วธ.เตรียมเสนอยูเนสโกขึ้นทะเบียน หนังใหญ่ ประเภทแผนงานฯ ชง ข้าวเม่า มรดกร่วมอาเซียน

15.08.25 | 16:49 น.

วธ. เตรียมเสนอยูเนสโกขึ้นทะเบียน‘หนังใหญ่’ ประเภทแผนงานฯ ชง ‘ข้าวเม่า’ มรดกร่วมอาเซียน

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โดยมีนายประสพ เรียงเงิน ปลัดวธ. นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

โดย น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ที่ประชุมพิจารณาเสนอ “โครงการฟื้นฟูหนังใหญ่โดยชุมชนหนังใหญ่ในประเทศไทย” (The Community-based Revitalization of Nang Yai Traditional in Thailand: CRNT) เพื่อเสนอขึ้นทะเบียนต่อยูเนสโกในบัญชีประเภท แผนงาน โครงการ และกิจกรรมที่มีการสงวนรักษาที่ดี (Register of Good Safeguarding Practices)

Advertisement

เนื่องจากหนังใหญ่เป็นศิลปะการแสดงไทยทำจากหนังวัวหรือควาย จัดแสดงกลางแจ้งในพระราชวัง วัด หรือหมู่บ้าน โดยใช้แสงกองไฟส่องผ่านจอผ้า เล่าเรื่องรามเกียรติ์จากรามายณะ มีมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 แต่ปัจจุบันใกล้สูญหายเหลือเพียง 3 ชุมชนที่ยังสืบทอด คือ วัดขนอน จ.ราชบุรี, วัดบ้านดอน จ.ระยองและวัดสว่างอารมณ์ จ.สิงห์บุรี ดังนั้นการฟื้นฟูหนังใหญ่จึงเป็นตัวอย่างการรักษามรดกวัฒนธรรมให้มีชีวิตและเผยแพร่ทั้งระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และนานาชาติ ทั้งนี้ปัจจุบันมีเพียง 40 รายการ จาก 788 รายการที่ขึ้นทะเบียนในประเภท “แผนงาน โครงการ และกิจกรรมที่มีการสงวนรักษาที่ดี” ยูเนสโกจึงสนับสนุนให้ประเทศภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้เสนอขึ้นทะเบียนในบัญชีประเภทดังกล่าว โดยหลังจากนี้สวธ.จะจัดทำเอกสารข้อมูลหนังใหญ่ให้สมบูรณ์และคาดว่าจะเสนอ ครม. เห็นชอบและเสนอต่อยูเนสโกภายในเดือนมีนาคม 2569

น.ส.แพทองธาร กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังรับทราบประเด็นสำคัญ ดังนี้ ความคืบหน้าการเสนอรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมต่อยูเนสโก ได้แก่ ประเพณีลอยกระทงในประเทศไทยและชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือและแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ (Chud Thai : The Knowledge, Craftsmanship and Practices of the Thai National Costume) ซึ่งยูเนสโกมีหนังสือแจ้งยืนยันว่าจะนำรายการ ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติเข้าสู่การพิจารณาเพื่อนำขึ้นทะเบียนในบัญชีตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 21 ในปี 2569

“นอกจากนี้ รับทราบการเสนอรายการข้าวเม่า (Duman) เป็นมรดกร่วมกับประเทศในอาเซียน เพื่อเสนอยูเนสโก เนื่องจากประเทศฟิลิปปินส์เชิญชวนประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนที่มีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับข้าวเม่าขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ โดยมีเป้าหมายยื่นเสนอเอกสารขึ้นทะเบียนในปี 2569 ขณะนี้ สวธ. และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอยู่ระหว่างรวบรวมและจัดทำข้อมูล เพื่อขึ้นบัญชีระดับจังหวัดและระดับชาติตามลำดับ

นอกจากนี้ยังรับทราบเกี่ยวกับการสมัครรับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการในกรอบการดำเนินงานขององค์การยูเนสโก และที่ประชุมยังรับทราบการประกาศขึ้นบัญชีมรดก ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2567 จำนวน 10 รายการ ประกอบด้วย ตำนานสุบินกุมาร, เพลงทรงเครื่อง, ผ้าเกาะโส้, ยิงคันกระสุน, ตำนานพระนางสร้อยดอกหมาก, ตำนานเขานางหงส์, เรือมอันเร, บุญเดือน 3 นมัสการพระธาตุพนม,เสื่อกกจันทบูร และผ้าหม้อห้อม”รัฐมนตรีว่าการวธ. กล่าว