นิทรรศการศิลปะสองแผ่นดิน ฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ไทย-จีน 

13.12.25 | 09:00 น.

ความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-จีนที่ดำเนินมายาวนานกว่า 50 ปีในเชิงการทูต และยิ่งลึกซึ้งกว่านั้นตามประวัติศาสตร์ที่ผูกพันกันมาหลายร้อยปี ถูกถ่ายทอดผ่านนิทรรศการ “ศิลปกรรมสายสัมพันธ์ไทย-จีน” ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองชาติ ผ่านพลังของศิลปวัฒนธรรมในฐานะสื่อกลางที่สามารถเชื่อมร้อยหัวใจและจิตวิญญาณของผู้คนได้เหนือเขตแดน

จัดโดยมหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.) สถาบันศิลปกรรมแห่งชาติจีน และสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน รวบรวมผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และศิลปะร่วมสมัยของศิลปินไทย-จีนระดับแถวหน้า สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ความคิด และวิถีแห่งศิลป์ที่สืบทอดยาวนาน จุดเด่นของงานนี้คือ การถ่ายทอดเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และรากทางวัฒนธรรมที่ทั้งสองชาติสืบทอด ผลงานส่วนหนึ่งได้รับการยอมรับในระดับโลก และนับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานผลงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์จำนวน 4 องค์ อาทิ ภาพ “สุวรรณสิงห์” ภาพ “สุวรรณหงส์” ร่วมจัดแสดงครั้งนี้ด้วย

โอกาสนี้นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ เป็นประธานเปิด พร้อมด้วย นายหลิว ว่านหมิง ผู้อำนวยการสถาบันศิลปกรรมแห่งชาติจีน แนะนำการชมจิตรกรรมจีน นายธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร นายมณเฑียร ชูเสือหึง นักวิชาการช่างศิลป์ทรงคุณวุฒิ กรมศิลปากร ผู้แทนจากกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และนายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เข้าร่วม

บรรยากาศเต็มไปด้วยศิลปินไทย ศิลปินแดนมังกร นักวิชาการด้านวัฒนธรรมจากสองประเทศ ที่มาฉลองมิตรภาพอันแน่นแฟ้นผ่านการแสดงผลงานศิลปะและกิจกรรมพิเศษหลากหลายรูปแบบ อาทิ การแสดงวาดภาพจากศิลปิน 2 ประเทศ การแสดงหุ่นโดยคณะเชิดหุ่นจากจีน และการแสดงดนตรีในสวนขับกล่อมในบทเพลงไทยและจีนสุดคลาสสิกที่ทุกคนต้องคุ้นหู

Advertisement

นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ กล่าวว่า การจัดนิทรรศการ ครั้งนี้ถือเป็นวาระสำคัญของประวัติศาสตร์ทั้งสองชาติ โดยนำเอาความสัมพันธ์ด้านศิลปวัฒนธรรมที่เปรียบเสมือนสื่อกลางแห่งจิตวิญญาณสามารถสื่อสารข้ามพรมแดนมาสะท้อนเอกลักษณ์อันโดดเด่นของแต่ละสังคม อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์อันดีและมิตรภาพอันแน่นแฟ้นผลงานศิลปะไทยและจีนที่สั่งสมและสืบทอดมายายาวนานจึงเป็นประจักษ์พยานที่ยืนยันถึงความงดงามและคุณค่าทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งและยิ่งใหญ่ของทั้งสองประเทศ

ศิลปวัฒนธรรมของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน จากอดีตหลายพันปีสืบทอด มาถึงวันนี้ ประเทศไทยและจีนมีความร่วมมือด้านศิลปกรรมมาตลอด โดยการนำของ มศก. วธ. และภาคีเครือข่าย ปลื้มใจที่มีประชาชนจำนวนมากสนใจร่วมชมนิทรรศการศิลปกรรมสายสัมพันธ์ครั้งนี้ ถือเป็นพลังแห่งความร่วมมือในการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทยจีน ปีนี้ประเทศไทยและประเทศจีนถือเป็นจุดโฟกัสของสังคมโลก เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อฉลองวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน การต้อนรับจัดอย่างยิ่งใหญ่ ทั่วโลกต่างจับตามองการเสด็จฯเยือนจีนของในหลวงและพระราชินี ถือเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อสองชาติ รวมถึงประเทศภูมิภาคอาเซียน

“การจัดนิทรรศการครั้งนี้ต่อยอดความสำเร็จในความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปีอย่างเป็นทางการ แม้ในความเป็นจริงมิตรภาพจะยาวนานมากกว่านั้น ไทย-จีนเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นพี่น้องกัน ตามประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีฝรั่งต่างชาติเริ่มเข้ามา รวมถึงจีน เป็นสายสัมพันธ์อันลึกซึ้ง มีความกลมกลืน ในประเทศไทยมีชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรม ซึ่งนิทรรศการศิลปกรรมที่จัดขึ้นเป็นอีกพื้นที่ถ่ายทอดความรู้ศิลปะ วัฒนธรรม ระหว่างศิลปินไทยและจีน ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจทางศิลปะระดับสูง” นายพินิจกล่าว

นายมณเฑียร ชูเสือหึง นักวิชาการช่างศิลป์ทรงคุณวุฒิ กล่าวว่า นิทรรศการศิลปกรรมสายสัมพันธ์ไทย-จีน ครั้งที่ 1 ใช้ศิลปะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเชื่อมร้อยดวงใจของสองแผ่นดินให้แนบแน่นยิ่งขึ้น ผลงานศิลปกรรมไม่เพียงจะแสดงเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่คือกระจกเงาสะท้อนภูมิปัญญา ทักษะ ฝีมือ และจิตวิญญาณของบรรพบุรุษที่ส่งต่อมายังศิลปินรุ่นปัจจุบัน การที่มหาวิทยาลัยศิลปากรร่วมกับสถาบันศิลปกรรมแห่งชาติจีนและภาคีเครือข่ายได้รวบรวมผลงานระดับสูงจากศิลปินชั้นนำของทั้งสองชาติมาจากแสดงร่วมกัน ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ทางสุนทรียภาพที่ทรงคุณค่ายิ่ง งานช่างและงานศิลป์ คือภาษาสากลที่ไร้พรมแดน รอยแปรงทุกรอย เส้นสายทุกเส้น ล้วนบอกเล่าเรื่องราวมิตรภาพที่หยั่งรากและสร้างพื้นที่เรียนรู้วัฒนธรรม

ปิดท้ายที่ นายหลิว ว่านหมิง ผู้อำนวยการสถาบันศิลปกรรมแห่งชาติจีน แนะนำการชมจิตรกรรมจีน กล่าวคล้ายกันว่า จิตรกรรมจีนมีเอกลักษณ์ ประการแรกภาพวาดจีนเน้นให้ถึงจิตวิญญาณของสิ่งที่วาด ไม่ว่าจะคนทิวทัศน์ นกน้อย ดอกไม้ ใบหญ้า แม้ไม่สมจริงแต่กลับมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง อย่างภาพอาชาคู่สำราญ ที่จัดแสดงสื่อให้เห็นถึงจิตวิญญาณของภาพ เอกลักษณ์ต่อมาแสดงฉากทัศน์จากมุมมองของศิลปินจีนที่เกิดจากการสังเกต เข้าใจ และประสบการณ์ในการวาด ถ่ายทอดเป็นเส้นสายกลายเป็นภาพที่ตรึงตราผู้ชม เอกลักษณ์ที่สาม ภาพวาดจีน เน้นสื่อนัยยะที่ลึกซึ้ง อย่างภาพ วิจิตรที่จะ ผลงานอดีต ผอ. สถาบันศิลปกรรมจีนได้อิทธิพลจากปรัชญาลัทธิเต๋าว่าสิ่งนามธรรมเป็นรูปธรรมมองเห็นได้ด้วยตาสื่อนัยยะที่ลึกซึ้งตามแนวเคารพจิตรกรรมจีน เอกลักษณ์ที่สี่ ไร้ข้อจำกัดด้านเวลาและพื้นที่ อย่างภาพขุนเขาหรือภาพแม่น้ำ ใช้ชั้นเชิงศิลปะเหนือกาลเวลา พื้นที่ นำสิ่งที่อยู่คนละช่วงเวลา รวมไว้ด้วยกัน เป็นความกล้าหาญในการสร้างสรรค์ศิลปะของศิลปินจีน

สนใจเข้าร่วมชมนิทรรศการ “ศิลปกรรมสายสัมพันธ์ไทย-จีน” ครั้งที่ 1 จัดแสดงระหว่างวันที่ 9-28 ธันวาคม 2568 เปิด พุธ-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. (ปิดทำการวันจันทร์-วันอังคาร) ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป (หอศิลป์เจ้าฟ้า)