บิ๊กเนม-ศิลปินดัง ร่วมงาน Happy Bruce Day ‘สมเถา-ทิชา’ เล่ามุมซึ้ง รำลึก 80 ปี บรูซ แกสตัน

11.03.26 | 21:51 น.

บิ๊กเนม-ศิลปินดัง ร่วมงาน Happy Bruce Day ‘สมเถา-ทิชา’ เล่ามุมซึ้ง รำลึก 80 ปี บรูซ แกสตัน

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครห้องสตูดิโอ ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม สถาบันเกอเธ่ และวงฟองน้ำ พร้อมด้วย บริษัท คารบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน), โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง และเครือมติชน จัดงาน ‘The Octave Zero: 80 ปี บรูซ แกสตัน ท่วงทำนองแห่งฟองน้ำ’ เนื่องในวาระครบรอบ 80 ปีวงล้ออายุ ของอาจารย์บรูซ แกสตัน ตั้งแต่วันที่ 5-15 มีนาคม 2569

สำหรับกิจกรรมพิเศษในวันนี้ คือ Happy Bruce Day นำทำนอง Happy Birthday มาสร้างสรรค์เป็น 8 variations หรือ 8 แบบแปร เปิดพื้นที่ให้ศิลปินผู้ร่วมงานได้ร่วมบรรเลง ด้นสด และตีความร่วมกันภายใต้แนวคิดการ improvisation ในแบบฉบับของวงฟองน้ำ ซึ่งสะท้อนจิตวิญญาณแห่งการฟัง การตอบสนองสด และการทดลองทางดนตรีอย่างอิสระ

โดยมีศิลปินที่เข้าร่วม อาทิ สมเถา สุจริตกุล, เทวัญ ทรัพย์แสนยากร, นบ ประทีปเสน, คิท ยัง, สมนึก แสงอรุณ, ประดิษฐ ประสาททอง, ต้นน้ำ วริทธิ์ เตชกานนท์, แบงค์ ชัยนาท, แบงค์ Kan-Ta กันตพงษ์ คำเจริญ รวมถึงสมาชิกวงฟองน้ำ ได้แก่ ไกวัล กุลวัฒโนทัย, อานันท์ นาคคง, ประสาร วงศ์วิโรจน์รักษ์, บูญรัตน์ ศิริรัตนพันธ์, ดำริห์ บรรณวิทยกิจ และศิลปินรับเชิญอีกมากมาย

บรรยากาศเวลา 17.00 น. มีผู้เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

Advertisement

นายวิทิตนันท์ โรจนพานิช หรือ ‘หนึ่ง เอเวอเรสต์’ คนไทยคนแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์สำเร็จ ผู้ดำเนินรายการ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ง่าย เพราะการแสดงครั้งนี้ต่างคนต่างไม่รู้ว่าจะเล่นอย่างไรล่วงหน้า ทุกอย่างเกิดขึ้นจากการด้นสด ทำให้ค่ำคืนนี้จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวและไม่เกิดซ้ำอีก

ด้าน นายอานันท์ นาคคง ศิลปินศิลปาธร กล่าวว่า อาจารย์บรูซเป็นผู้สร้างความภาคภูมิใจและแรงบันดาลใจให้กับผู้คนจำนวนมากในวงการดนตรีร่วมสมัย

ขณะที่ นายสมเถา สุจริตกุล กล่าวว่า ตนอยากเล่าย้อนไปเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ก่อนก่อตั้งวงฟองน้ำ ซึ่ง บรูซเติบโตมาในโลกดนตรีคลาสสิกอย่างแท้จริง และมีพรสวรรค์ทางดนตรีตั้งแต่วัยเด็ก พร้อมทั้งเป็นคนที่กล้าพูดความจริงและมีวิธีคิดที่แตกต่าง

“บรูซสอนให้เข้าใจดนตรีไทยในอีกมิติหนึ่ง เช่น แนวคิดเรื่อง ทยอย ที่ดนตรีค่อย ๆ ไหลไป ไม่จำเป็นต้องยึดจังหวะแบบตะวันตก และแนวคิดแบบ งานวัด ที่เปิดพื้นที่ให้การเล่นดนตรีเป็นไปอย่างอิสระและเป็นธรรมชาติ

การเล่นดนตรีร่วมกับบรูซทำให้รู้สึกปลอดภัย เพราะเขาเข้าใจและรับฟังสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังเล่นอยู่เสมอ” นายสมเถากล่าว

สมเถา สุจริตกุล วาทยากรชื่อดัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานมีการเปิดวิดีโอการด้นสดดนตรีร่วมกันระหว่างสมเถากับบรูซ แกสตัน ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ทางดนตรีที่ลึกซึ้ง

จากนั้น นางทิชา ณ นคร หรือ ป้ามล อดีตผู้อำนวยการ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก กล่าวถึงเรื่องราวความเมตตาและการให้อภัยของบรูซ แกสตัน ว่า
เดิมทีตนไม่ได้รู้จักอาจารย์บรูซเป็นการส่วนตัว เพราะทำงานกันคนละสาย แต่เคยเห็นอยู่ในสปอตไลต์ของสังคม กระทั่งครั้งหนึ่งอาจารย์บรูซถูกวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งทำร้ายจนบาดเจ็บ และวัยรุ่นกลุ่มนั้นถูกส่งตัวเข้ามาอยู่ที่บ้านกาญจนาภิเษก

“เวลาเราเห็นเด็กที่ก่อเหตุ เขาจะมีบาดแผลที่ไม่เท่ากัน คนที่ตกเป็นข่าว อยู่หน้าหนึ่งของสื่อ แผลของเขามักลึกกว่าเด็กที่เงียบ ๆ แต่คนที่จะช่วยทำให้แผลนั้นถูกเยียวยาได้จริง คือเหยื่อหรือผู้เสียหาย จึงตัดสินใจติดต่อไปยังอาจารย์บรูซ เพื่อบอกว่าเด็กที่ก่อเหตุอยู่ในความดูแลของบ้านกาญจนา และเชื่อว่าหากอาจารย์บรูซได้โอบกอด ให้อภัย และให้เด็กได้ขอโทษ แผลนั้นอาจได้รับการรักษาที่ดีกว่ากระบวนการยุติธรรมปกติ ซึ่งต้องยอมรับว่า การเจรจาเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเหยื่อจำนวนมากยังไม่พร้อมให้อภัย ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ต้องเข้าใจและยอมรับ

แต่อาจารย์บรูซตอบว่า ไม่ต้องให้มาหา แต่เขาจะเดินทางไปที่บ้านกาญจนาภิเษกเอง และวันที่พบกันนั้นไม่เพียงเด็กผู้ก่อเหตุเท่านั้นที่ได้รับการให้อภัย เด็กคนอื่น ๆ ในบ้านกาญจนาภิเษกก็รับรู้ถึงความเมตตาที่แผ่ไปถึงพวกเขาด้วย” นางทิชากล่าว

นางทิชาเล่าต่อไปว่า ตนได้ชวนครอบครัวของเด็กหนุ่มคนนั้นไปชมการแสดงของอาจารย์บรูซ เพื่อให้พวกเขาเห็นว่าผู้คนจำนวนมากมองศิลปินผู้นี้ด้วยความเคารพและความรัก

“เราไม่รู้ว่าปีศาจมาจากไหน แต่ไม่มีเด็กคนไหนเกิดมาเพื่อเป็นปีศาจจริง ๆ อาจารย์บรูซไม่ได้ไปที่บ้านกาญจนาภิเษกเพียงครั้งเดียว แต่ไปอีกครั้งหนึ่ง และครั้งที่สองนั้นทรงพลังมาก เพราะอาจารย์บรูซพูดกับเด็ก ๆ ว่า ลูกของอาจารย์โตแล้ว แต่คนเล็กอยู่ที่นี่แหละ ที่บ้านกาญจนา ซึ่งคำพูดดังกล่าวสร้างความประทับใจให้เด็กๆ อย่างมาก และความเมตตาของบรูซยังคงอยู่ในความทรงจำของพวกเขา

ปัจจุบันเด็กหนุ่มผู้ก่อเหตุไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป ในมุมหนึ่งเขาอาจเป็นผู้กระทำ แต่ในโครงสร้างใหญ่ของสังคม เขาก็เป็นเหยื่อของโครงสร้างที่อัปลักษณ์เช่นกัน

บ้านกาญจนาอาจช่วยเขาได้ระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกสะอาดและกล้าลุกขึ้นยืนอีกครั้งจริง ๆ คือการให้อภัยจากผู้เสียหาย ต้องขอบคุณอาจารย์บรูซที่มอบโอกาสนั้นให้” นางทิชากล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ กิจกรรมในวันที่เหลือของงาน ยังประกอบด้วยนิทรรศการ เวิร์กช็อป การเสวนา และคอนเสิร์ต อาทิ คอนเสิร์ต Piano & Voice โดย คิท ยัง และแองเจลล่า พาเวลล์วอร์คเกอร์ เวิร์กช็อป แหกกรอบดนตรี การเสวนา บรูซ แกสตัน กับคนรุ่นใหม่ และคอนเสิร์ต The Next Zero Contribution to Bruce Gaston รวมถึงการแสดงปิดท้าย FlowWell Farewell โดยศิลปิน วงฟองน้ำ ลูกศิษย์ และมิตรสหาย