กลุ่มสำนึก 300 องค์ มองปม 4 ประติมากรรมประโคนชัย ไม่สบายใจ จี้กรมศิลป์แก้ไขป้าย เลิกใช้ ‘ศิลปะลพบุรี-เขมรในไทย’ นักวิชาการเสนอเรียก ‘ประติมากรรมแบบต้นลำน้ำมูล’ ขรรค์ชัย แนะจัดเวทีถก เชื่อสังคมได้ประโยชน์
เมื่อวันที่ 7 มกราคม สืบเนื่องกรณีกรมศิลปากรแถลงข่าวการได้รับคืน 4 ประติมากรรมสำริดกลุ่มประโคนชัย จากพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา กลับคืนสู่มาตุภูมิ โดยมีการจัดแสดงให้ประชาชนเข้าชมในวันนี้ (7 มกราคม) เป็นวันแรก ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโชติวัฒน์ รุญเจริญ หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่ม ‘สำนึก 300 องค์’ ซึ่งจุดประเด็นและขับเคลื่อนการทวงคืนโบราณวัตถุไทยจากต่างแดน ตั้งข้อสังเกตว่า ป้ายจัดแสดงข้อมูลของโบราณวัตถุทั้ง 4 ชิ้น ระบุรูปแบบ ‘ศิลปะลพบุรี’ หรือ ‘ศิลปะเขมรในประเทศไทย’ ซึ่งทำให้ตนเกิดความไม่สบายใจ เนื่องจากรูปแบบของประติมากรรมพระโพธิสัตว์และพระพุทธรูปดังกล่าว ไม่ปรากฏในศิลปะเขมรโบราณ แต่เป็น ศิลปะทวารวดี-อีสานหรือที่นักวิชาการฝรั่ง เรียกว่า ‘ศิลปะประโคนชัย’ จึงขอให้มีกรมศิลปากรแก้ไขด้วยความห่วงใย

ด้าน รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า คำว่า ‘ศิลปะลพบุรี” เป็นศัพท์บัญญัติ โดยสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อราว พ.ศ. 2466 เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการอ้างสิทธิ์ของฝรั่งเศสที่ปกครองกัมพูชาเหนือดินแดนประเทศไทย หากแต่ในปัจจุบัน พ.ศ. 2569 โลกได้เปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว อีกทั้งประติมากรรมสำริดกลุ่มนี้พบในเขตต้นลำมูลซึ่งห่างไกลจากเมืองลพบุรี ด้วยเหตุนี้การใช้คำว่าศิลปะลพบุรี อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชนได้ว่ามีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับเมืองลพบุรี
“ส่วนการใช้คำว่า ศิลปะเขมรในประเทศไทย ก็เป็นหลีกเลี่ยงการใช้คำว่าศิลปะเขมร เพราะปัญหาชาตินิยม อีกทั้งเส้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาเพิ่งจะเกิดเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว และที่สำคัญคือ การใช้ชนชาติมาเป็นชื่อมาเป็นศิลปะก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควร เพราะเราไม่อาจที่ทราบได้ว่าผู้รังสรรค์งานเป็นคนชาติเขมรจริงหรือไม่อีกทั้งเชื้อชาติบริสุทธิ์ไม่มีจริงในโลก” รศ.ดร. รุ่งโรจน์ กล่าว
รศ.ดร. รุ่งโรจน์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ แม้ว่าประติมากรรมกลุ่มนี้จะพบที่เขาปลายบัด อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ แต่ตนเชื่อว่าประติมากรรมชุดไม่ได้เป็นรูปเคารพที่ประดิษฐาน ณ เขาปลายบัดมาแต่ดั้งเดิม เพราะตัวปราสาทปลายบัด 2 มีขนาดเล็กเกินกว่าที่จะประดิษฐานประติมากรรมที่มีมากกว่า 100 องค์ได้
“ผมข้อเสนอว่าทั้งหมดนี้เป็นประติมากรรมของวัฒนธรรมศรีจนาศะ ที่มีศูนย์กลางที่เมืองเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครรราชสีมา หรือพื้นที่ต้นแม่น้ำมูล ดังนั้นเพื่อกันความเข้าใจผิดเรื่องเชื้อชาติและอคติชาตินิยม จึงควรเรียกประติมากรรมกลุ่มนี้ว่า ประติมากรรมแบบต้นลำน้ำมูล” รศ.ดร.รุ่งโรจน์ กล่าว

ด้านนายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ศิษย์เก่าเกียรติยศคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรควรจัดเวทีเสวนาวิชาการในประเด็นเกี่ยวกับประติมากรรมชุดนี้ เนื่องจากมีชุดข้อมูลและความรู้หลากหลาย เพื่อให้ประชาชนรับทราบและร่วมกันถกเถียง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป

