ม.ศิลปากร มอบซากเรือโบราณ เก่าแก่ 1,200 ปี ให้วัดไผ่ล้อม เตรียมเผยแพร่นครปฐมเมืองยิ่งใหญ่ยุคทวารวดี

8.04.26 | 20:07 น.

ม.ศิลปากร ส่งมอบซากเรือโบราณ อายุ 1,200 ปี ชิ้นสำคัญในประวัติศาสตร์ แก่วัดไผ่ล้อม เตรียมเผยแพร่นครปฐมเมืองยิ่งใหญ่ยุคทวารวดี

เมื่อวันที่ 8 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม จัดพิธีส่งมอบวัตถุสืบค้นทางประวัติศาสตร์ เรือโบราณชิ้นสำคัญอายุราว 1,200 ปี ซึ่งเป็นชิ้นแรกที่ปรากฏในพื้นที่ จ.นครปฐม แก่วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จ.นครปฐม ซึ่งเป็นอนุสรณ์ของนายไพบูลย์ พวงสำลี อดีตประธานกลุ่มศรีทวารวดี นักสำรวจประวัติศาสตร์ของ จ.นครปฐม เพื่อเตรียมจัดแสดงต่อสาธารณชนและสืบค้นเรื่องราวใหม่ ตอกย้ำถึงความเป็นศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองมานับพันปีและย้อนประวัติ โดยมีสักขีพยานจากหลายหน่วยงานประสานความร่วมมือในการเผนแพร่และร่วมกันสืบค้นหลักฐานใหม่ที่ชัดเจนมากขึ้น

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นที่ศาลาหลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง โดยมี ผศ.ดร.ระพีพันธ์ แก้วอ่อน รองอธิการบดี พระราชวังสนามจันทร์ ม.ศิลปากร ผศ.ดร.สุจินต์ วุฒิชัยวัฒน์ ผู้ช่วยอธิการบดีพระราชวังสนามจันทร์ ม.ศิลปากร  ผศ.ดร.ธาตรี เมืองแก้ว ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา ม.ศิลปกร
พร้อมเจ้าหน้าที่เป็นตัวแทนอธิบดี ม.ศิลปากร เป็นผู้ส่งมอบให้กับวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง โดยมีพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสฯ เป็นผู้รับมอบ และมี น.ส.จิรวรรณ พวงสำลี ทายาทคุณไพบูลย์ พวงสำลี นางสาวพูลสุข พวงสำลี ทายาทคุณไพบูลย์ พวงสำลี (ทายาทนายไพบูลย์) ร.อ.บุณยาฤทธิ์ ฉายสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี นายอรุณศักดิ์ กิ่งมณี เป็นอดีตรองอธิบดีกรมศิลปากร ผศ.ดร.วิรัตน์ ปิ่นแก้ว มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม นายอรัญ นาคชำนาญ ผู้ค้นพบซากเรือโบราณ สมัยทวารดี นางนฤมล บุญญานิตย์ นักวิชาการอิสระ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สืบกุล ศรัณพฤฒิ มหาลัยศิลปากร นายศราวุฒิ โพธิ์สัตย์ เจ้าหนักงานราชทัณฑ์ เรือนจำกลางนครปฐม ร่วมเป็นสักขีพยาน

ในพิธีส่งมอบมีการนำซากเรือโบราณ อายุไม่น้อยกว่า 1,200 ปี และของที่เป็นวัตถุสืบค้นทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญหลายชิ้น อาทิ เศษกระเบื้อง เครื่องดินเผา เครื่องใช้ กระดูกสัตว์ โดยปรากฏเป็นของเก่าแก่ที่มีมาจากทั้งประเทศอินเดีย จีน และทางอาหรับ ซึ่งอยู่ในช่วงยุคอาณาจักรทวารวดี ที่จมอยู่ใต้น้ำภายในบริเวณบึงกุ่ม-บึงบางช้าง บ้านสระอ้อ ต.ธรรมศาลา อ.เมือง จ.นครปฐม โดยนายไพบูลย์ (ปัจจุบันเสียชีวิต) ได้ค้นพบครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2558 และเป็นที่สนใจของนักโบราณคดีและกรมศิลปากรที่ได้ลงพื้นที่สำรวจติดตามข้อมูลไปแล้ว

รวมถึงมีผู้พบวัตถุสืบค้นจากแหล่งที่พบดังกล่าวส่งข้อมูลไปให้เครือข่ายประสานกับมหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ได้ไปศึกษาถึงหน้าประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ที่ปรากฏเรือโบราณชนิดนี้ในพื้นที่ จ.นครปฐม เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ว่าเคยมีเรือโบราณเข้ามาถึงตัวเมืองนครปฐม และอยู่ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์ไม่กี่กิโลเมตร และมีการค้าการขายรวมถึงเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในการเชื่อมโยงกับหลายอาณาจักร ซึ่งไม่เคยปรากฏหลักฐานที่ชัดเจนเช่นนี้มาก่อน

Advertisement

หลวงพี่น้ำฝนเผยว่า วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวงเดิมทีมีประวัติเชื่อมโยงกับองค์พระปฐมเจดีย์ ซึ่งแต่เดิมในหลักฐานนระบุว่าเป็นป่าไผ่ มีชาวมอญอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยมีความสัมพันธ์ในการร่วมกันบูรณะองค์พระปฐมเจดีย์ในยุคสมัยรัชกาลที่ 4 และมีประวัติศาสตร์ที่มีข้อบ่งชี้ว่าอาจจะยาวไปถึงยุคทวารวดีเช่นกัน การนำวัตถุสืบค้นเป็นซากเรือโบราณมาทำการมอบให้วัดได้ดูแลก็จะมีการพัฒนาทำเป็นนิทรรศการเพื่อการเรียนรู้ ในงานรำลึกหลวงพ่อพูลละสังขารครบ 20 ปี ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-31 พฤษภาคม 2569 และอนาคตจะพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ตามหลักการให้ถูกต้อง เพื่อให้ชุมชนทราบถึงที่มาที่ไปของรากเหง้าในท้องถิ่น และส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนหันมาใส่ใจในประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นเพื่อให้เห็นคุณค่าในความเป็นคนไทยสืบต่อไป

ขณะที่ ร.อ.บุณยาฤทธิ์ ฉายสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี กล่าวว่า เรือลำที่ถูกค้นพบนั้นเป็นเรือโบราณที่มีเทคนนิคการสร้างแบบพิเศษ ซึ่งเคยพบเจอที่คลองญวณ จ.สุราษฎร์ธานี เรียกว่า “ยกสันนูนเจาะรู/ผูกรัดเชือกเข้ากับแท่นรองเจาะรู” หรือเรือ Lashed-Lug boat ซึ่งจะพบเรือประเภทนี้แถบประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ทำให้เห็นว่านครปฐมมีการเชื่อมโยงทางการค้าขายกับพื้นที่ต่างๆ และมีอายุไม่น้อยกว่า 1,200 ปี โดยในจุดที่ค้นพบยังมีการพบโบราณวัตถุในยุคต่างๆ เช่นจีนด้วย

“การที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง กรมศิลปากร และอีกหลายหน่วยงานได้เข้ามาร่วมมือกันในการจุดกระแสให้เห็นถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายของกรมที่ต้องการให้ประชาชนตื่นตัวในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์มากขึ้นด้วย” ร.อ.บุณยาฤทธิ์กล่าว

สำหรับการค้นพบเรือโบราณดังกล่าว นายไพบูลย์ พวงสำลี อดีตประธานกลุ่มศรีทวารวดี ได้ทำหน้าที่ในการเป็นนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นซึ่งติดตามเรื่องราวของอาณาจักรทวารวดี ซึ่งเรือโบราณบ้านคลองยวน จาก จ.สุราษฎร์ธรานี และเรือโบราณลำนี้เป็นเรือโบราณที่มีเทคนิคการต่อเรือแบบที่นิยมใช้ในการเดินทางข้ามทะเลระหว่างพื้นที่คาบสมุทรและหมู่เกาะทะเลใต้ โดยกลุ่มชนออสโตรนิเชียน (Austronesians) จัดเป็นเรือสินค้าขนาดเล็ก/ท้องประทุนกลม กินน้ำตื้น ใบเดี่ยว (ประมาณ 9-12 เมตร) ที่เดินออกจากเมืองโบราณบนคาบสมุทร ในช่วงยุคสมัยความรุ่งเรืองของอาณาจักรศรีวิชัยและวัฒนธรรมทวารวดี

เป็นเรือเพื่อการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าสำคัญระหว่างคาบสมุทรกับหมู่เกาะเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันอออกเฉียงใต้ มีอายุในช่วงระหว่างพุทธศตวรรษที่ 14-15 และนับเป็นเรือลำแรกที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนว่าร่องมาถึงจังหวัดนครปฐม ถือเป็นเรือที่เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการโบราณคดีในภูมิภาค

ทั้งนี้ ยังมีการตามหาเหรียญเงิน แม่วัวลูกวัว ซึ่งนายไพบูลย์เคยค้นพบในแหล่งพื้นที่ จ.นครปฐม ซึ่งมีความสำคัญอีกชิ้นที่บ่งบอกว่าอาณาจักรทวารวดีมีความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่ง และสัญลักษณ์แห่งการกำเนิด ตามคติความเชื่อเรื่องแม่โคสุรภีและลูกวัวมโนรัตถะ ซึ่งรับอิทธิพลจากอินเดีย ทั้งยังเป็นหลักฐานยืนยันการมีอยู่ของอาณาจักรทวารว่ามีอยู่จริง ซึ่งได้สูญหายหลังจากนายไพบูลย์เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564