มั่นใจ ‘วัดพระมหาธาตุฯ’ ขึ้นมรดกโลก วธ. เตรียมฉลองใหญ่ พร้อมดันเชียงใหม่-วัดอรุณฯ คิวต่อไป
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ว่าที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการเสนอขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของแหล่งวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับการบรรจุเข้าสู่วาระพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี โดยคาดว่าจะมีการพิจารณาวาระดังกล่าวระหว่างวันที่ 25-27 กรกฎาคม ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีและความภาคภูมิใจของคนไทยที่แหล่งวัดพระมหาธาตุฯ ได้รับการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกโลก เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแหล่งที่ 6 ของประเทศไทย เนื่องจากการดำเนินงานทุกขั้นตอนไม่น่าจะมีปัญหาอะไร มีเพียงให้ศึกษาประเด็นเพิ่มเติม ซึ่งกรมศิลปากร ร่วมกับ จ. นครศรีธรรมราช ดำเนินการไปแล้วบางส่วน และมีกำหนดให้ส่งตามไปภายในปี 2572 ทั้งนี้ หลังจากที่เราได้รับข่าวดีแล้ว ตามหลักการต้องมีการจัดงานเฉลิมฉลองการได้รับขึ้นทะเบียนมรดกโลก ซึ่งที่ได้วางแผนเบื้องต้น คือ ในวันพิจารณาประกาศผล จะการจัดพิธีสวดมนต์ ภายในวัดพระมหาธาตุฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล และกิจกรรมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่

รัฐมนตรีว่าการวธ. กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงการจัดทำเอกสาร เสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ประเทศไทยเตรียมผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกในลำดับถัดไป ได้แก่ แหล่งอนุสรณ์สถาน แหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา ซึ่งปัจจุบันองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดทำและนำส่งเอกสารเสนอขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก เข้าสู่กระบวนการประเมินเพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียน โดยศูนย์มรดกโลกได้ประสานและกำหนดลงพื้นที่ตรวจประเมินแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมโดยผู้เชี่ยวชาญของอิโคโมสสากล ระหว่างวันที่ 3 – 8 สิงหาคม นี้ เพื่อรวบรวมข้อมูลและข้อคิดเห็นประกอบการนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 49 ในปี พ.ศ. 2570
“นอกจากนี้ ที่ประชุม ยังได้พิจารณาเห็นชอบร่างเอกสารขอรับการประเมินขั้นต้นแหล่งพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก และคณะรัฐมนตรี ตามลำดับ เพื่อขอความเห็นชอบในการส่งเอกสารฯ ไปยังศูนย์มรดกโลกภายในรอบวันที่ 15 กันยายนนี้ ” น.ส.ซาบีดา กล่าว





