ศาลปกครองสูงสุด สั่งกรมศิลปากรระงับฮุบที่ดินชาวบ้านรอบเขตโบราณสถานเมืองพิมาย 2,287 ไร่
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ศาลปกครองสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่า ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลปกครองนครราชสีมา โดยสั่งให้อธิบดีกรมศิลปากรระงับการขยายเขตที่ดินโบราณสถานเมืองพิมายบางส่วนกว่า 2,287 ไร่ หลังชาวพิมายมอบอำนาจให้ทนายตนเองช่วยฟ้องคดีต่อศาลปกครองนครราชสีมา เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2561 แต่ศาลโคราชพิพากษายกฟ้อง จึงต้องอุทธรณ์คดีมายังศาลปกครองสูงสูด กระทั่งศาลพิพากษากลับให้ชนะคดีในที่สุด

ทั้งนี้คดีดังกล่าวเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจากอธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้นดำเนินการประกาศขยายเขตที่ดินกว่า 2,658 ไร่ในพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ให้เป็นเขตที่ดินโบราณสถาน ตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ 2504 เพิ่มมากขึ้นจากแนวกำแพงเมืองพิมายเดิม ซึ่งจะกระทบต่อชาวบ้านกว่า 1,665 ราย ที่ปลูกสร้างบ้านเรือนและมีโฉนดที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ในพื้นที่ที่จะถูกขยายเขตกำหนดเป็นเขตโบราณสถานฯเพิ่มดังกล่าว จะทำให้ไม่สามารถปลูกสร้างบ้านเรือนหรือดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจใดได้หากไม่ได้รับการอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การใช้อำนาจทางปกครองที่มิชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว เป็นเหตุให้ชาวพิมายที่ได้รับผลกระทบออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านกันอย่างมาก แต่อธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้นก็ไม่สนใจ ทำให้ชาวพิมายมอบอำนาจให้ตนเองช่วยฟ้องคดีต่อศาลปกครองนครราชสีมา ซึ่งเป็นศาลชั้นต้น แต่ศาลกลับพิพากษายกฟ้อง จึงได้ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีมาจนศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ชนะคดีทำให้ชาวพิมายดีอกดีใจกันอย่างมาก โดยคดีนี้ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า การที่อธิบดีกรมศิลปากรจะกำหนดเขตที่ดินเป็นเขตของโบราณสถานเมืองพิมาย ที่อยู่บริเวณนอกเขตเมืองพิมาย พื้นที่ประมาณ 2,287 ไร่ 2 งาน 77.5 ตารางวา เป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ ประกอบมาตรา 7 และมาตรา 7 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 และสมควรระงับการกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานเมืองพิมาย ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา บางส่วน ซึ่งแจ้งตามหนังสือ ที่ วธ 0402/3315 ลงวันที่ 16 ต.ค. 2560 เฉพาะส่วนที่อยู่บริเวณนอกเขตเมืองพิมาย พื้นที่ประมาณ 2,287 ไร่ 2 งาน 77.5 ตารางวา
นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ศาลปกครองสูงสุดจึงพิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้อธิบดีกรมศิลปากรระงับการกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานเมืองพิมาย ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา บางส่วน ซึ่งแจ้งตามหนังสือ ที่ วธ 0402/3315 ลงวันที่ 16 ต.ค. 2560 เฉพาะส่วนที่อยู่บริเวณนอกเขตเมืองพิมาย พื้นที่ประมาณ 2,287 ไร่ 2 งาน 77.5 ตารางวาเสีย


