เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ จังหวัดเพชรบุรี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เป็นประธาน เปิดนิทรรศการพิเศษ “ดอนยายทอง : ปฐมบทอารยธรรมเมืองเพชรบุรี” จังหวัดเพชรบุรี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-28 สิงหาคม ที่ พระตำหนักสันถาคารสถาน ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี โดยมี นายชินณวุฒิ วิลยาลัย รองอธิบดีกรมศิลปากร นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ส.ส.เพชรบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการและประชาชนในจังหวัดเพชรบุรี เข้าร่วม

น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ได้ทำการขุดค้นแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเชื่อได้ว่าพื้นที่แห่งนี้เคยเป็น แหล่งฝังศพมนุษย์ กำหนดค่าอายุแหล่งโบราณคดีมีอายุประมาณ 2,100 ปีมาแล้ว โดยพบโบราณวัตถุและหลักฐานที่มีความสำคัญไม่ว่าจะเป็นกลองมโหระทึก โครงกระดูกมนุษย์ เครื่องประดับทองคำล้ำค่า ตลอดจนแหวนทองคำที่มีจารึกอักษรอินเดียโบราณพราหมี อายุราว 1,900 – 2,100 ปี ยุคก่อนสมัยทวารวดี ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของอารยธรรมในอดีต แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญสู่การเรียนรู้เรื่องราวของการตั้งถิ่นฐาน พิธีกรรม ความเชื่อ และการติดต่อค้าขายข้ามคาบสมุทร รวมถึงยังเป็นหลักฐานยืนยันการอยู่อาศัยของผู้คนในภูมิภาคตะวันตกของประเทศไทย

“การจัดแสดงนิทรรศการพิเศษในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่ประชาชนชาวเพชรบุรีและผู้สนใจจะได้ชื่นชม ได้เรียนรู้และเข้าใจถึงประวัติความเป็นมาของมรดกทางวัฒนธรรมที่พบในแผ่นดินเกิดและเป็นสิ่งล้ำค่าของชาติ ประกอบด้วย โครงกระดูกจำนวน 11 โครง มีรูปแบบการฝังศพแบบนอนเหยียดยาว รวมทั้งสิ่งของที่ฝังร่วมกับศพได้แก่ กลองมโหระทึก จำนวน 6 ใบ ภาชนะสำริด ภาชนะดินเผา เครื่องประดับทองคำ แหวนตราประทับทองคำ “ปุสรขิตส” จารึกอักษรพราหมี ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ในจารึกประเทศอินเดียรุ่นเก่า เครื่องประดับสำริด ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน กำไลหิน กระสุนดินเผากรามสัตว์เคี้ยวเอื้องประเภทวัวควาย เป็นต้น อีกไฮไลต์นิทรรศการนำเสนอรูปแบบการฝังศพ แสดงให้เห็นว่า บุคคลที่ถูกฝัง ที่ แหล่งโบราณคดีดอนยายทองนี้ มีระบบความเชื่อและรูปแบบพิธีกรรมที่ซับซ้อนเกี่ยวกับชีวิตหลังความตาย มีการให้คุณค่าอย่างสูงด้วยการอุทิศสิ่งของมีค่าให้กับผู้ล่วงลับ ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงสถานะทางสังคมของผู้ล่วงลับว่าน่าจะเป็นชนชั้นสูง หรือผู้ร่ำรวยในสมัยนั้น เมื่อ 2,100 ปี มาแล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากจัดนิทรรศการแล้วเสร็จ จะนำโบราณวัตถุไปอนุรักษ์ ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ต่อไป” น.ส.ซาบีดา กล่าว







