เมื่อที่ 21 เมษายน เวลา 08.00 น. กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชและพิธีตักบาตรพระสงฆ์ เนื่องในโอกาสงาน “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” โดยมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหารวธ.และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมงาน ณ พระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพฯ

จากนั้นเวลา 09.30 น. มีพิธีสักการะศาลหลักเมือง เนื่องในกิจกรรม “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” โดยปลัดวธ.ถวายพวงมาลัยสักการะพระพุทธรูปและใส่บาตรพระประจำวันเกิด ณ หอพระพุทธรูป ถวายธูปเทียน ปิดทอง และผูกผ้าแพรทั้ง ๓ ผืน ณ องค์หลักเมืองจำลอง และถวายพวงมาลัย ณ ศาลเทพารักษ์ทั้ง 5 ประกอบด้วย พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าเจตคุปต์ และเจ้าหอกลอง ณ ศาลเทพารักษ์ทั้ง 5

นายประสพ กล่าวว่า การจัดงาน ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ ในปีนี้ วธ.ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและเครือข่ายทางศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม จัดงาน “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ระหว่างวันที่ 22 – 26 เมษายน ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และวัดประยุรวงศาวาส เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในวาระครบรอบวันคล้ายวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ 244 ปี และเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีของไทย เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2325 นับถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 244 ปี และสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชในพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงเปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อสร้างประเทศชาติให้มีความเป็นปึกแผ่นมั่นคงด้วยพระปรีชาสามารถและพระราชวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ทรงทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติให้เจริญรุ่งเรืองสืบมาถึงปัจจุบัน

“วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม” เป็นวัดที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อว่า วัดโพธาราม ในปีพุทธศักราช 2311 เมื่อสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานี โดยกำหนดเขตทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้แม่น้ำผ่านกลางพระนคร วัดโพธารามตั้งอยู่ในเขตกำแพงพระนครฝั่งตะวันออก จึงได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง และมีพระราชาคณะปกครองตลอดสมัยกรุงธนบุรี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดให้ปฏิสังขรณ์วัดโพธารามขึ้นใหม่ ทั้งพระอาราม สร้างพระอุโบสถ พระระเบียง พระวิหาร ตลอดจนสิ่งก่อสร้างที่จำเป็นอื่นๆ และสร้างถาวรวัตถุ แล้วโปรดให้อัญเชิญพระพุทธรูปจากหัวเมืองต่างๆ มาประดิษฐานบริเวณพระอุโบสถ พระวิหารทิศ และพระระเบียง ฯลฯ และพระราชทานนามว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส ปีพุทธศักราช 2375 – 2391 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์ สิ่งใดชำรุดทรุดโทรมมากก็รื้อสร้างใหม่ขยายรูปทรงบ้าง สร้างเพิ่มขึ้นใหม่บ้าง ส่วนกุฏิสร้างใหม่เป็นตึก และโปรดให้จารึกสรรพตำราต่างๆ 8 หมวด ลงแผ่นหินอ่อนประดับไว้ตามศาลารายเพื่อเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน ซึ่งงานปีนี้จัดกิจกรรมใน 3 พื้นที่ประกอบด้วย

1. อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ ได้แก่ “รัตนโกสินทร์มีชีวิต – Living Rattanakosin” ชวนสัมผัสเสน่ห์รัตนโกสินทร์ในมิติร่วมสมัย การแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ดนตรี ศิลปะ และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับคนรุ่นใหม่ ตลาดวัฒนธรรมและงานคราฟต์ไทย
2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้แก่ “รัตนโกสินทร์ วังเรืองรอง – Rattanakosin Royal Night” เปิดประสบการณ์ Night Museum สุดตระการตา ชมความงดงามสถาปัตยกรรมยามค่ำคืน การแสดงศิลป์ในบรรยากาศ “วังเรืองรอง” จุดถ่ายภาพสุดประทับใจ และ
3. วัดประยุรวงศาวาส จัดกิจกรรม Klong San – Kudi Chin Cultural Walk “เดินชุมชนคลองสาน – กะดีจีน ยลวิถี รัตนโกสินทร์” และกรมการศาสนา จัดกิจกรรม 5 ศาสนา ประกอบ กิจกรรมสาธิตผลิตภัณฑ์ 5 ศาสนา จำนวน 10 บูธ ทั้งนี้ สอบถามสายด่วนวัฒนธรรม 1765 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจเฟซบุ๊กสำนักงานปลัดวธ.



