วธ. ยันการพิจารณามรดกวัฒนธรรมของยูเนสโก ไม่มีประเทศใดชี้ขาดได้

18.06.26 | 21:05 น.

วธ. ยันการพิจารณามรดกวัฒนธรรมของยูเนสโก ไม่มีประเทศใดชี้ขาดได้

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรมในฐานะโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับผลการเลือกตั้งสมาชิกคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ. 2003 ขององค์การยูเนสโก (UNESCO) และมีข้อห่วงกังวล ว่า อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานด้านมรดกวัฒนธรรมของประเทศไทยนั้น กระทรวงวัฒนธรรม ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนว่า การเลือกตั้งสมาชิกคณะกรรมการดังกล่าวเป็นกระบวนการตามปกติของอนุสัญญา โดยรัฐภาคีจะเลือกผู้แทนจากภูมิภาคต่าง ๆ เข้ามาร่วมกำกับและขับเคลื่อนการดำเนินงานของอนุสัญญา คณะกรรมการประกอบด้วยสมาชิก 24 ประเทศ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันในรูปแบบองค์คณะ ภายใต้หลักเกณฑ์และกระบวนการที่กำหนดไว้ในอนุสัญญา

โฆษก วธ. กล่าวต่อว่า กระทรวงวัฒนธรรมขอยืนยันว่า ประเทศสมาชิกเพียงประเทศเดียวไม่สามารถกำหนด ชี้ขาด ยับยั้ง หรือเปลี่ยนแปลงผลการพิจารณารายการมรดกวัฒนธรรมของประเทศอื่นได้โดยลำพัง เนื่องจากการพิจารณาขององค์การยูเนสโกต้องดำเนินไปตามขั้นตอนการประเมิน หลักเกณฑ์ของอนุสัญญา และมติร่วมของคณะกรรมการในฐานะองค์คณะ โดยไม่มีประเทศใดมีสิทธิพิเศษเหนือประเทศอื่นในกระบวนการดังกล่าว ซึ่งเอกสารเสนอขึ้นทะเบียนของแต่ละประเทศจะต้องผ่านการตรวจสอบความครบถ้วนตามขั้นตอนขององค์การยูเนสโก และได้รับการประเมินตามหลักเกณฑ์ของอนุสัญญาจากคณะผู้ประเมิน ก่อนเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา โดยคำนึงถึงสาระสำคัญของรายการ การมีส่วนร่วมของชุมชน มาตรการสงวนรักษา และการสืบทอดมรดกวัฒนธรรม กระบวนการดังกล่าวจึงมิได้ขึ้นอยู่กับความเห็นหรือการตัดสินใจของประเทศใดประเทศหนึ่ง ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การยูเนสโก มิใช่การตัดสินว่าประเทศใดเป็นเจ้าของวัฒนธรรมแต่เพียงผู้เดียว หากแต่เป็นการรับรองคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมที่มีการสืบทอด มีชุมชนผู้ปฏิบัติ และมีมาตรการในการสงวนรักษาตามหลักการของอนุสัญญา ค.ศ. 2003

โฆษก วธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยติดตามความเคลื่อนไหวและการดำเนินงานภายใต้อนุสัญญาฯ อย่างต่อเนื่อง และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนบทบาทของไทยในเวทีวัฒนธรรมระหว่างประเทศ ทั้งนี้ การเป็นหรือไม่เป็นสมาชิกคณะกรรมการในแต่ละวาระ มิได้เป็นเงื่อนไขที่กำหนดสิทธิในการเสนอรายการมรดกวัฒนธรรม หรือทำให้หลักเกณฑ์การพิจารณารายการของประเทศไทยแตกต่างไปจากรัฐภาคีอื่น ดังนั้น ผลการเลือกตั้งสมาชิกคณะกรรมการครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะของรายการมรดกวัฒนธรรมของประเทศไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว ส่วนรายการของประเทศไทยที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา ยังคงดำเนินไปตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์เดียวกันกับรายการของรัฐภาคีทุกประเทศ

โฆษก วธ. กล่าวอีกว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยยูเนสโกแห่งประเทศไทย คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การยูเนสโก สถานเอกอัครราชทูตไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความร่วมมือและความเข้าใจอันดีกับประเทศสมาชิก ตลอดจนติดตามกระบวนการที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยกระทรวงวัฒนธรรมให้ความสำคัญกับการสงวนรักษา สืบสาน และส่งเสริมมรดกวัฒนธรรมของชาติ ควบคู่กับการยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีวัฒนธรรมระหว่างประเทศ บนพื้นฐานของหลักวิชาการ ความร่วมมือ และความเคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรม

โฆษก วธ. กล่าวตอนท้ายว่า ประเทศไทยได้รับการคัดเลือกให้เป็นคณะกรรมการบริหารของยูเนสโก (UNESCO Executive Board หรือ Ex-Board) โดยมีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี ตั้งแต่ปี 2025 – 2029 เปรียบเสมือน “คณะกรรมการบริหารองค์กร” ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลและขับเคลื่อนทิศทางของยูเนสโก ดูแลภารกิจของยูเนสโกครอบคลุมทุกด้าน ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษาและวัฒนธรรม ทำหน้าที่กำกับติดตามการดำเนินงานขององค์การ พิจารณานโยบาย แผนงาน และงบประมาณ รวมทั้งเตรียมการประชุมใหญ่และติดตามการดำเนินการตามมติของที่ประชุมใหญ่ ดังนั้น กระทรวงวัฒนธรรมขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านข้อมูล องค์ความรู้ หลักฐานทางวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศในการดำเนินงานด้านมรดกวัฒนธรรมตามมาตรฐานขององค์การยูเนสโก โดยกระบวนการพิจารณามรดกวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโกยึดหลักเกณฑ์ ขั้นตอนการประเมิน และหลักฐานทางวิชาการเป็นสำคัญ

Advertisement

“ทั้งนี้ ประเทศไทยจะเดินหน้ายกระดับการทูตวัฒนธรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสงวนรักษา สืบสาน และส่งเสริมมรดกวัฒนธรรมของชาติ เพื่อเสริมสร้างการยอมรับและบทบาทของประเทศไทยในเวทีวัฒนธรรมโลกต่อไป” โฆษก วธ.กล่าว