นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เปิดเผยความคืบหน้างานมาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism Management Standard: STMS) ที่ดำเนินมาครบ 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2559 ว่า STMS เป็น “มาตรฐานที่สร้างความยั่งยืน” ใช้พัฒนาการบริหารจัดการพื้นที่และการท่องเที่ยวในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หรือที่เรียกกันในมิติการท่องเที่ยวว่า DMO (Destination Management Organization) ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมต่อกับ “มาตรฐานสากล” ระดับโลก อย่างเช่น UNESCO Creative City Network (UCCN) หรือ Green Destination

ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวต่อว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มีองค์กร DMO หรือ อปท. ที่ผ่านเกณฑ์ STMS แล้วรวมทั้งสิ้น 107 แห่งใน 22 จังหวัด แห่ง ใน 22 จังหวัดทั่วประเทศ สำหรับในปี พ.ศ. 2568 มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นน้องใหม่ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (STMS) รวม 11 แห่ง ได้แก่ 1.องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) แม่กรณ์ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย 2.อบต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย 3.อบต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 4.อบต.ศรีถ้อย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย 5.อบต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย 6.เทศบาลตำบลป่าตาล อ.ขุนตาล จ.เชียงราย 7.อบต.ภูกระดึง อ.ภูกระดึง จ.เลย 8.อบต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย 9.อบต.บางยอ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10.เทศบาลตำบลเกาะช้างใต้ อ.เกาะช้าง จ.ตราด และ11 อบต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ทั้งนี้มาตรฐาน STMS ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคง โดยเป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยย่นระยะเวลาให้ อปท. สามารถก้าวไปสู่การรับรองและรางวัลในระดับโลกได้ง่ายขึ้น เช่น UCCN, Global Sustainable Tourism Council (GSTC), PATA Gold Award หรือแม้แต่ UN Tourism Best Tourism Village

“เราอาจจะไม่ได้มีตัวเช็คลิสต์ข้อกำหนดเทียบเท่ากับระดับโลกทั้งหมด แต่เราต้องเป็นส่วนหนึ่ง เช่น ถ้าบอกว่าอยากได้มาตรฐานระดับโลกแบบนี้ สมมุติว่ามาตรฐาน UCCN UNESCO City Network ต้องผ่านทั้งหมด 50 ข้อ STMS ของต้องเป็นจุดเริ่มต้นในมาตฐานนั้นแล้ว 10 ข้อ 15 ข้อ ซึ่งไม่ต้องไปนับ 1 ใหม่ นั่นคือสิ่งที่ อพท.พยายามทำว่าต้องยกระดับของเราไปต่อยอดกับมาตรฐานระดับโลกให้ได้ อย่างมากที่สุดได้สักครึ่งหนึ่งของเขา ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งพัฒนาเพื่อได้รางวัลในระดับโลกด้วยความสามารถและกลไกต่าง ๆ ของเรา”

“ความสำเร็จของ STMS ไม่ได้วัดแค่ปริมาณ แต่ยังสร้างมูลค่ามหาศาลใน 2 มิติหลัก คือ เศรษฐกิจ และสังคม ในมิติเศรษฐกิจนั้น รายได้จากการท่องเที่ยวจะถูกกระจายเข้าสู่ชุมชนอย่างชัดเจน โดยประมาณ 5 – 10% ของรายได้จะถูกจัดเก็บไว้เพื่อบริหารจัดการ พัฒนาความปลอดภัย และเป็นทุนการศึกษา ซึ่งเป็นการลงทุนกลับคืนสู่ท้องถิ่น ทว่าเหนือสิ่งอื่นใดคือมิติสังคม ซึ่งผมเน้นย้ำเสมอถึงหลักการสร้างความสมดุลระหว่างเจ้าของบ้านหรือคนท้องถิ่น กับผู้เยี่ยมเยือนซึ่งก็คือนักท่องเที่ยว โดยมีตัวชี้วัดสำคัญ 2 ตัว คือรายได้ของชุมชนและดัชนีความสุข นั่นคือหัวใจสำคัญของการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หลายพื้นที่ DMO จึงสะท้อนทัศนะว่าขอความสุขก่อน เดี๋ยวเงินตามมาก็ได้ โดยความสุขอาจมาจากการได้โชว์อัตลักษณ์ การได้ดูแลนักท่องเที่ยวเหมือนครอบครัว หรือได้เห็นรอยยิ้มจากเมนูพื้นบ้าน เป็นต้น” นายศิริปกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเปรียบเหมือน “หัวใจหนึ่งดวง” ที่ทำงานผ่าน 4 ห้อง คือ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และ “การบริหารจัดการ” ซึ่งเป็นหัวใจของหัวใจในการเชื่อมภาครัฐ ประชาชน และเอกชนให้เดินไปทิศทางเดียวกัน แม้สามมิติแรกจะมีศักยภาพ แต่หากขาดการบริหารจัดการที่ดี การพัฒนาไม่สามารถเติบโตแบบ V-Shape และจะเสี่ยงเป็น K-Shape ที่บางส่วนก้าวหน้า แต่ อปท.บางส่วนอาจกลับดิ่งลงและไปไม่ถึงเป้าหมาย ดังนั้น Sustainable Tourism จะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อมีการบริหารจัดการที่แข็งแรง และสามารถประสานทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับมาตรฐานไทยสู่ระดับโลก ซึ่งมาตรฐาน STMS ตอบโจทย์ในส่วนนี้

