ถ่ายทอดสด ขรรค์ชัย-สุจิตต์ คุ้ยชีวิต “สุนทรภู่” ยันเป็นผู้ดี เกิดวังหลัง ไม่ขี้เมา

16.06.17 | 12:31 น.

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. เวลา 10.00 น. ที่ย่านวังหลัง เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ “มติชนทีวี” มีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก มติชนออนไลน์ หัวข้อ “สุนทรภู่ เกิดวังหลัง ผู้ดีบางกอก ฯ” โดย “ขรรค์ชัย บุนปาน” และ “สุจิตต์ วงษ์เทศ”

นายสุจิตต์ กล่าวว่า สุนทรภู่ เกิดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. พ.ศ. 2329 ในสมัยรัชกาลที่ 1 ที่ย่านวังหลัง บางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี วนเวียนอยู่ในวัดและวังตลอดชีวิต มีรากเหง้าเป็นพราหมณ์รามราช อยู่ที่เมืองเพชร สันนิษฐานว่าบิดามารดามาอยู่ที่อยุธยา ครั้นกรุงแตกจึงย้ายเข้ามายังกรุงธนบุรี ส่วนที่เคยเรียนกันมาว่าสุนทรภู่เป็นชาวเมืองแกลง จังหวัดระยองนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะในผลงานเขียนไว้ชัดเจนทั้งบ้านเกิดและสายตระกูลดังกล่าวไปแล้ว ความเข้าใจผิดเรื่องเมืองแดลง เกิดจากการตีความของคนยุคหลัง ทั้งที่สุนทรภู่ระบุชัดเจนในนิราศเมืองแกลงว่า “แม้เจ้านายท่านไม่ใช้แล้วไม่มา” แสดงว่าไม่เต็มใจเดินทางมา สำหรับจุดประสงค์ก็คือการนำราชการลับไปบอกบิดาซึ่งบวชเป็นภิกษุอยู่ที่เมืองแกลงเท่านั้น

“เดิม ไม่เคยรู้จักหรือสนใจสุนทรภู่ กระทั่งคุณขรรค์ชัย บุนปานนำเรื่องมาบอก แถมท่องกลอนให้ฟังจนจำได้ถึงทุกวันนี้ว่า สุนทรภู่ ครูฉัน เกิดวันจันทร์ ปีม้า 26 มิถุนา เมื่อเวลา 8 น. สุนทรภู่อยู่เรือนแพ ย่านวังหลัง ริมคลองบางกอกน้อย ไม่ใช่คนเมืองแกลงอย่างที่เรียนกันมา ไม่เชื่อให้ไปดูหลักฐานจากผลงานของท่าน ท่านเขียนไว้เองแล้วทั้งนั้น และนี่ผมไม่ได้พูดเอง คิดเอง หรือเป็นความรู้ใหม่ ผู้รู้เคยค้นคว้ามาก่อนแล้วทั้งนั้น แต่ไม่ได้นับความสนใจ และให้ความสำคัญ” นายสุจิตต์กล่าว พร้อมนำชมบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา และปากคลองบางกอกน้อย รวมถึงเล่าถึงการขุดคลองลัดในอดีต และความเป็นมาของชื่อ “บางกอก” ที่มาจาก “บางมะกอก”

Advertisement

ด้านการงาน นายสุจิตต์กล่าวว่า สุนทรภู่ไม่ได้มีอาชีพกวี เพราะกวียึดเป็นอาชีพไม่ได้ ยุคนั่นคนส่วนใหญ่ยังอ่านหนังสือไม่ออก ถามว่าใครจะอ่านบทกวี อาชีพที่แท้จริงของท่านคือรับราชการ มีหน้าที่ร่างเอกสารราชการ เป็นเหมือนราชบัณฑิต ส่วนการแต่งกลอน เป็นความสามารถและความชื่นชอบส่วนตัว ไม่ใช่อาชีพ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่มักเข้าใจผิดกันว่าสุนทรถู่เป็นคนคิดค้นฉันทลักษณ์กลอนแปด หรือ”กลอนตลาด ” แต่ความจริงแล้ว เกิดขึ้นจากการสั่งสม โดยช่วงก่อนหน้านั้นคือในยุคกรุงธนบุรี มีกวีรายหนึ่งที่ได้รับการอุปถัมภ์โดยกรมพระราชวังหลัง แต่งกลอนอ่านเรื่อง “ปาจิตตกุมาร” ซึ่งคาดว่ากลอนตลาดอาจได้รับอิทธิพลมาจากฉันทลักษณ์กลอนอ่านดังกล่าว

นายสุจิตต์ยังกล่าวอีกว่า ประเด็นที่สุนทรภู่ถูกเข้าใจผิดยังมีอีกมาก เช่น เป็นไพร่ ไร้เคหา ขี้เมา เจ้าชู้

“สุนทรภู่เป็นผู้ดี ใช้ชีวิตอยู่กับวัดและวัง ไม่เคยตกระกำลำบาก ขนาดเดินทางไปไหน ยังไม่เคยพายเรือเอง มีบ่าวไพร่พายให้ตลอด การที่เขียนว่าตัวเองตกทุกข์ได้ยาก น้ำตากระเด็นนั้น เป็นเรื่องอารมณ์ศิลปิน เหมือนที่มจ.จันทร์ จิรายุ รัชนี เคยเปรียบว่าสุนทรภู่เหมือนชาลี แชปลิน คือหน้าจอยาจก ชีวิตจริงมหาเศรษฐี ส่วนเรื่องขี้เมา ถามว่าท่านกินเหล้าไหม เชื่อว่ากิน แต่ถึงขนาดขี้เมานั้น เป็นไปไม่ได้ที่คนขี้เมาจะเขียนงานจำนวนมากขนาดนี้ ผลงานส่วนใหญ่ก็เขียนตอนเป็นพระ. จะไปแอบกินเหล้าตอนไหน เพราะท่านอยู่ในสายตาเจ้านายตลอด” นายสุจิตต์กล่าว

ส่วนประเด็นรัชกาลที่ 3 ไม่โปรดสุนทรภู่ นายสุจิตต์กล่าวว่า ตนไม่เชื่อ เนื่องจากตอนสุนทรภู่บวช ก็โปรดให้พระราชธิดา คือ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพดูแลสุนทรภู่ โดยจำพรรษา ณ วัดเทพธิดาราม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจบการถ่ายทอดสด นายสุจิตต์ และนายขรรค์ชัย ได้เข้าเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน” ซึ่งจัดแสดงหลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับพื้นที่ย่านพระราชวังหลัง และวัฒนธรมย่านบางกอกน้อย รวมถึงหลุมขุดแต่งฐานและกำแพงป้อมพระราชวังหลังซึ่งได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี