นายสุวิทย์ ใจป้อม ที่ปรึกษาสมาคมศิลป์ภูเก็จ เปิดเผยว่า ตามที่ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) เตรียมจัดมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Phuket 2025 ในเดือนพฤศจิกายน 2568-เดือนเมษายน 2569 เพื่อขับเคลื่อน Soft Power ของไทยด้วยมิติของศิลปะร่วมสมัยสู่ระดับนานาชาตินั้น ส่วนตัวรู้สึกยินดีและขอบคุณสมาคมศิลป์ภูเก็จที่ให้เกียรติเชิญ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์และผมเป็นที่ปรึกษาสมาคมฯ และได้มีโอกาสมาร่วมทำกิจกรรม Workshop มาสคอต “เบี๋ยนฟู่” ซึ่งได้ร่วมนำเสนอไอเดียกิจกรรม Workshop การแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันระหว่างศิลปินทั้ง 4 ภาค รวมถึงการจัดขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งถือเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับสมาคมฯและเครือข่ายศิลปิน ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ในฐานะศิลปินที่เข้าร่วมกิจกรรมและสังเกตการณ์ รู้สึกประทับใจในมิตรภาพจากทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำให้การจัดงานครั้งนี้สำเร็จลงได้อย่างงดงาม
นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า กิจกรรม Workshop มาสคอต “เบี๋ยนฟู่” ทั้ง 19 ตัว เป็นความสนุกสนาน ท้าทายและสร้างแรงบันดาลใจให้บรรดาศิลปินและประชาชนทั่วไปที่เข้ามาชมผลงานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องการทำงานที่แตกต่างจากการเขียนภาพลงบนเฟรมในลักษณะ 2 มิติ แต่มาสคอตเป็นงานประติมากรรม 3 มิติ ขนาดเท่าคนจริง จึงต้องใช้เวลานานขึ้นและใช้เทคนิคที่หลากหลายมีทั้ง สีอะคริลิค สีสเปรย์ ปากกาเมจิก ไวนิล ฯลฯ เพื่อสร้างสีสัน ซึ่งยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนของศิลปินแต่ละคน แต่อุปสรรคสำคัญคือฝน ซึ่งทำให้เกิดความชื้นและทำให้สีแห้งช้ากว่าปกติ

“ผมมองว่าภูเก็ตเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล และเป็นเกาะที่มีสายน้ำล้อมรอบ ผมจึงนำเสนอผลงานภายใต้คอนเซ็ปต์ความพลิ้วไหวของน้ำและคลื่นลม ด้วยสีสันความสดใสของภูเก็ต โดยมีน้องๆ และศิลปินของสมาคมศิลป์ภูเก็ตมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปด้วยกัน จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและศิลปินที่อยู่ใกล้เคียงไปร่วมชมผลงานสร้างสรรคโดยศิลปินชาวไทยและศิลปินนานาชาติที่มาร่วมจัดแสดงสุดยอดผลงานให้ชมกันในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังได้เตรียมประชุมหารือถึงแนวทางการจัดกิจกรรมศาลา (Pavillion) 13 ศาลา ยกตัวอย่างความน่าสนใจในนิทรรศการศาลาที่เต็มไปด้วยอัตลักษณ์และทรงคุณค่า เช่น ศาลาของภาคอีสาน ที่จำลองโครงสร้างงานสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคอีสานมาไว้ที่ภูเก็ต พร้อมด้วยผลงานที่หาชมยากของศิลปินหลายท่าน ทางภาคเหนือ บรรดาศิลปินได้ร่วมกันเนรมิตรตุงล้านนาให้ปรากฏเป็นเรื่องเล่าอันวิจิตรงดงามที่เชื่อมโยงกับผลงานศิลปะที่จัดแสดงอยู่ภายใน ส่วนทางภาคใต้นำเสนอผลงานศิลปะที่เชื่อมโยงเทคนิคอันหลากหลายในลักษณะของงาน 3 มิติ ที่สื่อสารเรื่องราวความงามของธรรมชาติ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมและปัญหามลพิษทางทะเลที่กำลังเผชิญอยู่ ซึ่งพร้อมเปิดให้เข้าชมกันอย่างเต็มอิ่มตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569” นายสุวิทย์ กล่าว


