สศร.เอ็มโอยู2หอศิลป์-เพิ่มแหล่งเรียนรู้ศิลปะร่วมสมัยส่วนภูมิภาค

27.03.26 | 15:01 น.

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นางเกษร กำเหนิดเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) เปิดเผยว่า สศร. และได้ลงนามความร่วมมือ หรือเอ็มโอยู ภายใต้โครงการพัฒนาหอศิลป์ร่วมสมัยภูมิภาคประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กับหอศิลป์และแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1. หอศิลป์จุมพล อภิสุข จ.น่าน 2. บ้านวูแมนิเฟสโต้ จ.อุดรธานี ทั้งนี้ สศร.มีนโยบายพัฒนาสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้และการสร้างสรรค์งานด้านศิลปวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมขับเคลื่อนนโยบาย”ไท ไทย”ของวธ. ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างงานและรายได้แก่ประชาชนและชุมชนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งในปี 2569 คณะกรรมการโครงการฯได้มีมติคัดเลือกหอศิลป์จุมพล อภิสุข จ.น่าน และบ้านวูแมนิเฟสโต้ Art Project Space จ.อุดรธานี เข้าร่วมโครงการฯและมีการลงนามความร่วมมือ เนื่องจากหอศิลป์ทั้งสองแห่งนี้มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ทั้ง

ผอ.สศร. กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ หอศิลป์ทั้งสองแห่งจะดำเนินการส่งเสริมสร้างการเรียนรู้และการสร้างสรรค์งานด้านศิลปวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งในส่วนของหอศิลป์จุมพล อภิสุข จ.น่าน ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองและเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนของศิลปินไทยและศิลปินนานาชาติด้านศิลปะ ดนตรีและการแสดงสด ได้มีแผนงานที่จะดำเนินการในปี 2569 เช่น งานเทศกาลศิลปะ (จิตรกรรม) กวี ดนตรี การแสดงสด กิจกรรมศิลปะซึ่งผนวกเข้ากับวิถีเกษตรธรรมชาติ การแสดงงานศิลปะเฉพาะพื้นที่ เป็นต้น ขณะเดียวกันในส่วนของบ้านวูแมนิเฟสโต้ Art Project Space จ.อุดรธานี ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอกุมภวาปีและเป็นศูนย์กลางการพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างศิลปินร่วมสมัยทั้งศิลปินท้องถิ่น ศิลปินไทยและศิลปินนานาชาติ จะจัดกิจกรรมศิลปะด้านการปั้นและกิจกรรม เวิร์คช็อปด้านศิลปะโดยมีศิลปินไทยและศิลปินนานาชาติจาก 14 ประเทศเข้าร่วม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านศิลปะร่วมสมัย

“ปัจจุบันมีหอศิลป์ส่วนภูมิภาคทั่วประเทศที่เข้าร่วมเป็นเครือข่ายกับสศร.ทั้งหมด 18 แห่ง มีการร่วมมือในการจัดนิทรรศการศิลปะ กิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างกัน ส่งผลให้ประชาชนในภูมิภาคต่างๆ ได้เข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมของหอศิลป์และแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมได้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม ช่วยสร้างงานและรายได้แก่ชุมชน พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากจากการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันการสร้างภาคีเครือข่ายหอศิลป์และแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม ช่วยยกระดับมาตรฐาน หอศิลป์และแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมในประเทศไทยให้อยู่ระดับสากลและต่อยอดความร่วมมือสู่ระดับนานาชาติต่อไป” นางเกษร กล่าว

Advertisement