เมื่อวันที่ 27 ก.พ. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวในการประชุมอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม(อส.มศ.) เขตภาคเหนือตอนบน ที่ จ.เชียงใหม่ ว่า จากการสำรวจพบว่าประเทศไทยมีโบราณสถาน ไม่ต่ำกว่า 7,000 แห่ง โดยกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนแล้ว 1,000 กว่าแห่ง แต่ไม่สามารถที่จะดูแลโบราณสถานพร้อมกันทั่วประเทศได้ อีกทั้งปัจจุบันงบประมาณของประเทศมีไม่เพียงพอต่อการบูรณะโบราณสถานทั่วประเทศ กรมศิลปากร จึงจะต้องประเมินความเสียหายตามลำดับ และร่วมกับวัดซึ่งเป็นเจ้าของโบราณสถาน ช่วยบูรณะทำนุบำรุงโบราณสถาน ให้มีความงดงาม กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนั้นๆ และสามารถสร้างรายได้เข้าสู่ท้องถิ่น นอกจากนี้ กรมศิลปากร ได้มีแนวทางในการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนการบูรณะวัดต่างๆ โดยวัดที่มีศักยภาพจะช่วยสมทบงบอุดหนุนในการบูรณะ ร้อยละ 25 เพื่อให้การดำเนินงานรวดเร็ว และคล่องตัวมากขึ้น

นายพนมบุตร กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่จะเข้ามาช่วยดูแลโบราณสถานได้ดีที่สุด คือ ชุมชนและคนท้องถิ่น ที่เป็นเจ้าของโบราณสถานหรือวัฒนธรรม อย่างแท้จริง โดยเฉพาะ อสมส. ซึ่งมีการก่อตั้งมามากกว่า 40 ปีมีอยู่ทุกจังหวัด เป็นการทำงานด้วยใจทุ่มเท เสียสละ เพราะ ไม่มีเงินค่าตอบแทน แต่ยังมีการสืบทอดกันรุ่นสู่รุ่นมาในการร่วมมือดูแล เฝ้าระวัง ป้องกันโบราณสถาน จากเหตุภัยพิบัติต่างๆ และแจ้งเหตุมายังสำนักศิลปากรในพื้นที่ หรือ กรมศิลปากร ทำให้สามารถทำให้เข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทั้งนี้ ที่ผ่านมาโบราณสถานของไทยได้รับผลกระทบเสียหายอย่างหนัก จาก สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา อาทิ ปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย ทำให้รู้ว่าคนไทยรักชาติ รักแผ่นดิน รักโบราณสถานมากขึ้น นอกจากนี้ กรมศิลปากร พยายามนำการแสดงโขน มรดกทางวัฒนธรรมที่มีความงดงาม มาแสดงในโบราณสถานต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และต่างชาติ ให้เข้ามาชมโบราณสถานมากขึ้น

“ อีกไม่นานเกินรอ คาดว่าการเสนอให้เชียงใหม่เป็นมรดกโลกจะสำเร็จ จะเพิ่มคุณค่า เพิ่มความเป็นเมืองน่าท่องเที่ยวยิ่งขึ้นไปอีกและ จะยิ่งเพิ่มความสำคัญให้กับโบราณสถาน ที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของเมือง ผมขอฝากให้ อสมส. ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลโบราณสถาน ทั่วประเทศ อยากให้ช่วยเป็นหูเป็นตาช่วยบอกแจ้งข่าวอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ต้องเป็นมือเป็นไม้หรือทำการซ่อมเอง ขอให้เป็นหน้าที่ของกรมศิลปากร ที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะด้าน เพื่อร่วมกัน รักษาคุณค่าให้แก่มรดทางวัฒนธรรมของแผ่นดินคงอยู่ต่อไป “ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว



