เริ่มแล้ว! ‘เยา ยัง เยี่ยม’ สมชาย จิว พาเลาะเยาวราช เล่าสุดมันส์ ปวศ. -ชี้เป้า ‘มู’
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่สถานีวัดมังกร ถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันแรกของงาน BEM Happy Journey 2025 ‘เยา ยัง เยี่ยม’ จัดโดย บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ร่วมกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ซึ่งเชิญชวนประชาชนรับชมนิทรรรศการเยา ยัง เยี่ยม, ร่วมเวิร์กชอป และวอล์กกิ้ง ทัวร์ รอบเยาวราชตลอด 3 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 28-30 พฤศจิกายนนี้
บรรยากาศเวลาประมาณ 13.00 น. เริ่มต้นที่กิจกรรมวอล์กกิ้ง ทัวร์ ‘สายเทพซัปพอร์ตต้องแฮปปี้’ นำชมศาสนสถานสำคัญรอบเยาวราช โดยมีวิทยากรได้แก่ นายสมชาย แซ่จิว นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์จีน-ไทย ซึ่งพาชม ‘ศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ’ จากนั้น ข้ามฝั่งไปยัง ‘วัดเล่งเน่ยยี่’ หรือวัดมังกร แล้วเดินเท้าต่อไปยัง สน.พลับพลาไชย สักการะ ‘ศาลเจ้าพ่อยี่กอฮง’ ต่อมามุ่งหน้าสู่ ‘ศาลเจ้าไต้ฮงกง’ อีกทั้ง ‘บ้านเก่าเล่าเรื่อง’ ซอยเจริญชัย เป็นต้น

นายสมชายกล่าวว่า วันนี้ เป็นทริปเส้นทางแห่งความสุข จึงต้องเบิกฤกษ์ เบิกชัย ไปไหว้เจ้าเอามงคล โดยศาสนสถานที่เดินเท้าไปในวันนี้ เน้นทั้งความรู้ด้านประวัติศาสตร์ และเรื่องของการ ‘มู’ (มูเตลู)
“งานวันนี้ ชื่อว่า เยา ยัง เยี่ยม ซึ่งคำว่า เยา มาจากชื่อถนนเยาวราช แต่จริงๆ แล้วถนนที่เกิดก่อนเยาวราช คือ เจริญกรุง ซึ่งเป็นจุดที่เราอยู่กันตรงนี้ สมัย ร.4 ฝรั่งเรียก New Road ส่วนถนนเยาวราช เป็นถนนที่ตัดขึ้นในสมัย ร.5 ใน พ.ศ.2434 ใช้เวลา 9 ปี” นายสมชายกล่าว

จากนั้น นายสมชายชี้ว่า จุดที่เราจะไปแห่งแรก คือจุดที่ตามศาสตร์ฮวงจุ้ยเรียกว่า ‘ท้องมังกร’ เพราะคือ ‘ตลาดเล่งบ๊วยเอี๊ยะ’ ซึ่งจำหน่ายอาหารหลากหลาย โดยเป็นจุดกำเนิดของสินค้าระดับตำนานหลายอย่าง อาทิ พริกไทยง่วนสูน และผักกกาดดองตรานกพิราบ
นายสมชาย ชี้ให้ชมที่ตั้งคฤหาสน์ ‘เจ๊สัวเนียม’ หรือ ‘พระศรีทรงยศ’ คหบดีชาวจีนผู้มั่งคั่ง
“ตรอกอิสรานุภาพทั้งตรอก ไปจนถึงตลาดเก่า คือ โครงการแลนด์ เดเวลลอปเมนต์ โปรเจ็กต์แรกของกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าของโปรเจ็กต์ก็คือ เจ๊สัวเนียม ความรวยของท่าน มีคนถามว่ารวยขนาดไหน ท่านตอบว่า เอาไหเงินของท่าน เรียงจากคฤหาสน์ไปจนถึงกำแพงพระบรมมหาราชวังได้” นายสมชายเล่า

ก่อนพาคณะ เดินเท้าเข้าซอยเจริญกรุง 16 ผ่านตลาดเล่งบ๊วยเอี๊ยะ’ ถึง ‘ศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ’ ศาลเจ้าเก่าแก่ของชาวแต้จิ๋วที่คนนิยมมาขอพรเรื่องความมั่งคั่ง ร่ำรวย
นายสมชายเล่าต่อไปว่า เล่งบ๊วยเอี๊ยะ คือ ศาลเจ้าของเทพเจ้าหางมังกร ชาวแต่จิ๋วที่อพยพมาเมืองไทย สร้างศาลเหมือนที่เคยกราบไหว้ในบ้านเกิด
“นี่คือศาลที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบแต้จิ๋ว มีการนำเครื่องเคลือบทุบให้แตก นำมาเรียงขึ้นรูปใหม่เป็นหงส์ หรือรูปสัตว์ต่างๆ ซึ่งเป็นงานที่ช่างแต้จิ๋วทำเก่งมาก
เวลาเราเข้าศาลเจ้า บางคนไม่รู้ มาถึงพุ่งเข้าประตูไปไหว้เจ้าซึ่งเป็นเทพประธานก่อน แต่จริงๆ แล้ว ต้องไหว้ทีกง หรือ ฟ้าดินก่อน โดยให้สังเกตเสามังกร ซึ่งจะเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่กับฐานะของศาลเจ้า บนเสานี้ต้องจุดไฟไว้ตลอด ดับไม่ได้ ทุกวันนี้สบายหน่อย เพราะมีไฟฟ้าแล้ว

“การไหว้ทีกง ก็เพื่อบอกให้ฟ้ารู้ ดินรู้ ถ้าเทียบกับไทย คือ แถน วิธีสังเกตศาลเจ้าแต้จิ๋ว ให้ดูช่องที่มีภาพเล่าเรื่องด้วยประติมากรรมนูนสูง มักเป็นคติสอนใจ เช่น ให้อดทนรอเวลา ความสำเร็จจะมาสักวันถ้าเราเก่งพอ มันคือเรื่องของโจวเหวินหวัง
“ศาลแต้จิ๋ว ส่วนใหญ่มีประตูเดียว ถ้าเป็นฮกเกี้ยน จะมี 3 ประตู ถ้าเห็นศาล 3 ประตู ให้เข้าประตูข้างซ้าย คือ ประตูมังกร แล้วออกประตูเสือทางขวา ส่วนประตูกลางสำหรับเทพเจ้า ดังคำกล่าวที่ว่า เข้าประตูมังกร ขอพรเทพเจ้า ออกประตูเสือ ไม่เหลือโชคร้าย ซึ่งเป็นศาสตร์ฮวงจุ้ย” นายสมชายกล่าว

จากนั้น นายสมชาย พาคณะเดินเท้าเข้าภายในศาล โดยเผยว่า ในศาลเล่งบ๊วยเอี๊ยะ มีสิ่งวิเศษหลายอย่าง หนึ่งในนั้น คือกระถางธูป ซึ่งเป็นเครื่องสังเค็ดงานพระบรมศพรัชกาลที่ 5 โดยรัชกาลที่ 6 โปรดให้ทำขึ้น แจกจ่ายไปตามศาลเจ้าต่างๆ
ทั้งนี้ บางคนเชื่อว่า ศาลเจ้าแห่งนี้ มีประวัติยาวนานกว่า 300 ปี โดยอ้างถึงป้ายที่ระบุว่าสร้างในพุทธศักราช 2201 ซึ่งตรงกับต้นราชวงศ์ชิง หรืออยุธยาตอนกลาง แต่ส่วนตัวตนยังไม่เชื่อเช่นนั้น เพราะป้ายคือสิ่งที่เคลื่อนย้ายได้ แต่หลักฐานที่แน่ชัด คือศักราชบนระฆัง ระบุปีที่ 23 ของจักรพรรดิเต้ากวัง เทียบแล้วตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3 นั่นเอง



