สำนักศิลปากรที่ 10 พบภาชนะพิมายดำ อายุราว 2,500 ปี กลางเขื่อนมูลบน พร้อมโครงกระดูกมนุษย์-ชิ้นส่วนโบราณจำนวนมาก คาดเป็นโนนฝังศพโบราณในวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย
เมื่อวันที่ 9 กรกฆาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่จากสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา นำโดยนางสาวภัทรา เชาว์ปรัชญากุล หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมหาวีรวงศ์ พร้อมด้วยนายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา และคณะ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอครบุรี , เจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน และผู้นำชุมชน เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่มีชาวบ้านพบโครงกระดูกมนุษย์และหลักฐานทางโบราณคดี ประเภทชิ้นส่วนดินเผาจำนวนมากกลางเขื่อนมูลบน ท้องที่บ้านตลิ่งชันหมู่ที่ 9 ตำบลจระเข้หิน อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา หลังจากช่วงนี้ปริมาณน้ำภายในเขื่อนลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง

โดยเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ฯ พบ ภาชนะดินเผาแบบพิมายดำ ลักษณะคล้ายบาตรหรือชาม อายุราว 1,500-2,500 ปี ในลักษณะสมบูรณ์ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตร พร้อมกับชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์อีกจำนวนมาก
นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานทางโบราณคดีที่มีอายุร่วมสมัยกับภาชนะแบบพิมายดำ อาทิ ลูกปัดแก้วสีส้มจำนวนหนึ่ง พบกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ และพบเครื่องมือเหล็ก ดินเผา และขวานหินขัด ตลอดจน ภาชนะดินเผาที่ฝังเป็นเครื่องอุทิศของโครงกระดูกมนุษย์ด้วย (ซึ่งภายหลังกำหนดชื่อเรียกบริเวณที่พบหลักฐานทางโบราณคดีนี้ร่วมกันว่า “แหล่งโบราณคดีเขื่อนมูลบน 1”)
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ฯ สันนิษฐานว่า จุดนี้จะเป็นโนนฝังศพโบราณในวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย เนื่องจากมีลักษณะเป็นโนนสูงริมน้ำ ซึ่งถือเป็นว่า เป็นแหล่งอารยธรรมโบราณที่ใกล้ต้นน้ำมูลมากที่สุดเท่าที่เคยพบมา

นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา เปิดเผยว่า จุดนี้มีลักษณะเป็นร่องรอยของเนินดินฝังศพของคนในวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ซึ่งวันนี้ความพิเศษของแหล่งโบราณคดีเขื่อนมูลบน 1 สำรวจเจอภาชนะดินเผาแบบพิมายดำ สมบูรณ์เต็มใบ ค่อนข้างจะพิเศษ เพราะส่วนใหญ่จะเจอเฉพาะชิ้นส่วน ทำให้สามารถกำหนดอายุได้อย่างคร่าว ๆ ค่อนข้างจะแน่ชัดว่า อยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายสมัยเหล็ก มีอายุอยู่ในช่วง 2,500 ถึง 1,500 ปีมาแล้ว ภาชนะรูปแบบนี้พบกระจายตัวอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำมูลตอนบน แต่ไม่คิดว่าจะบนขนาดนี้ เพราะว่าถัดไปก็คือต้นแม่น้ำแล้ว
โดยจุดนี้ ถือว่าเป็นเนินดินใหญ่ มีร่องรอยของการฝังศพ ซึ่งในอนาคตถ้ามีการศึกษาทางวิชาการก็จะเป็นประโยชน์สำหรับการศึกษาเรื่องราวของมนุษย์ในพื้นที่อำเภอครบุรี เพราะว่าจากข้อมูลที่ผ่านมา ในอำเภอครบุรีก็มีการสำรวจพบเป็นจุด ๆ อย่างเช่น ที่ ตำบลสระว่านพระยา และตำบลลำเพียก เป็นต้น แต่สันนิษฐานว่าน่าจะมีมากกว่านั้น และเมื่อนำข้อมูลทั้งหมดมารวมกัน ทำให้สามารถเชื่อมโยงได้ว่า แต่ละจุดน่าจะมีระยะเวลาที่ร่วมสมัยกัน ก็คือยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย






