ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ย้อนพัฒนาการ ปราสาทหิน สู่ ‘พระปรางค์วัดอรุณฯ’ ชี้จุดพีค สื่อศูนย์กลางจักรวาล
เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ท่าเรือวัดโพธิ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร เชตพระนคร กรุงเทพฯ นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และนายสุจิตต์ วงษ์เทศ ผู้ก่อตั้งนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ร่วมกันถ่ายทำรายการ ‘ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว’ ตอน ‘ไทย-กัมพูชา ปราสาทหินมาจากไหน?’ ดำเนินรายการโดย นายเอกภัทร์ เชิดธรรมธร พิธีกรมติชนทีวี
ทั้งนี้ ตอนดังกล่าว ถือเป็นตอนแรกของการเข้าสู่ปีที่ 10 ของรายการ

นายสุจิตต์ กล่าวว่า วันนี้มาถ่ายทำที่ท่าเรือวัดโพธิ์ โดยจุดนี้คือ ‘ท่าเรือขาว’ ถัดออกไป คือ ‘ท่าเรือเขียว’ และ ‘ท่าเรือแดง’ ตามลำดับ รวมทั้งสิ้น 3 ท่า ซึ่งสมัยยังเป็นเด็ก ตนยังเคยลงเรือท่าวัดโพธิ์ตอน 5 ทุ่มไปถึงบางบัวทองตี 5 โดยย่านนี้คึกคักด้วยการเป็นศูนย์กลาวคมนาคมทางน้ำที่คับคั่ง อีกทั้งยังมีตลาดท่าเตียนซึ่งเป็นตลาดใหญ่
จากนั้น นายสุจิตต์ กล่าวถึงเหตุผลที่เลือกจุดดังกล่าวในการถ่ายทำ เนื่องจากฉากหลังมองเห็นพระปรางค์ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ซึ่งมีต้นตอมาจาก ‘ปราสาทหิน’ โดยเป็นจุดสุดท้ายของพัฒนาการ กล่าวคือ พระปรางค์ในไทย ดัดแปลงจากปราสาทขอม หลัง พ.ศ. 1800 เช่น พระปรางค์ประธานวัดมหาธาตุ อยุธยา

นอกจากนี้ ยังมีพระปรางค์ที่เมืองละโว้ (ลพบุรี), เมืองสุโขทัยกับเมืองศรีสัชนาลัย (สุโขทัย), เมืองสุพรรณบุรี, เมืองราชบุรี, เมืองเพชรบุรี เป็นต้น โดยข้อมูลทางวิชาการระบุว่า พระปรางค์ในไทยมีลักษณะสถาปัตยกรรมเทียบได้กับปราสาทในเมืองพระนคร (กัมพูชา) ยุคหลังพระเจ้าชัยวรรมันที่ 7
สำหรับ พระปรางค์วัดอรุณฯ คือ ‘มหาธาตุหลวง’ ของกรุงเทพฯ สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระอิสสริยยศเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ โดยมีต้นแบบจากปราสาทนครวัดในกัมพูชา ซึ่งสื่อถึงเขาพระสุเมรุ หลักโลก โดยมีเขาสัตตบริภัณฑ์ทั้ง 7 ล้อมรอบ

นายสุจิตต์ อ้างอิงข้อมูลจาก รศ.ดร.ประภัสสร์ ขูวิเชียร อาจารย์ภาคประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ถึงรูปแบบศิลปะ ว่าพระปรางค์วัดอรุณมีรูปทรงแบบ ‘จอมแห’ คือ สูงเรียวแอ่นเว้า แต่ฐานแผ่กว้าง ระบบผังสื่อถึงความเป็นศูนย์กลางจักรวาล มีปรางค์บริวาร มณฑปทิศ สร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อความโดดเด่น ถือเป็นพัฒนาการสงูสดุของปรางค์สมัยรัตนโกสินทร์
สามารถรับชมรายการในตอนดังกล่าวได้ในวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคมนี้ เวลา 20.00 น. ทางเฟซบุ๊กมติขนออนไลน์, ข่าวสด, ศิลปวัฒนธรรม และยูทูปมติชนทีวี


