจะจดจำว่า วันนี้เป็นวันที่พวกท่านได้เห็นความสำคัญของสัปปายะสภาสถานแห่งนี้ ซึ่งทุกเสาร์-อาทิตย์ ผมมักได้รับโทรศัพท์จากนักข่าวว่า ทำไมตรงนั้น ตรงนี้ชำรุด ขอให้แก้ ซึ่งต้องเรียนว่าเราเพิ่งมีสำนักงานที่ดูแลอาคารได้เพียง 1 ปี เพิ่งสอบได้วิศวกรไฟฟ้า และเครื่องกลที่จะมาดูแล ส่วนสถาปนิกคุณสมบัติยังไม่ได้ โจทย์ที่สำนักงานได้รับคือ ทำไมไม่หา Outsource มาดูแล เรากำลังดำเนินการศึกษาอยู่ มักถูกเรียกไปชี้แจงเรื่องการใช้งาน เช่น มีสมาชิกไปเข้าห้องน้ำ ล็อกติด เข้าไม่ได้

 

“แม้เราอาจจะถ่ายทอดสิ่งต่างๆ ไปได้ไม่ครบ อย่างน้อยก็มีเจตนาที่ดี และสิ่งเหล่านี้เป็นสมบัติของชาติ ที่มีจิตรกรรม ประติมากรรมและศิลปกรรม ที่จะถ่ายทอดความเป็นไทย เป็นที่อยู่ของคนที่คิดดี ทำดี” ว่าที่ร้อยตรีอาพัทธ์ กล่าว

ต่อมา เข้าสู่ เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หัวข้อ “สัปปายะสภาสถาน : ศิลปกรรมของชาติ” โดย นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ผู้แทน นายชวน หลีกภัย, นายชาตรี ลดาลลิตสกุล หัวหน้าสถาปนิกโครงการออกแบบอาคารรัฐสภา ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2562, นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสถาปัตยกรรม ในฐานะ ตัวแทนจากสภาสถาปนิก และ ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านศิลปะสร้างสรรค์ วิทยากรและผู้ดำเนินรายการ

ในตอนหนึ่ง ศ.ดร.ชาญณรงค์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านศิลปะสร้างสรรค์ กล่าวว่า เรามักได้ยินเสียงสังคม สะท้อนเสียงอาคาร ซึ่งเป็นเสียงลบไปหมด ทั้งแบบไม่ดี สร้างไม่ดี ฝนตกน้ำขัง อันตราย ที่จอดรถไม่เพียงพอ มีแต่มีมุมที่เป็นลบ แต่เมื่อตนได้เข้ามามีประสบการณ์ 1 ปี กลับรู้สึกประทับใจ สิ่งที่พูดกันข้างนอก กับข้างในนั้น ไม่เหมือนกัน

“มันเป็นอะไรที่อยากเข้ามาสัมผัสเห็นแต่ไกล พอเข้ามาแล้ว มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูด มันมีมุมถ่ายรูปเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘สระมรกต’ พลาดไม่ได้ เป็นมุมที่ไม่ว่าใครมาต้องบันทึกภาพ

จากข่าวว่าจะ ‘ถมสระมรกต’ ด้วยเหตุจะขยายห้องสมุดเพิ่มเติม เป็นที่จำหน่ายสินค้าและโคเวิร์กกิ้งสเปซ ไม่รู้จริงหรือไม่ แต่เป็นที่โจษขาน รวมถึงศาลาแก้ว ว่าจะมีการปิดล้อม หลังจากข่าวพอมาได้สัมผัส มันก็ ‘สัปปายะ’ สะดวกสบาย พื้นที่ทางเดินไม่มีแอร์ แต่เราก็ไม่เคยร้อนเลยถึงแม้จะใส่สูททุกคน”

“ที่ว่า 2 หมื่นล้าน จริงๆ แล้ว 1 หมื่นกว่าล้าน เทียบเป็นตารางเมตร มันถูกกว่า เราจึงต้องลุกขึ้นมาคุยกันในเชิงสร้างสรรค์ สุนทรีย์เสวนาในมิติของความงาม มาแชร์มุมมองกันในเชิงบวกและเชิงคุณค่า”

รัฐสภาแต่ละประเทศ เป็นอาคารสำคัญทางการเมือง และประวัติศาสตร์ของแต่ละชาติ ประเทศที่มีอารยธรรม รัฐสภาจะเป็น Destination ที่เราต้องไปเยี่ยมชมให้ได้

หวังว่าวันหน้า ‘สัปปายะสภาสถาน’ จะเป็นหมุดหมายของคนไทยทุกคน รวมถึงคนต่างชาติ ที่จะได้เข้ามาเยี่ยมชม สัมผัสความงามในที่แห่งนี้” ศ.ดร.ชาญณรงค์กล่าว

 

ศ.ดร.ชาญณรงค์กล่าวต่อว่า จากชื่อ ‘สัปปายะสภาสถาน’ เป็นชื่อที่เหมาะสม เพราะเป็นสถาปัตยกรรมของชาติ ส่วนตัวมองว่า เมื่อเสร็จสมบูรณ์หมดแล้ว น่าจะเข้าสู่การ ‘จดทะเบียนเป็นมรดก’ ได้

ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ ถ้าเราดูแลอย่างดี มรดกโลกจดได้แน่ เพราะถ้ามองเทียบแต่ละประเทศ เราสวยที่สุดจริงๆ ผมมีความภาคภูมิใจ เพราะไม่ใช่ต่างชาติคิดแทนเรา อยู่ที่ ส.ส ส.ว.

ว่าไปแล้ว ที่ทำเนียบก็เหมือนกัน หลังแรกสวย ตอนนี้แน่นไปหมด (หลังจากมีการต่อเติม) คิดว่าถ้าเราคง ‘สัปปายะสถาสถาน’ ให้อยู่ในรูปแบบที่เขาเซ็ตไว้ได้แต่แรก จะเป็นวัฒนธรรมสร้างชาติได้ ศ.ดร.ชาญณรงค์กล่าว