อ.เฉลิมชัย เบรกทัน! วัดดังเชียงราย ทุบทำลายผลงานศิลปินแห่งชาติ รักษาการเจ้าอาวาส รับรู้เท่าไม่ถึงการณ์
จากกรณี มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ศรีไพร ทิพย์ทอง” โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า “เมื่อน้องเขาส่งมาให้ดู ตกใจ ใจหายมากร้อนขอบตาหมดเลย มันเป็นเรื่องจริงเหรอ😭” ซึ่งเป็นภาพขณะที่คนงานทำลายทุบทิ้ง กำแพงดิน ผลงานของอาจารย์สมลักษณ์ และทำลายผลงานภาพวาดฝาผนัง ของอาจารย์ทรงเดช ที่วัดป่าอ้อร่มเย็น ต.นางแล จ.เชียงราย
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ “ตามติด ชีวิต อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์” โพสต์คลิประบุว่า” จากกรณีมีการทำลายทุบทิ้ง กำแพงดิน อาจารย์สมลักษณ์และผลงานภาพวาดฝาผนังอาจารย์ทรงเดช ทราบข่าวเมื่อคืนเลยต้องรีบมา “วัดป่าอ้อร่มเย็น” เซ่นสร้างอาคารใหม่ #อาจารย์เฉลิมชัย #เฉลิมชัยโฆษิตพิพัฒน์ #อาจารย์เฉลิมชัยโฆษิตพิพัฒน์ #ความสุขของตาแก่”
ในคลิป อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวว่า ตีสี่กว่าโทรหา อาจารย์สมลักษณ์ และอาจารย์ทรงเดช เรื่องโบสถ์ที่ถูกทุบ ในใจผมคิดว่าไม่เหลืออะไรสักอย่างแล้ว ร้อนรนมา เลยมาแต่เช้าเพื่อมาหาเจ้าอาวาส ซึ่งพบว่า เจ้าอาวาสเปลี่ยนคนแล้ว ท่านที่ทุบ คือ รักษาการเจ้าอาวาส มาถึงแล้ว เห็นโบสถ์ยังอยู่ในสภาพที่ทุกรูปวาดของ อาจารย์ทรงเดชเท่านั้น ส่วนข้างนอกกำลังจะถูกทุบ ระเบียงยังอยู่ครบ วันนี้มาเบรกพอดี อาจารย์ทรงเดช ก็ยังเหลือรูปหลายรูปอยู่ข้างใน การทุบรูปครั้งนี้ เป็นการทุบโดยที่ไม่รู้อะไร

ในคลิป อาจารย์เฉลิมชัย มาพร้อมกับ อาจารย์ทรงเดช และอาจารย์สมลักษณ์ เพื่อมาพูดคุยปรึกษากับรักษาการณ์เจ้าอาวาส
รักษาการเจ้าอาวาส ระบุว่า รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไม่ได้ปรึกษาใคร ทำด้วยความรวดเร็วไป เพราะคิดว่าอยากจะขยายโบสถ์ให้กว้างเพื่อใช้ประโยชน์ โดยลืมนึกถึงความงามของศิลปะไป
“และคิดว่าอาจารย์สมลักษณ์ และอาจารย์ทรงเดช ยังมีชีวิตอยู่ พอสร้างเสร็จเดี๋ยวขอความเมตตาจากอาจารย์มาสร้างผลงานใหม่ แต่ปรากฏว่ามันทำให้ศิลปะเสียหาย โดยที่อาตมาคิดไม่ถึงจุดนี้ ขอยกกรณีนี้ เป็นกรณีศึกษา เพราะมาจากความคิดง่ายๆ ซึ่งความคิดง่ายๆของเรามาซึ่งความเสียหาย”

อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวว่า ขณะนี้ยุติแล้ว ไม่มีการทุบ ไม่มีการรื้อ ไม่มีการทำอะไร ต่อไปจะปรึกษากับอาจารย์สมลักษณ์ ซึ่งขณะนี้เป็นศิลปินแห่งชาติแล้ว ยอมรับว่าเสียดายผลงานมาก โดยต่อไป อาจารย์สมลักษณ์ และอาจารย์ทรงเดช จะเข้ามาช่วยดูและปรับปรุงแก้ไข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลงานที่ถูกทุบไปนั้น ถูกสร้างสรรค์โดย อาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ ซึ่งอาจารย์สมลักษณ์ ได้รับการยกย่องเป็น ศิลปินแห่งชาติ ปี 2567–2568 สาขาประติมากรรมเซรามิก และอาจารย์ทรงเดช ทิพย์ทอง อดีตนายกสมาคมขัวศิลปะ ซึ่งเป็นศิลปินไทยมีผลงานด้านจิตรกรรมและประติมากรรม โดยเฉพาะงานพุทธศิลป์และศิลปวัฒนธรรม โดยทั้งสอง เป็นศิลปินในพื้นที่ จึงได้สร้างสรรค์ผลงานไว้ให้วัด โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ



