ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลที่เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น คำถามสำคัญคือ จะทำอย่างไรให้เยาวชนไทยเก่งเทคโนโลยี ควบคู่กับการมีภูมิคุ้มกันทางคุณธรรม
นี่คือเหตุผลที่กรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินหน้าปรับบทบาท “ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.)” จากห้องเรียนธรรมะในวัด สู่พื้นที่เรียนรู้ที่เชื่อมโยงศาสนา วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และเทคโนโลยี เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่ทันโลกและไม่ทิ้งรากเหง้าของสังคมไทย
หัวใจสำคัญของการดำเนินงาน คือ การเชื่อมโยงกับนโยบาย “5C+1” ของ วธ. ซึ่งวางเป้าหมายให้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศ ทั้งการสร้างคนดี ยกระดับเศรษฐกิจวัฒนธรรม ผลักดัน Soft Power สร้างความร่วมมือของชุมชน และนำ AI กับข้อมูลดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการและการเรียนรู้

โดยมีหลักการสำคัญเพื่อเป็นพื้นที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา ขับเคลื่อนเครือข่าย “บวร” (บ้าน-วัด-ราชการ/โรงเรียน) มุ่งเน้นการเป็นศูนย์เรียนรู้คู่คุณธรรม เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็น “คนดี คนเก่ง มีคุณธรรม” ตามแนวทางค่านิยม “คุณธรรมนำการพัฒนา”
ผ่านการจัดกิจกรรม “Open House เปิดบ้าน ศพอ.” และสมัชชาคุณธรรม มหกรรมความดี จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 22-23 กรกฎาคม 2569 ที่วัดลัฏฐิวัน (พระนอนขอนตาล) อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเปิดเวที แสดงผลงานของเครือข่าย ศพอ. จาก 8 จังหวัดภาคเหนือ รวมถึงสะท้อนทิศทางใหม่ของการขับเคลื่อนงานด้านศาสนาและคุณธรรมของ วธ.
วางเป้าหมายให้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศ ทั้งการสร้างคนดี ยกระดับเศรษฐกิจวัฒนธรรม ผลักดัน Soft Power สร้างความร่วมมือของชุมชน และนำ AI กับข้อมูลดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการและการเรียนรู้

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ระบุว่า ศพอ.ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการปลูกฝังคุณธรรมแก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือของ “พลังบวร” ได้แก่ บ้าน วัด และโรงเรียนหรือหน่วยงานราชการ เพื่อร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพัฒนาคุณธรรมอย่างต่อเนื่อง
การเปิดโครงการ Open House เปิดบ้าน ศพอ.ภาคเหนือ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และเครือข่าย ศพอ.ภาคเหนือ ในการร่วมกันขับเคลื่อน ศพอ. ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนาและคุณธรรมสำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชน โดยอาศัยความร่วมมือของบ้าน วัด โรงเรียน และทุกภาคส่วนในชุมชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคนและสังคมไทย ทั้งนี้ ศน.ให้ความสำคัญกับการพัฒนา ศพอ.อย่างต่อเนื่อง เพราะเห็นว่า ศพอ.ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ถ่ายทอดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม เสริมสร้างวินัย จิตสาธารณะ และทักษะชีวิต เพื่อให้เด็กและเยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน

“เชื่อมั่นว่าความร่วมมือของทุกภาคส่วนในวันนี้ จะเป็นพลังสำคัญในการยกระดับศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพ เป็นพื้นที่สร้างคนดี มีคุณธรรม และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป” นายชัยพลกล่าว
สอดคล้องกับมุมมองของ นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า จังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นศูนย์กลางแห่งอาณาจักรล้านนา เป็นแหล่งเรียนรู้และการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมและหลักธรรมคำสั่งสอนทางพระพุทธศาสนาควบคู่กัน สำหรับการจัดโครงการ open House ศพอ. 8 จังหวัดภาคเหนือ มีเป้าหมายเพื่อให้ลูกหลานได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ทางพุทธศาสนาและรวมทั้งสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนเพื่อที่พัฒนาให้ ศพอ.ให้มีความเข้มแข็งโดยร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทำสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้น
ขณะที่ พระครูใบฎีกากรวิชญ์ ฐิตเมโธ เจ้าอาวาสวัดสันดอนแม่กึ๊ด จังหวัดลำปาง กล่าวว่า ศพอ. วัดสันดอนแม่กึ๊ด ตำบลทุ่งงาม อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง เปิดการสอนตั้งแต่ปี 2565 คณะครูผู้สอน คือ คณะสงฆ์ตำบลทุ่งงามจบนักธรรมชั้นตรี เปิดสอนวิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม วิชาพุทธประวัติ วิชาศีลธรรมวินัย วิชาเสริมมีทั้งสังคมศึกษา ภาษาไทย และนาฏศิลป์ ส่วนที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมและอาชีพ มีการฝึกทำดอกเข็มและข้าวถัก และการฝึกฟ้อนรำ และงานใบตอง รวมถึงการปลูกพืชผักสวนครัว ปี 2566 จัดตั้งเป็น ศพอ.ในอุปถัมภ์กรมการศาสนา เปิดการเรียนการสอนภาคบังคับและเปิดสอนวิชาเสริมเพิ่มขึ้นคือวิชาโครงคุณธรรมและโครงอาชีพ เน้นผู้เรียนสำคัญ คณะครูมีทั้งพระและปราชญ์ชุมชน มีนักเรียนในสังกัด 460 คน เป็นนักเรียน โรงเรียนเสริมงามวิทยาคมเฉพาะ ม.1 โรงเรียนอนุบาลเสริมงาม โรงเรียนบ้านแม่กึ๊ด โรงเรียนชุมชนบ้านมั่ว และโรงเรียนวัดสาแล นอกจากนี้ มีแนวคิดจะเพิ่มวิชาเสริม คือ วิชาขับซอล้านนา เพราะเป็นมรดกภูมิปัญญาล้านนาที่ใกล้สูญหาย รวมถึงสอนวิชาดนตรีล้านนา สะล้อ ซอ ซึง ด้วย

พระครูสุภัทรรัตนากร ผู้อำนวยการ ศพอ. วัดดอนแก้ว เจ้าอาวาสวัดดอนแก้ว จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ศพอ. วัดดอนแก้ว เป็นสถาบันการศึกษาทางพระพุทธศาสนาที่มีความโดดเด่น ทั้งบริหารจัดการ กระบวนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ยึดหลักสูตรธรรมาภิบาล มีคณะกรรมการบริหารเข้มแข็งภายใต้การนำของพระและได้รับความรู้จากชุมชนเอกชน ภาคีเครือข่าย เน้นปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และหลักธรรมทางพุทธศาสนาแก่เยาวชนเป็นแบบอย่างที่ดี มีประสิทธิภาพเป็นศูนย์กลางเรียนรู้ทรงคุณค่าเป็นต้นแบบ
“เด็กและเยาวชนได้ใกล้ชิดพุทธศาสนา ได้ศึกษาหลักธรรมคำสอนอย่างถูกต้อง ควบคู่เรียนรู้ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม เยาวชนดอนแก้วเข้ามาเรียนมากกว่า 60 คน วิชาเสริมมีงานจักสานไม้ไผ่ขด ทำขัน ข่วง เครื่องประกอบพิธีกรรมของล้านนา ผลิตภัณฑ์ต่างๆ อนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านที่สืบทอดสะท้อนภูมิปัญญาศิลปวัฒนธรรม การเรียนการสอนสร้างอาชีพและรายได้ทั้งเด็กและเยาวชน แล้วยังมีวิชากลองสะบัดชัย กลองปู่จา วิชาพิมพ์ลายล้านนา สอนโดยพ่อครูแม่ครู” พระครูสุภัทรรัตนากร กล่าว
ปัจจุบันมีการจัดตั้ง ศพอ.ทุกจังหวัดรวม 2,805 ศูนย์ แบ่งเป็นส่วนกลาง จำนวน 47 ศูนย์ และส่วนภูมิภาค 2,758 ศูนย์ เปิดการเรียนการสอนในวันอาทิตย์และวันอื่นๆ มีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และไม่น้อยกว่า 80 ชั่วโมงต่อปี เป็นไปตามอัตลักษณ์ของพื้นที่ เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน ประชาชนทุกกลุ่มวัยที่มีความสนใจได้สมัครเข้าเรียน เพื่อเพิ่มพูนความรู้แก่ตนเอง
สิ่งที่น่าสนใจคือ การขับเคลื่อน ศพอ.ในวันนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเรียนธรรมะ หากแต่ขยายไปสู่การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ การสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น การแสดงศิลปวัฒนธรรม การประกวดสุนทรพจน์ และเวทีเสวนาหัวข้อ “ศพอ.ยุคใหม่ : ทันโลก ทันธรรม สร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนในสังคมยุคดิจิทัล” ซึ่งสะท้อนความพยายามทำให้ศาสนาและคุณธรรมสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น



