‘สำนักศิลปากรที่12 นครศรีธรรมราช’ แจงอำนาจอนุญาตอัญเชิญ ‘พระอุเชน’ อยู่ที่วัดสวนขัน

10.09.25 | 13:15 น.

เมื่อวันที่ 10 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ค สำนักศิลปากรที่12 นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ถึงกรณีข่าวพระอุเชนที่เป็นกระแสสังคมตอนนี้ ว่า พระอุเชน วัดสวนขัน โบราณวัตถุที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ในความครอบครองของวัดและเอกชน พระอุเชน เป็นพระพิฆเณศสร้างจากศิลา ศิลปะศรีวิชัย อายุพุทธศตวรรษที่ 13-15 อยู่ในความครอบครองของวัดสวนขัน ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช กรมศิลปากรพิจารณาเห็นว่าพระอุเชนเป็นโบราณวัตถุที่มีประโยชน์หรือคุณค่าในทางศิลปะ ประวัติศาสตร์หรือโบราณคดีเป็นพิเศษ จึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุ (พระอุเชน) โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 124 ตอนพิเศษ 69 ง ลงวันที่ 7 มิ.ย.2550

การประกาศขึ้นทะเบียนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปกป้องคุ้มครองโบราณวัตถุ (พระอุเชน) จากการดัดแปลงแก้ไข ชำรุด เสียหายหรือสูญหาย โดยที่สิทธิ์ในการครอบครองพระอุเชนยังคงเป็นของวัดสวนขันดังเดิม ซึ่งจากการประกาศขึ้นทะเบียนมีผลให้พระอุเชนได้รับการคุ้มครองใน 3 ประเด็น สำคัญ ได้แก่ 1.ห้ามมิให้ซ่อมแซม แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง โดยมิได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมศิลปากร 2.หากเกิดความชำรุด หักพัง เสียหาย สูญหาย หรือมีการย้ายสถานที่เก็บรักษา ให้ผู้ครองครองแจ้งเป็นหนังสือไปยังอธิบดีกรมศิลปากรภายใน 30 วัน 3.หากผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า ทำให้ไร้ประโยชน์ หรือทำให้สูญหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1,000,000  บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศึกษาเพิ่มเติมในพ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 หมวด 2 และหมวด 5

กรณีข่าวพระอุเชนที่เป็นกระแสสังคมตอนนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2566 โดยมีกลุ่มผู้มีจิตศรัทธาได้จัดงานคเณศจตุรถี ในวันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2566 ณ ธรรมสถานเรือนพระปัณณวิชญ์ เขตบางบอน กรุงเทพฯ จึงได้ประสานมายังวัดสวนขันผู้ครอบครองพระอุเชน เพื่อขออนุญาตอัญเชิญพระอุเชนไปประดิษฐานชั่วคราว จากนั้นวัดสวนขันได้ทำหนังสือมายังสำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช แต่เนื่องจากพระอุเชนเป็นโบราณวัตถุในความครอบครองของวัดสวนขัน กรมศิลปากรโดยสำนักศิลปากรที่12 นครศรีธรรมราช จึงไม่มีอำนาจในการอนุญาต หรือไม่อนุญาตในการดังกล่าว จึงแจ้งว่าไม่ขัดข้องในการเคลื่อนย้ายพระอุเชน และเพื่อเป็นการปกป้องคุ้มครองพระอุเชนจากความชำรุดเสียหายจากการเคลื่อนย้ายหรือถูกสลับสับเปลี่ยนในก่อนและหลังการเคลื่อนย้ายพระอุเชน สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำในการเคลื่อนย้ายและร่วมตรวจสอบโบราณวัตถุดังกล่าวด้วย