กรมศิลปากร แถลงผลขุดค้น ‘แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง’ เผยเป็นพื้นที่ฝังศพ ยุคก่อนประวัติศาสตร์
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่พระที่นั่งราชธรรมสภา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานแถลงข่าว การค้นพบข้อมูลใหม่แหล่งอารยธรรมโบราณดอนยายทอง จังหวัดเพชรบุรี และมอบเงินชดเชยผลอาสิน ให้แก่ นางคนางค์ และนายเจน เพชรสุด เจ้าของพื้นที่ โดยมี นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นางธิวัลรัตน์ อังกินนันท์ สส.เพชรบุรี เขต 1 นายอำเภอเมืองเพชรบุรี นายอำเภอบ้านลาด หัวหน้าส่วนราชการ นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และผู้มีเกียรติ เข้าร่วมพิธี
นายพนมบุตร กล่าวว่า กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี เริ่มดำเนินงานขุดค้น แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อขุดกู้และชุดศึกษาหลักฐานทาง โบราณคดีจากตำแหน่งที่มีการค้นพบกลองมโหระทึกในที่นาของ นางคนางค์ เพชรสุด หมู่ 6 บ้านดอนพลับ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งผลการขุดค้นในช่วงต้นพบชิ้นส่วนขอบฐานของกลองมโหระทึก พร้อมทั้งพบภาชนะดินเผาหลายใบวางอยู่โดยรอบในตำแหน่งที่สัมพันธ์กับกลอง

นายพนมบุตร กล่าวต่อว่า เมื่อดำเนินการขุดลึกลงไปพบชิ้นส่วนกลองมโหระทึกอีกใบในลักษณะคว่ำหน้าอยู่ในดินและเริ่มปรากฏหลักฐานสำคัญคือ โครงกระดูกมนุษย์ ที่ฝังอยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยมีการวางภาชนะสำริดประกอบพิธีศพในตำแหน่งต่าง ๆ นอกจากนี้ยังพบ เครื่องประดับ ได้แก่ ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน แหวนทองคำ และกำไลทองคำ ซึ่งบางชิ้นยังคงสวมอยู่กับโครงกระดูก สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของบุคคลผู้ถูกฝังและความเชื่อเกี่ยวกับการอุทิศสิ่งของในพิธีกรรมหลังความตาย
นายพนมบุตร กล่าวอีกว่า ภายหลังจากการค้นพบโครงกระดูก นักโบราณคดีได้ดำเนินการขุดค้นอย่างละเอียดเพื่อศึกษารูปแบบการฝังศพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จนกระทั่งพบโครงกระดูกเพิ่มเติม มีการสวมโลหะ สำริดลักษณะคล้ายภาชนะครอบบริเวณศีรษะ ซึ่งถือเป็นลักษณะพิเศษที่ไม่พบโดยทั่วไป อีกทั้งยังพบกลุ่ม โบราณวัตถุสำคัญ เช่น เครื่องประดับทองคำ แหวนทองคำ ลูกปัดทองคำ จีทองคำ ต่างหูทองคำ ภาชนะดินเผาขนาดเล็ก ภาชนะสำริด และลูกปัดจำนวนมาก การดำเนินงานจนถึงปัจจุบันพบโครงกระดูกมนุษย์ รวม 9 โครง โดยวางอยู่บนบริเวณลำตัว พบกลองมโหระทึกเพิ่มเติมอีก 4 ใบ รวมเป็น 6 ใบ

นายพนมบุตร กล่าวอีกว่า ซึ่งจะดำเนินการขุดแต่งกลอง เพื่อศึกษา ลักษณะและลวดลายบนลำตัวของกลอง ตลอดจนศึกษาแบบแผนของการฝังศพและรูปแบบการวางของอุทิศใจครบถ้วน นอกจากนี้ ยังพบก้อนดินเผาไฟจำนวนมาก กรามฟันสัตว์เคี้ยวเอื้อง ประเภท วัว/ควาย สภาพค่อนข้างสมบูรณ์โดยพบทั้งกรามบนและกรามล่างอยู่ในบริเวณใกล้กัน ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงการฝังสัตว์ร่วมในพิธี กรรมการฝังศพและพบร่วมกับวัตถุอุทิศ แสดงถึงความสำคัญของสัตว์เหล่านั้น อาจเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชน หรือมีความสำคัญในแง่อื่น ๆ ซึ่งต้องมีการศึกษาต่อไป
นายพนมบุตร กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม จะเข้าบันทึกหลักฐานโครงกระดูก และหลุมขุดค้นด้วยเทคนิค 30 Scan อีกครั้ง ก่อนจะทำการเก็บโครงกระดูก และโบราณวัตถุชิ้นจากหลุมในเดือน กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป โดยทีมนักโบราณคดี จากสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี และสำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีของกรมศิลปากร และนักวิทยาศาสตร์จากกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ พร้อมทั้งจัดทำทะเบียนโบราณวัตถุ และนำส่งไปยังกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เพื่อทำการอนุรักษ์ จากนั้นจะทำการเคลียร์หลุมขุดค้นเพื่อคืนสู่สภาพเดิม ก่อนส่งมอบพื้นที่ให้กับเจ้าของ ที่นาได้ใช้ประกอบอาชีพต่อไป ทั้งนี้ได้จัดส่งตัวอย่างถ่านที่ได้จากการขุดค้นไปหาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ ที่ประเทศ สหรัฐอเมริกา คาดว่าจะทราบผลค่าอายุที่แน่นอนประมาณ 3 เดือน
“จากการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าแหล่งโบราณคดีคอนยายทอง เป็นแหล่ง ฝังศพที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงวิชาการ สะท้อนถึงรูปแบบพิธีกรรม ความเชื่อเละสถานะทางสังคมของชุมชน ในอดีต และยังคงมีศักยภาพในการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งในด้านโบราณคดี มานุษยวิทยาและ ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของภูมิภาค” นายพนมบุตรกล่าว


