‘รุ่งโรจน์’ ชวนจ้อง ฃ ฃวด-ฅ ฅน ตอบปม ‘จารึกหลัก 1’  ถ้าปลอม ยุค ร.4 ทรงนำ 2 เสียงนี้มาจากไหน?

16.08.25 | 12:37 น.

‘รุ่งโรจน์’ ชวนจ้อง ฃ ฃวด-ฅ ฅน ตอบปม ‘จารึกหลัก 1’  ถ้าปลอม ยุค ร.4 ทรงนำ 2 เสียงนี้มาจากไหน?

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคนที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมแม่น้ำของ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีการจัดการบรรยายหัวข้อ ‘รัฐชาติ จากมุมมองประวัติศาสตร์และโบราณคดี’ ภายใต้โครงการบูรณาการความรู้และสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ โดยมีนิสิตเข้าร่วมกว่า 300 คน

ในตอนหนึ่ง รศ. ดร. รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยากร กล่าวถึงประเด็นศิลาจารึกหลักที่ 1 ซึ่งกลับมาถูกพูดถึงและถกเถียงในขณะนี้

รศ.ดร.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า ข้อถกเถียงดังกล่าว เกิดขึ้นจากข้อเสนอของ ศ.(พิเศษ) ดร. พิริยะ ไกรฤกษ์  ซึ่งนำเสนอแนวความคิดว่า จารึกพ่อขุนรามคำแหงเป็นพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 4 อย่างไรก็ตาม ตนมองประเด็นดังกล่าว ดังนี้

1.รัชกาลที่ 4 ทรงพบจารึกหลักนี้ พร้อมกับศิลาจารึกวัดป่ามะม่วง ของพระมหาธรรมราชาพญาลิไท  ถ้าเกิดพระองค์ทรงพระราชนิพนธ์เนื้อความศิลาจารึกหลักนี้จริง เหตุใดเนื้อความที่ปรากฏในศิลาจารึกจึงไม่มีข้อความใดที่ขัดแย้งกับเนื้อหาศิลาจารึกสุโขทัยหลักอื่น เช่นพระนาม พ่อขุนศรีอินทราทิตย์  และ เรื่อง พ่อขุนรามคำแหง เสวยราชย์ต่อจากพ่อขุนบานเมือง  ซึ่งพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงได้ข้อมูลนี้มาได้อย่างไร  ทั้งนี้เพราะข้อมูลเอกสารในสมัยของพระองค์  ไม่เอกสารชิ้นใดกล่าวถึงพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เลย  แต่ลำดับกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงในจารึกหลักที่ 1 กลับสอดคล้องกับ ลำดับกษัตริย์ในจารึกปู่ขุนจิดขุนจอด ซึ่งเพิ่งพบในสมัยรัชกาลที่ 9

Advertisement

2.ในศิลาจารึกหลักนี้ ยังมีการใช้ ตัว “ฃ” “ฅ”  ซึ่งนักภาษาศาสตร์พบว่า คำที่ใช้อักขระ 2 ตัวดังกล่าวเหมือนกับในภาษาไทขาว สะท้อนให้เห็นว่า  ในสมัยนั้นเรายังสามารถแยกเสียง “ข” กับ “ฃ” และ “ค” กับ “ฅ”  แต่ในสมัยรัชกาลที่ 4 เราไม่สามารถแยกเสียงของ “ข” กับ “ฃ” และ “ค” กับ “ฅ”  ได้แล้ว  แล้วรัชกาลที่ 4 ทรงนำข้อมูลนี้จากไหน

3.กรณีข้อความที่กล่าวว่า “เจ้าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่ลู่ทางเพื่อนจูงวัวไปค้า ใครจักใคร่ช้างค้า ใครจักใคร่ม้าค้า  ใครจักใคร่ค้าเงือนค้าค้าทองค้า” การสะท้อนให้เห็นถึงการเปิดการค้าเสรี เพราะผลของสัญญาเบาริ่งนั้น

การผูกขาดการค้าเพราะระบบพระคลังสินค้านั้น  เพิ่งจะมีขึ้นในสมัยพระเจ้าอยู่หัวปราสาททอง  อีกทั้งถ้าข้อความดังกล่าวว่าสะท้อนการค้าเสรีจริง  จะวินิจฉัยข้อความในบรรทัดที่ 32 ด้านที่ 2 ของจารึกนครชุม ของพระมหาธรรมราชาพญาลิไท ที่ว่า “ไพร่ฟ้าข้าไทย  ขี่เรือไปค้าขี่ม้าไปขาย…….งต้องใจมิได้เพื่อด้วยอำนาจแก่” ว่าเป็นการค้าเสรีด้วยหรือไม่

ทั้งนี้  ใน  พ.ศ. 2376 ซึ่งค้นพบจารึกหลักนี้ บริเวณเนินปราสาทกลางเมืองสุโขทัย  รัชกาลที่ 4 ยังทรงสมณเพศ  ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

รัชกาลที่ 4 ทรงอ่านศิลาจารึกหลักนี้เพียงบางส่วน  ต่อมานักปราชญ์ราชบัณฑิตหลายท่านอ่านต่อมา  คำอ่านศิลาจารึกที่สมบูรณ์ได้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือประชุมศิลาจารึกภาคที่ 1 เมื่อ  พ.ศ. 2467