จนท.กรมศิลปากร สำรวจถ้ำผาเวียง ตรวจภาพเขียนสีแห่งใหม่ คาดอายุราว 4,000 ปี
เมื่อวันที่ 5 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา นางสาวทิพย์วรรณ วงศ์อัสสไพบูลย์ นักโบราณคดีชำนาญการ สังกัดสำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่ จำนวน 4 คน ผู้สื่อข่าว และเพจกุดแห่บ้านเฮา ได้ร่วมกันลงพื้นที่สำรวจถ้ำผาเวียง ด้านหลังวัดถ้ำผาเวียง ต.นาแก อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู
หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากทีมสำรวจว่า พบภาพเขียนสี บริเวณผนังหน้าผาทางเข้าถ้ำแห่งหนึ่งในพื้นที่ของภูเขาในเขตถ้ำผาเวียง ซึ่งต่อมาทราบว่า บริเวณผนังหน้าถ้ำดังกล่าวเป็นจุดที่จะเข้าไปยังถ้ำธรรมาสน์ ซึ่งเป็นถ้ำเล็ก ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับถ้ำผาเวียงที่เป็นถ้ำขนาดใหญ่ของวัด โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพ ตรวจสอบสภาพของภาพเขียนสีวัดจุดที่พบ และใช้โปรแกรมตรวจสอบภาพเขียนสีที่พบ ทำให้ทราบว่า ลักษณะของภาพดังกล่าว เป็นภาพเขียนสีของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยพบว่า บริเวณผนังหิน ก่อนที่จะเข้าไปยังถ้ำธรรมาสน์ มีภาพเขียนสีสีแดงที่เห็นได้อย่างชัดเจนหลายจุด ภาพที่โดดเด่นจากการใช้โปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ตรวจสอบทำให้พบว่าเป็นภาพลิงไต่เถาวัลย์ จำนวน 4 ตัว และด้านล่างเป็นภาพของวัวกระทิง
นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการเขียนทับซ้อนกันอีก 1 ยุค รวมถึงภาพฝ่ามืออีก 2 แห่ง เป็นรอยฝ่ามือของผู้ใหญ่และรอยฝ่ามือเด็ก ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงถิ่นที่อยู่ของมนุษย์ยุคโบราณ ช่วยบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนในอดีต

นางสาวทิพย์วรรณ วงศ์อัสสไพบูลย์ นักโบราณคดีชำนาญการ บอกว่า ภาพเหล่านี้อาจสะท้อนสิ่งที่มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์พบเห็นในพื้นที่ ทั้งสัตว์ป่า วิถีการล่าสัตว์ ตลอดจนกิจกรรมหรือพิธีกรรมบางอย่างเหมือนเป็นการตัดไม้ข่มนามก่อนการออกล่าสัตว์ และอาจใช้พื้นที่ผนังถ้ำเป็นสถานที่ถ่ายทอดความรู้หรือสอนทักษะการล่าสัตว์ให้กับคนรุ่นต่อไป ซึ่งจากภาพที่เห็นเป็นรูปลิงกำลังกระโจนกับวัวกระทิงถูกทับด้วยภาพที่เป็นนามธรรมทับซ้อนด้วยลายหยักคด แสดงว่ามีการเข้ามาใช้งานอย่างน้อย 3 ครั้ง ครั้งแรกภาพที่วาดจะเป็นภาพที่เป็นรูปธรรม คือ ภาพสัตว์ จากนั้นจะถูกทับด้วยลายที่เป็นนามธรรม เขียนทับบนภาพเป็นสมัยที่ 2 และภาพสมัยที่ 3 เป็นภาพลายฝ่ามือมนุษย์โบราณ 2 แห่ง ซึ่งภาพลายฝ่ามือสะท้อนถึงพิธีกรรมของคนโบราณ ที่แสดงให้รู้ว่าตนเองได้มาที่นี่แล้ว หรือหากเป็นปัจจุบันก็คือ จุดเช็กอินว่ามาพื้นที่นี้แล้ว

สำหรับพื้นที่ตรงนี้หากดูจากภาพถ่ายทางอากาศของวัดถ้ำผาเวียงแห่งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นจุดกึ่งกลางทางประวัติศาสตร์สำคัญ 2 จุดคือ จุดแรกของลุ่มแม่น้ำเลย กับ ภูพระบาท ภาพเขียนสีตรงนี้เป็นจุดกึ่งกลางทั้ง 2 แห่งนี้ เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตก ตรงนี้จึงถือว่าเป็นแหล่งสำคัญอีกแหล่งหนึ่งของภาคอีสาน
นอกจากภาพเขียนสีแล้ว ในบริเวณใกล้เคียงยังพบเศษภาชนะดินเผาที่มีลวดลายขีดเส้น ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโบราณวัตถุที่พบในแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานถึงความเชื่อมโยงของวัฒนธรรมในพื้นที่ภาคอีสาน ตั้งแต่ฝั่งจังหวัดเลย ผ่านภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี และมีผาเวียง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่อยู่กึ่งกลางของเส้นทางทางวัฒนธรรมดังกล่าว และคาดว่าอายุราว 3,500-4,000 ปี

จากนั้น คณะสำรวจยังได้เดินทางเข้าไปสำรวจภายในถ้ำผาเวียงซึ่งเป็นถ้ำขนาดใหญ่บนสันเขา ซึ่งต้องเดินไปตามบันไดทางเท้าและต้องปีนต่อไปตามซอกหิน เนื่องจากการสร้างบันไดคอนกรีตยังไม่ถึงตัวถ้ำ แต่เนื่องจากสภาพถ้ำมีความมืดมาก แสงสว่างไม่เพียงพอ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังได้พบเศษชิ้นส่วนของกระดูกโบราณภายในถ้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากรได้มีการบันทึกภาพถ่ายเก็บข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน ในการที่จะจัดทำรายงานในการตรวจสอบ ที่เป็นหลักฐานทางโบราณคดี เตรียมขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุต่อไป พร้อมทั้งยังได้ฝากไปยังผู้ที่จะเข้ามาชมภาพเขียนสี หรือถ้ำในบริเวณดังกล่าว ก็ขอให้อย่าได้สัมผัสกับภาพ เก็บเศษภาชนะต่างๆ ออกไปจากพื้นที่ เพราะว่าหลักฐานเพียง 1 ชิ้น อาจจะบอกเล่าเรื่องราวในอดีตได้มากมาย หากหลักฐานต่างๆ สูญหายไป ทำให้การค้นหาข้อมูลทางโบราณคดีของนักโบราณคดีอาจจะไม่พบหลักฐานที่สำคัญได้
สำหรับแหล่งนี้ หลังจากนี้ทางคณะสำรวจจะได้จัดทำรายงานการสำรวจเบื้องต้น และแหล่งไหนที่สำคัญเราก็จะขึ้นทะเบียนโบราณสถาน โบราณวัตถุไว้ ซึ่งแหล่งนี้ถือว่าเป็นแหล่งสำคัญอีกแหล่งหนึ่งของอำเภอนาวัง เป็นแหล่งภาพเขียนสีแหล่งที่สองจากฐานข้อมูลของกรมศิลปากรที่มีอยู่ การจะได้ขึ้นทะเบียนหรือไม่นั้น สิ่งเหล่านี้ย่อมได้รับการคุ้มครองตามพระราชกำหนดโบราณสถานและโบราณวัตถุของกรมศิลปากรอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าระดับโทษอาจจะแตกต่างกันไป


