สศร.พาศิลปินร่วมสมัย ร่วมนิทรรศการ ‘Living in an Elastic Time’ ที่เกาหลี 

6.09.25 | 15:52 น.

นางเกษร กำเหนิดเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตน พร้อมด้วยผู้บริหาร และข้าราชการสังกัดสศร. เข้าร่วมนิทรรศการ Living in an Elastic Time ชีวิต เวลา ยืดหยุ่น โดยความร่วมมือกับ Cheongju Craft Biennale นำเสนอผลงานศิลปิน 26 ราย ภายใต้แนวคิด “Living in an Elastic Time” ในนิทรรศการประเทศรับเชิญ: ประเทศไทย 2025 Cheongju Craft Biennale โดยมีนางกฤติยา กาวีวงศ์ และนายอังกฤษ อัจฉริยโสภณ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ รินรดา ณ เชียงใหม่ เป็นภัณฑารักษ์ เข้าร่วม ณ เมืองช็องจู สาธารณรัฐเกาหลี

ทั้งนี้ นิทรรศการ ชีวิต เวลา ยืดหยุ่น (Living in an Elastic Time) เป็นนิทรรศการประเทศรับเชิญ: ประเทศไทย โดยเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของงานนิทรรศการ 2025 Cheongju Craft Biennale ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก Re: Crafting Tomorrow ณ Cheongju Culture Factory เมืองช็องจู สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 4 กันยายน – 2 พฤศจิกายน 2568 ณ แกลเลอรี 1 และ 2 Cheongju Culture Factory เมืองช็องจู สาธารณรัฐเกาหลี ภายในงานประกอบด้วย นิทรรศการหลักที่มีศิลปินจากทั่วโลก นิทรรศการผลงานประกวด และนิทรรศการประเทศรับเชิญ ประเทศไทย 2025 – Living in an Elastic Time (ชีวิต เวลา ยืดหยุ่น)

 

Advertisement

สำหรับเนื้อหานิทรรศการชีวิต เวลา ยืดหยุ่น (Living in an Elastic Time) ถ่ายทอดเรื่องราวการสำรวจการรับรู้เรื่องเวลาในประเทศไทยและภูมิภาค ซึ่งมิได้เป็นเชิงเส้น หากแต่ยืดหยุ่น หมุนเวียน และผูกพันกับชีวิตประจำวัน พิธีกรรม แรงงาน และชุมชน ผ่านผลงานของช่างฝีมือที่ทำงานหลากหลายรุ่น และศิลปินร่วมสมัย เพื่อสืบสานเทคนิคโบราณพร้อมผลงานที่ปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีและโลกปัจจุบัน ผลงานในนิทรรศการนี้จึงมีนัยยะทั้งการทำสมาธิและการต่อต้าน การขัดขืนต่อความเร่งรีบ การทำให้เป็นสินค้า ความเหินห่างทางดิจิทัล และการครอบงำเชิงอาณานิคม และสะพานเชื่อมในยุคสมัยแห่งความผันผวน

นิทรรศการของประเทศไทยยังได้สร้างมิติใหม่ให้แก่ผู้ชมผ่านการร่วมมือกับ Receptor แบรนด์น้ำหอมเกาหลีที่ออกแบบกลิ่น Anima ซึ่งเป็นกลิ่นพิเศษสะท้อนความรู้สึกและบรรยากาศของประเทศไทยเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ศิลปะร่วมสมัยผ่านประสาทสัมผัสทางกลิ่น

นอกจากนี้ อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานนิทรรศการของประเทศไทยคือ การแสดงสดของฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิชด้วยการทำผัดไทยกิมจิเนื้อย่างระหว่างงาน ทำให้เกิดเป็นศิลปะที่ผสมผสานรสชาติไทยและเกาหลีเข้าด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งการแสดงครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม แต่ยังเปิดพื้นที่แห่งสุนทรียศาสตร์เกี่ยวเนื่อง ที่เน้นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างศิลปิน ผู้ชม และประสบการณ์ร่วมกันผ่านการกิน การสนทนาและการมีส่วนร่วม จนกลายเป็นพื้นที่ศิลปะที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน