Pirates of the Caribbean 5 ยังสนุกอยู่

3.06.17 | 12:57 น.
Pirates of the Caribbean 5 ยังสนุกอยู่

Pirates of the Caribbean 5 ยังสนุกอยู่

โจรสลัดในชีวิตจริงไม่ว่าจะเป็น Edward Teach สมญาไอ้เคราดำ (Blackbeard) หรือ Calico Jack ผู้ออกแบบธงหัวกะโหลกและมีดาบสองด้ามไขว้กันอยู่ ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของโจรสลัดมาจนทุกวันนี้ แม้มีเรื่องราวความเป็นมาที่หลากหลาย แต่จุดจบมักไม่ดี และยุครุ่งเรืองของแต่ละคนก็เป็นช่วงสั้นๆ 2-4 ปี

แต่โจรสลัดแฟนตาซี แจค สแปร์โรว์ ที่มีแรงบันดาลใจจากเครื่องเล่นชื่อเดียวกันในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ที่ปรากฏตัวในโลกภาพยนตร์ครั้งแรกในปี 2003 ในชื่อ Pirates of the Caribbean: The Cruse of the Black Pearl กลับเป็นจุดกำเนิดของหนึ่งในหนังแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของค่ายดิสนีย์ รวมทั้งเป็นหนังคนแสดงเรื่องแรกของค่ายนี้ที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์

แม้เวลาจะผ่านไปยาวนานถึง13 ปี หนังเรื่องนี้ก็อยู่ในความทรงจำของคนดู และทั้งสี่ภาค กวาดรายได้ทั่วโลกไปกว่าสี่พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ลบล้างคำปรามาสที่พูดถึงหนังตระกูลนี้ ที่มักจะล้มเหลวด้านรายได้จนทำให้ฮอลลีวูดไม่ค่อยจะสร้างหนังเกี่ยวกับโจรสลัด

Pirates of the Caribbean ภาคแรก ตัวละครที่เป็นจุดยืนของเรื่องคือ วิล เทอร์เนอร์ (ออแลนโด้ บลูม) นางเอกคือ อลิซาเบธ สวอนน์ (เคียรา ไนท์ลี่ย์) และมีตัวละครสมทบที่โดดเด่นคือ กัปตันแจค สแปร์โรว์ (จอห์นนี่ เดปป์) กัปตันติ๊งต๊องสุดเพี้ยนซึ่งกลายเป็นภาพติดตาที่ทำให้คนดูจดจำ และเดปป์ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ในฐานะนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากบทนี้

ในส่วนเดปป์เองก็อินกับบทบาทนี้ จนแทบจะไม่กลับไปรับบทธรรมดาที่ไม่ต้องแต่งหน้าแต่งตาให้แปลกประหลาด แบบที่เขาเคยแสดงในหนัง Public Enemies (2009) หรือ The Tourist (2010)

Advertisement

สำหรับ Pirates of the Caribbean 5: Salazar’s Revenge นี้ เนื้อเรื่องไม่ได้ขยายไปไกลแบบภาค 4 On Stranger Tides แต่กลับมาสานต่อภาคที่ 3 At the World’s End เป็นเรื่องราวของเฮนรี่ เทอร์เนอร์ (เบรนตัน ธเวทส์) ลูกของวิล คาริน่า (คายา สกอร์เดลาร์ริโอ) นักดาราศาสตร์สาวกำพร้า ที่กำเนิดของเธอสร้างความไม่คาดคิดให้กับคนดู เสริมด้วยความเป็นมาของแจค สแปร์โรว์ในวัยหนุ่ม (แอนโทนี เดอ ลา ทอร์เร นักแสดงและนักดนตรีลูกครึ่งคิวบา-อเมริกัน ที่หล่อมากๆ)

การแสดงของตัวละครรุ่นใหม่อาจจะไม่เฉียบคมเท่ารุ่นเก๋า แต่ความสดใหม่และหน้าตาที่ชวนดูทำให้หนังมีเสน่ห์ เมื่อประกอบกับลีลาแพรวพราวของแจค สแปร์โรว์ ที่ตัองเผชิญกับคู่ปรับเก่าอย่างกัปตันบาร์บอสซ่า (เจฟฟรีย์ รัช) และตัวร้ายตัวใหม่ที่โหดและอำมหิต กัปตันซาลาซาร์ (ฮาเวียร์ บาร์เด็ม นักแสดงรางวัลออสการ์สมทบชายยอดเยี่ยมจาก No Country for Old Men 2007) ทำให้หนังภาคนี้ทั้งสนุก ตื่นเต้นและให้อารมณ์ขันไม่น้อยไปกว่าภาคแรกๆ ที่ผ่านมา

หนังเล่าเรื่องการผจญภัยเหนือท้องทะเลเพื่อออกตามหาตรีศูลแห่งโพไซดอน ของแจค เฮนรี่ และคาริน่า ที่ต่างคนต่างมีจุดมุ่งหมายอยากได้ตรีศูลด้วยเหตุผลที่ต่างกัน ขณะเดียวกันต้องหลบหนีการไล่ล่าของกัปตันซาลาซาร์ อดีตกัปตันทหารชาวสเปนที่อาฆาตแค้นแจคในวัยหนุ่ม ที่ทำให้เขาและลูกเรือกลายเป็นกัปตันเรือผีดิบ เพราะหลงเข้าไปในสามเหลี่ยมปีศาจ

ผู้กำกับหนังภาคนี้ได้แก่ โจอาคิม รอนนิง และ เอสเพ็น แซนด์เบิร์ก ที่เคยกำกับหนังการผจญภัยในท้องทะเล Kon–Tiki หนังเข้าชิงออสการ์สาขาหนังภาษาต่างประเทศจากนอร์เวย์ ปี 2012

ด้วยทุนสร้างที่สูงถึง 250 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ผู้ชมได้เห็นสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่อลังการ ทะเลแหวกเป็นช่อง การต่อสู้ในท้องทะเลที่ชวนระทึก ระหว่างกัปตันเรือผีดิบซึ่งมีกองทัพปีศาจที่วิ่งได้บนผืนน้ำ มีเรือชวนสยองที่สามารถยกสูงเหนือพื้นทะเล ทั้งลูกเรือและนกแร้งที่รูปลักษณ์แหว่งวิ่น บ้างหน้าแหว่ง แขนขาขาด อาวุธใดๆ ทำร้ายไม่ได้ แถมมีฉลามปีศาจที่เนื้อหนังติดโครงกระดูกคอยช่วยไล่ล่าศัตรู ถือเป็นปีศาจรูปแบบใหม่ที่สร้างสรรค์ได้แปลกน่าตื่นตาตื่นใจ

มาดกวนปนเจ้าเล่ห์ของแจค สแปร์โรว์ยังคงเรียกรอยยิ้มได้เป็นระยะๆ จากคนดู พอๆ กับความน่ากลัวและน่าครั่นคร้ามของกัปตันซาลาซาร์ที่ทุกครั้งที่เขากระแทกดาบลงบนพื้น หมายถึงต้องมีใครคนใดคนหนึ่งตาย การปะทะกันระหว่างดาราทั้งสองคนในหนังเรื่องนี้ เป็นการแสดงที่น่าประทับใจสำหรับแฟนพันธุ์แท้ของหนังแฟรนไชส์เรื่องนี้

หนังมีเซอร์ไพร์สเล็กๆ แถมให้คนดู ในภาค At the World’s End คีธ ริชาร์ดส์ มือกีตาร์แห่งวง Rolling Stone ปรากฏตัวในบทกัปตันทีค พ่อของแจค สแปร์โรว์ ภาค 5 นี้ ศิลปินระดับตำนาน เซอร์พอล แมคคาร์ทนีย์ ก็ขอร่วมแจมด้วย แต่จะแสดงเป็นใครนั้นขอให้ไปติดตามดูเองละกัน