มรภ. เพชรบุรี เปิดวงถก ‘ดอนยายทอง’ ส.ส.ภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ.ศาสนา-วัฒนธรรม ประกาศเดินหน้าผลักดันพิพิธภัณฑ์เพชรบุรี
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคารศูนย์พัฒนาวิชาชีพครู คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี หน่วยนวัตกรรมจากประวัติศาสตร์และภูมิปัญญา ศูนย์วิจัยสิงขร-มะริดศึกษา จัดบรรยายพิเศษหัวข้อ ‘แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง และเมืองเพชรจะมีมิวเซียม’ โดย นายสุจิตต์ วงษ์เทศ ผู้ก่อตั้งนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ร่วมด้วย นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร, รศ.ดร.กาญจนา บุญส่ง คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และนายทวีโรจน์ กล่ำกล่อมจิตต์ คอลัมนิสต์ นสพ. เพชรภูมิ นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ผู้ก่อตั้ง ‘มิวเซียมเพชรบุรี’
นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่รับฟังข้อมูลจากนักวิชาการ นักโบราณคดี และภาคประชาชน ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “ดอนยายทอง” เป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของอารยธรรมในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าที่สามารถบอกเล่ารากเหง้าของบ้านเมืองได้อย่างลึกซึ้ง
“ดอนยายทองไม่ใช่เพียงกองดินหรือซากโบราณสถาน แต่เป็นหลักฐานที่บอกเล่าความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมเมืองเพชรบุรี เป็นสมบัติล้ำค่าที่เราทุกคนต้องช่วยกันรักษาไว้ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ พร้อมสนับสนุนและผลักดันอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีแห่งนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ” นางธิวัลรัตน์ กล่าว

นอกจากนี้ นางธิวัลรัตน์ ได้ประกาศเจตนารมณ์ผลักดันให้จังหวัดเพชรบุรีมีพิพิธภัณฑ์ประจำจังหวัดที่สมบูรณ์และทันสมัย เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมองค์ความรู้ จัดแสดงโบราณวัตถุ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ และเรื่องราวของเมืองเพชรบุรีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้ง ระบุว่า การอนุรักษ์โบราณสถานและมรดกทางวัฒนธรรมไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชน โดยพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นสะพานเชื่อมทุกภาคส่วนให้ร่วมกันขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ขณะที่ นายสุจิตต์ เผยว่า แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ถือเป็นชุมชนแรกเริ่ม มีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี การค้นพบกลองมโหระทึกเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางของชุมชนดั้งเดิม โดยเชื่อว่า จุดดังกล่าวเป็น ‘ลานกลางบ้าน’ หรือสถานที่ประกอบพิธีกรรมของผู้คนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งเก่าแก่กว่าตัวเมืองเพชรบุรีในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ดอนยายทองยังเป็นพื้นที่สำคัญบนเส้นทางการค้าข้ามคาบสมุทร เนื่องจากในอดีตตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลโบราณ จึงกลายเป็นสถานีการค้าทางทะเลที่คึกคัก เชื่อมโยงการค้ากับอินเดียและภูมิภาคต่าง ๆ โดยเฉพาะการค้าทองแดง ซึ่งเป็นหนึ่งในที่มาของชื่อดินแดน ‘สุวรรณภูมิ’

นายสุจิตต์ ยังเสนอแนวคิดเกี่ยวกับลวดลายบนกลองมโหระทึก ว่า ลายรัศมีบริเวณหน้ากลองที่มักถูกตีความว่าเป็นดวงอาทิตย์หรือดวงดาวนั้น แท้จริงอาจหมายถึง ‘ขวัญ’ ตามความเชื่อในศาสนาผี ส่วนแหวนทองคำ ซึ่งมีจารึกอักษรพราหมีคำว่า “ปุสรขิตส” แปลว่า “ของปุสรขิตะ” (อ่าน-แปล โดย ดร.อุเทน วงศ์สถิตย์ คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร) อาจเป็นสิ่งของที่พ่อค้าหรือพราหมณ์ชาวอินเดียนำมามอบให้ผู้นำท้องถิ่นดอนยายทอง เพื่อสร้างสัมพันธไมตรีและเครือข่ายการค้าในยุคนั้น
ส่วนการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ นายสุจิตต์แนะว่า ควรเป็น ‘เพชรบุรีมิวเซียม’ ควบคู่กับหอศิลป์ของจังหวัด ภายใต้การดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และพื้นที่สร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมสำหรับคนทุกวัยโดยรวบรวมอัตลักษณ์และของดีของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นวัวเทียมเกวียน เกลือ แม่น้ำเพชรบุรี ตลอดจนวัฒนธรรมร่วมสมัย อาทิ รำวงเมืองเพชร พร้อมเสนอให้ผลักดันจังหวัดเพชรบุรีสู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยชูจุดเด่นเรื่องภูเขาที่ล้อมรอบเมือง

ทั้งนี้ หลังจบการบรรยาย ที่ประชุมได้เสนอให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ประจำจังหวัดเพชรบุรีอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและรับรู้ถึงรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนร่วมกันสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของเมืองเพชรให้คงอยู่สืบไป

